กรณีศึกษา การคำนวณหาระยะติดตั้งเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ PAPI ทชม.
.......เนื่องจากการร่อนลงของอากาศยาน หลายเหตุการณ์จำเป็นต้องใช้เครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ ไม่ว่าจะเป็น ประเภทวิทยุเครื่องช่วยการเดินอากาศ ILS Glide slope และ/หรือ ประเภททัศนวิสัย เช่น ระบบเครื่องช่วยบอกมุมร่อน PAPI ทั้งนี้การทำให้ สมนัย(Co-Incidence) กันระหว่างที่ผู้ควบคุมอากาศยาน ใช้อุปกรณ์ Glide slope เพื่อช่วยควบคุมมุมร่อนให้เป็นไปตามแผนภูมิการบิน ต่อมาถึงจุดตัดสินใจ และใช้ PAPI ช่วยบอกมุมร่อนที่ปลอดภัยจากสิ่งกีดขวาง (Glide slope พามาดู PAPI ที่จุด Decision Height) ก็ควรออกแบบให้ระยะติดตั้งอุปกรณ์ PAPI ตรงกับชนิดของอากาศยานที่ใช้ลง ณ สนามบินเชียงใหม่บ่อยกว่าถี่กว่า ซึ่งควรจะสมนัยกับมุมร่อนที่มองจากเครื่องรับบนอากาศยาน (หากมีสิ่งกีดขวาง PAPI ก็จำเป็นต้องเลือก เช่น ยกมุมร่อน ซึ่งจะสูญเสียความสมนัยไปได้ แต่ก็ไม่ใช้เหตที่จำต้องปรับมุมร่อน Glide Slope เพราะผู้ควบคุมอากาศยานใช้แต่ละอุปกรณ์ เป็นการนำร่อนหลัก ในแต่ละเวลานั่นเอง ก่อนdecision ใช้ Glide slope หลัง decision ใช้ PAPI ) นั่นเอง
ซึ่งข้อกำหนดในการหาตำแหน่งติดตั้งที่เหมาะสม ตาม Document จะกำหนดในเอกสาร 9157 Part 4
| วัตถุที่สำรวจพบบริเวณหัวทางวิ่ง 36 (Approach) สนามบินนานาชาติเชียงใหม่ |
|||||||||
| Obj. | Detail | Distance from THR 36 (M.) | Off-set Right (M.) (Approach) | Off-set Left (M.) (Approach) | Height (M.) | มุมเงย ( ° ) | ส่วนสูงที่เกิน 1.86° (M.) | IN | OUT |
| 1 | ต้นไม้ | 512.12 | - | 270.66 | 24.39 | 2.62 | ปผป | - | ü |
| 2 | ต้นไม้ | 546.83 | - | 252.02 | 23.88 | 2.47 | 5.92 | - | ü |
| 3 | แนวต้นสน | 821.66 | - | 132.49 | 32.99 | 2.44 | 7.87 | ü | - |
| 4 | ต้นไม้ | 526.04 | 55.92 | - | 23.51 | 2.87 | 8.25 | ü | - |
| 5 | ตึกขาวมีป้าย | 391.48 | 129.62 | - | 9.91 | 1.58 | -1.75 | ü | - |
| 6 | ต้นไม้ | 364.49 | 156.35 | - | 19.79 | 3.26 | 8.51 | ü | - |
| 7 | โคมไฟถนน | 235.26 | 213.75 | - | 9.76 | 1.91 | 0.25 | - | ü |
| 8 | ต้นไม้ | 147.29 | 146.56 | - | 11.92 | 3.52 | 5.62 | ü | - |
- หาตำแหน่งจุดตั้งกล้องสำรวจตรวจสิ่งกีดขวาง
- วัดระยะห่างจากจุดกึ่งกลางหัวทางวิ่ง(Threshold) ที่ต้องการสำรวจตามแนวเส้นกึ่งกลางทางวิ่งออกไปนอกทางวิ่งเป็นระยะทาง
60 ม. โดยการตั้งกล้องที่หมุดพิกัดหัวทางวิ่ง และเล็งเข้ามาในทางวิ่งตรงแนวเส้นกึ่งกลางทางวิ่ง set 0 องศาแล้วหมุนแกนกล้องไป 180 องศา เพื่อหาแนว Extended Runway Centerline จากนั้นให้ใช้เป้าเดินหาแนวและวัดระยะทางจากกล้องหรือจากเทปหรือล้อเข็นวัดระยะ ออกไป 60 เมตร จากนั้นทำเครื่องหมายที่ ระยะดังกล่าว แล้วย้ายจุดตั้งกล้องมาตำแหน่งใหม่จากนั้นทำแบบเดิม คือเล็ง 0 องศาที่แนวกึ่งกลางทางวิ่ง และแพนหาแนว 90 องศาทั้งซ้ายและขวา เพื่อหาจุดตั้งกล้องขอบด้านในของพื้นที่ (Approach Surface Inner Edge) และวัดออกไปในแนวตั้งฉากทั้งสองข้าง เป็นระยะ150 ม. (ถ้าเป็น non-instrument R/W code number 4 ใช้ระยะ75 ม. ) จะได้จุดตั้งกล้อง 2 จุดตามรูปที่ 5-20 และทำเครื่องหมายไว้ - ถ่ายระดับจากจุดกึ่งกลางหัวทางวิ่ง ไปหาจุดตั้งกล้องทั้งสองจุดตามข้อ a. และให้ตั้งกล้องให้แกนกล้องสำรวจให้เท่ากับระดับของหัวทางวิ่งนั้น
- จากจุดที่ถ่ายระดับแล้วให้วัดเป็นมุมเงย = A-0.57 องศา โดยหาค่ามุม A ได้จากมุมของโคม PAPI ที่ต่ำที่สุดจากรายงานผลการบินทดสอบ หรือคำนวณได้จากวิธีการดังนี้
- i.ถ้าหัวทางวิ่งนั้นไม่มี ILS ให้ลบมุมร่อนที่ออกแบบไว้ด้วย 30 ลิปดา(0.5 องศา) และถ้าสมมุติมุมร่อนที่ออกแบบไว้เป็น 3 องศา จะได้มุม A = 2.5 องศา(2 องศา 30 ลิปดา) และจะได้มุมเงยจากการคำนวณ = 2.5-0.57 = 1.93 องศา
- ii.แต่ถ้าหัวทางวิ่งนั้นมี ILS ติดตั้งใช้งานอยู่ด้วยให้ลบมุมร่อนด้วย 35 ลิปดา(0.58 องศา) และถ้าสมมุติมุมร่อนที่ออกแบบไว้เป็น 3 องศาจะได้มุม A= 2.42 องศา(2 องศา 25 ลิปดา)และจะได้มุมเงย = 2.42-0.57 = 1.85 องศา
- iii.ถ้ามุมร่อนไม่ตรงกับ 3 องศาให้คำนวณดูใหม่โดยใช้หลักการตามข้อ i. และ ii. ดังกล่าว
- ถ้าไม่สามารถตั้งกล้องตามข้อ b. ได้ให้ตั้งกล้องให้แกนของกล้องอยู่บนแนวมุมเงยตามที่คำนวณได้ตามข้อ c.
- แพนกล้องออกไปด้านข้างทางวิ่งได้ข้างละไม่เกิน 15 % = 8.53 องศา (ถ้าเป็น non-instrument R/W ใช้ค่า 10 %= 5.71 องศา) จากจุดมุมทั้งสองด้านที่หาได้จากข้อ a.
- วัดระยะห่างจากจุดกึ่งกลางหัวทางวิ่ง(Threshold) ที่ต้องการสำรวจตามแนวเส้นกึ่งกลางทางวิ่งออกไปนอกทางวิ่งเป็นระยะทาง
- ใช้กล้องสำรวจกวาดหาสิ่งกีดขวางที่สูงกว่ามุมเงยที่คำนวณได้ตามข้อ 1 c.
- หากตรวจพบสิ่งกีดขวางสูงเกินมุมดังกล่าวให้บันทึกค่ามุมเงยที่ยอดสูงสุดของสิ่งกีดขวางนั้นและ
- จดบันทึกเป็นข้อมูลว่ามีสิ่งกีดขวาง ชนิดใด ระยะห่างเท่าใด สูงเท่าใด เป็นมุมเงยเท่าใด และจัดทำแผนผังแสดงตำแหน่งสิ่งกีดขวางไว้ใช้เป็นข้อมูล
- หากได้พบสิ่งกีดขวางที่เป็นต้นไม้และสามารถตัดทิ้งได้ให้ทำการตัดต้นไม้นั้น ให้ต่ำกว่ามุมที่คำนวณไว้โดยให้ลดความสูงให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะดำเนินการได้ และตรวจวัดมุมสิ่งกีดขวางที่มีมุมเงยสูงที่สุดไว้
- หากไม่สามารถตัดหรือลดสิ่งกีดขวางนั้นได้
- สนามบินที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมท่าฯให้หารือกับฝ่ายก่อสร้างกรมท่าอากาศยาน
- สนามบินที่อยู่ในความรับผิดชอบของ ทอท. และ บางกอกแอร์ฯ ให้หารือกับฝ่ายวิศวกรรมการออกแบบ
- เพื่อหาทางออกที่เหมาะสมที่สุด ตามมาตรฐานของ ICAO ได้แก่ การยกมุมร่อนให้สูงขึ้นให้พ้นสิ่งกีดขวาง หรือ displace threshold หรือดำเนินการทั้งสองวิธีควบคู่กัน จนได้ค่ามุมร่อนที่เหมาะสม แล้วทำการตรวจสอบสิ่งกีดขวางและรับรองผลการสำรวจด้วยวิศวกรแล้วส่งผลให้ กพท. ฝ่ายแถลงข่าวสารการบิน เพื่อดำเนินการประกาศค่ามุมPAPI ใน AIP ใหม่และนัด บวท. มาทำการบินทดสอบที่มุมร่อนใหม่ตามที่คำนวณต่อไป
- หากผลการตรวจสอบไม่มีสิ่งกีดขวางให้ทำหนังสือแจ้งผลการสำรวจที่มีวิศวกรสำรวจรับรองผลส่งให้ ฝ่ายมาตรฐานสนามบิน สนง.การบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เพื่อนัดหมายกับ กองบินทดสอบบริษัทวิทยุการบิน(บวท.) มาทำการบินทดสอบต่อไป
- การสำรวจนี้ต้องจัดทำทุกหัวทางวิ่งและทุกครั้ง(ปีละอย่างน้อย 1 ครั้ง)ก่อนที่จะถึงรอบการบินทดสอบ PAPI ในครั้งถัดไปโดยสนามบินเจ้าของทางวิ่งนั้นต้องทำการสำรวจเองหรือว่าจ้างหรือ ขอความร่วมมือจากส่วนราชการที่มีกล้องสำรวจในจังหวัดนั้นๆ มาช่วยในการสำรวจ และเสนอผลการสำรวจที่มีวิศวกรสำรวจลงนามรับรองผลการสำรวจนั้นให้กับ บวท. ให้มาทำการบินทดสอบต่อไป
หมายเหตุ 1. จุดที่เริ่มของเขตปกป้องสิ่งกีดขวาง (Approach Surface Inner Edge)นั้นควรทำหลักหมุดแสดงเครื่องหมายหรือติดตั้งธงแสดงให้เห็นแนวเล็ง เพื่อเป็นจุดสังเกตุซึ่งใช้ในการตรวจสอบตามระยะเวลาในภายหลัง2. แนวระดับสามารถอ้างอิงกับสิ่งปลูกสร้างถาวร หรือแนวเสาไฟ สายไฟ แนวต้นไม้ยืนต้นที่โตเต็มที่ ซึ่งเราได้ตรวจวัดค่ามุมแล้ว สามารถใช้เป็นจุดอ้างอิงในการตรวจสอบด้วยสายตาว่ามีวัตถุอื่นๆสูงเกินหรือไม่ เพื่อใช้ตรวจสอบตามระยะเวลาได้
*****************************
ตั้งกล้องที่หมุดพิกัดหัวทางวิ่ง และเล็งเข้ามาในทางวิ่งตรงแนวเส้นกึ่งกลางทางวิ่ง set 0 องศาแล้วหมุนแกนกล้องไป 180 องศา เพื่อหาแนว Extended Runway Centerline จากนั้นให้ใช้เป้าเดินหาแนวและวัดระยะทางจากกล้องหรือจากเทปหรือล้อเข็นวัดระยะ ออกไป 60 เมตร จากนั้นทำเครื่องหมายที่ ระยะดังกล่าว แล้วย้ายจุดตั้งกล้องมาตำแหน่งใหม่จากนั้นทำแบบเดิม คือเล็ง 0 องศาที่แนวกึ่งกลางทางวิ่ง และแพนหาแนว 90 องศาทั้งซ้ายและขวา
กรุณา Click ที่ LINK ด้านล่างเพื่อ รับชม VDO จากกูรู เรื่องการสำรวจสิ่งกีดขวางนี้ครับ
https://www.facebook.com/kmteamdca/videos/vb.10000…
..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/591614




