ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สืบประวัติหน้าท่าใหญ่ ปากพะยูน

และทุกท่าเรือ จะมีบ่อน้ำไว้บริการที่หน้าท่า แขวงปากพะยูน มีวัดรัตนารามมีพื้นที่ ที่หน่วยงานรัฐเข้ามาใช้ เช่น ศาลอำเภอ สุขศาลา สถานีตำรวจในปัจจุบัน จึงได้ย้ายวัดรัตนรามไปตั้งที่ควนพระนอนในปัจจุบัน ที่วัดรัตนารามมีบ่อน้ำ จืด ที่คนสัญจรทางเรือทั้งไทยเทศ

<p “=””

>จากการที่ได้ร่วมรับฟังความเห็นงานวิจัยเรื่องท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ของมหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ซึ่งทางอาจารย์

ผู้วิจัยได้เสนอให้ปากพะยูนเป็นจุดเป็นอีกหนึ่งของการท่องเที่ยว โดยให้ชุมชนเตรียมความพร้อมเรื่องที่พัก

และสิ่งอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว และการสืบค้นประวัติศาสตร์ชุมชน ผู้เขียนจึงนัดทีมงานเพื่อสืบค้นเรื่องราว

ต่างๆ ของปากพะยูน ได้ลงพื้นที่ไปคุยกับผู้รู้ ผู้สนใจ และผู้ที่สามารถเล่าเรื่องราวต่างๆในอดีตในหลายพื้นที่

วันนี้ นัดคุยกับอาจารย์ สมพร สุวรรณเรืองศรี ผู้สนใจค้นคว้าศึกษา เรื่องราวของอุษาคเณย์ ของคาบสมุทสะทิง

พระ และตั้งใจไปพบคุณ อนึ่ง ซึ่งเคยเขียนเรื่อง”เกาะหมากฝากรัก”ในโอเคเนชั่น เอาไว้แต่ไม่ได้นัดหมายจึงไม่เจอกัน

อาจารย์ สมพร เล่าให้ฟังว่าในอดีตแขวงปากพะยูนหรือเมืองป้องปุตรในอดีต เป็นท่าเรือสำคัญ มีสำเภาจากต่างประเทศ

เข้ามาทำการซื้อขาย และมีสำเภาชาวจีน ได้มาแต่งงานกับคนพื้นที่ จนเกิดเป็นเรื่องเล่าพระนางเรือล่ม สำเภาเภตรา

เกิดเป็นชื่อที่มาของเกาะต่างๆของอำเภอปากพะยูน ซึ่งมีอยู่ 16 เกาะ แขวงปากพะยูนเปลี่ยนชื่อเป็น อำเภอทักษิณเมื่อ

ปี 2493 ท่าเรือต่างๆของอำเภอปากพะยูน มีหลายท่า เช่น

ท่าเรือโรงสีแปะหมี

ท่าเรือหน้าท่าใหญ่

ท่าเรือหน้าอำเภอ

ท่าเรือโรงสีโก้หิ้น เป็นต้น

และทุกท่าเรือ จะมีบ่อน้ำไว้บริการที่หน้าท่า แขวงปากพะยูน มีวัดรัตนารามมีพื้นที่ ที่หน่วยงานรัฐเข้ามาใช้ เช่น

ศาลอำเภอ สุขศาลา สถานีตำรวจในปัจจุบัน จึงได้ย้ายวัดรัตนรามไปตั้งที่ควนพระนอนในปัจจุบัน ที่วัดรัตนารามมีบ่อน้ำ

จืด ที่คนสัญจรทางเรือทั้งไทยเทศ มาเอาน้ำจืดไปช้ในการเดินทาง เป็นบ่อน้ำจืดที่สำคัญ สัณนิษฐานกันว่า ตอนที่การ

ค้ากับประเทศจีนรุ่งเรือง คนจีนที่มาตักน้ำไปใช้แล้ว ได้แขวนภาชนะที่ตักน้ำเอาไว้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้มาตักน้ำ

กลุ่มต่อๆไป ส่วนภาชนะที่ใช้ตักน้ำ คนปากพะยูนเรียกว่า “หมา”ติมาคือที่ตักน้ำ เป็นภาษามลายู คนทั่วไปจึงเรียกบ่อน้ำ

นี้ต่อๆกันมาว่า บ่อหมาแปะ คือบ่อที่คนจีนใช้ที่ตักน้ำเอาไว้ ซึ่งวัดรัตนารามที่ย้ายมาตั้งที่ใหม่ ก็มีบ่อน้ำอยู่หน้าท่าวัด คน

ในสมัยก่อนจึงเรียกชื่อวัดรัตนารามว่า วัดบ่อหมาแปะกันตลอดมา ส่วนหน้าท่าใหญ่ เป็นท่าเทียบเรือที่ใหญ่ากว่าทุกท่า

เรือในอดีต ก่อนย้ายมาเป็นท่าเรือปากพะยูนในปัจจุบัน ชุมชนคนหน้าท่าใหญ่ได้บูรณาท่าเรือหน้าท่าใหญ่ให้เป็นจุดพัก

แวะของนักท่องเที่ยวในอนาคต


ปั่นจักยาน เพื่อชุมชนคนหน้าท่าใหญ่(เครดิตภาพจากพัทลุงทูเดย์)


ชมรมจักยานปากพะยูน โดยประธาน มุหัมมัด หมัดอาด และคุณ ฉะหรอ ลุ้งบ้าน ร่วมกับชาวปากพะยูน

ได้จัดปั่นจักยาน หาเงินมาบูรณะ ได้ส่วนหนึ่ง ได้ดำเนินการปักหมุดให้คนปากพะยูนและนักท่องเที่ยวได้หยุดพักชม

ทะเลสาบปากพะยูน ผู้เขียนและสภาองค์กรชุมชนเทศบาลตำบลปากพะยูน กำลังทำโครงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

เพื่อต่อยอดให้หน้าท่าใหญ่ได้เป็นที่ท่องเที่ยวอีกจุดหนึ่ง พร้อมทั้งสืบค้นความเป็นมาในอดีต ทั้งประวัติศาสตร์ วิถี

ประเพณีและวัฒนธรรมของชาวปากพะยูน วันนี้ได้ข้อมูลจากอาจารย์สมพร สุวรรณเรืองศรี และจะต้องมีการสืบค้นต่อ

หากมีตำนานหรือประวัติศาสตร์ปากพะยูนขอให้ช่วยเติมเต็ม ชี้แนะเพื่อความสมบูรณืยิ่งขึ้น ขอบคุณข้อมูลจากทุกท่าน

ล่วงหน้า…… </p>


หน้าท่าใหญ่วันนี้



บ่อน้ำในอดีตยังคงใช้การได้อยู่

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เหมือนแรงหนึ่งผลักดันให้ฉันเขียน



ความเห็น (3)

สภาวะทางเศรษฐกิจของประเทศไทยกำลังอยู่ในยุคที่ปรับฐานใหม่ ผลิตผลหลักทางการเกษตร เช่น ข้าว ยางพารา ราคาตกต่ำเพราะสินค้าล้นตลาด ขณะเดียวกันต้นทุนกาผลิตสูงทั้งค่าปัจจัยการผลิตและค่าแรงงาน ส่วนอุตสาหกกรมที่ใช้แรงงานทักษะต่ำผู้ประกอบการได้ย้ายฐานการผลิตไปประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ จึงเหลือแต่การท่องเที่ยวที่พยุงรายได้ของประเทศไว้ แต่การท่องเที่ยวของประเทศไทยเป็นบริการของผู้ประกอบการรายใหญ่รวมถึงระดับข้ามชาติ เข้าควบคุมแหล่งท่องเที่ยวประเภทการพักผ่อนและบันเทิงครบวงจร การท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเป็นช่องทางใหม่ที่มีบริบทเชิงการศึกษาและหาประสพการณ์ วัฒนธรรมเป็นเรื่องของวิถึชึวิต ประวัติศาสตร์ และ ระเบียบสังคมที่ไม่สามารถสร้างได้ด้วยการมีเงินมาลงทุน เป็นมรดกของแต่ละพื้นที่และมีอัตลักษเฉพาะถิ่น ผู้ประกอบการต้องบูรณาการกับชุมชนพื้นที่ หรือชุมชนดำเนินการเองได้ที่เรียกว่าการท่องเที่ยวโดยชุมชน

เขียนเมื่อ 

น่าสนใจมากครับบัง

การปรับและเผยแพร่สถานที่ให้เป้นที่ท่องเที่ยว

ต้องทำอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

มาเชียร์เลยครับ

เรียนอาจารย์ จำรัส

ท่องชุมชนตำบลเกาะหมาก หลังจากได้คุยกัน คงพัฒนาสู่การท่องเที่ยวโดยชุมชน

ฟังอาจารย์ สมพร สุวรรณเรืองศรี บอกแนวทางที่จะให้ชุมชนมาร่วมเป็นเจ้าของ ร่วมคิด ร่วมทำ รับผลประโยชน์ เข้าชุมชน

ความก้าวหน้าจะได้ลงพื้นที่ ถกกันอีกหลายครั้ง