ก่อนวันเกิดน้ำท่วมปีนี้ มีลางบอกเหตุให้สังเกตุ คือมีลมงวงช้าง พัดหมุนตรงบริเวณหน้าเกาะใหญ่

<p “=””>

ลมงวงช้าง พัดหน้าเกาะใหญ่ ปากพะยูน


ปี2553 ช่วงเที่ยงคืนเกิดเหตพายุถล่มภาคใต้เสียหายหนัก ไม้ใหญ่ล้มระเนระนาด เป็นเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

และไม่ทันเตรียมตัว จากปี2553 มาจนถึงปี 2559 ไม่มีน้ำท่วมใหญ่ ต่างก็ละเลยภัยจากธรรมชาติ

ไม่ได้เตรียมตัวรับมือ

ทุกปีทางพัทลุงหลังเทศกาลงานบุญลากพระหรือชักพระ หรือชาวบ้านเรียกว่าพระหลบหลัง หมายถึงลากเรือพระกลับวัด

ก็จะมีฝนลงมาเป็นประจำปกติ แต่ปีนี้พี่น้องชาวพุทธ งดการชักพระ เนื่องด้วยความโศกเศร้าอาลัยต่อการจากไปของพ่อ

หลวงจึงไม่งานการรื่นเริงในวันชักพระ

ปีนี้หลายคนทำนายว่า น้ำจะไม่ท่วม เพราะฝนตามฤดูกาล ไม่มาตามฤดูกาล แต่บางคนก็เชื่อว่า

น้ำจะมาหลังพระหลบหลัง

ก่อนวันเกิดน้ำท่วมปีนี้ มีลางบอกเหตุให้สังเกตุ คือมีลมงวงช้าง พัดหมุนตรงบริเวณหน้าเกาะใหญ่

ไกล้กับเกาะสี่เกาะห้า ซึ่งหลายสิบปีแล้วที่ไม่ได้เห็นลมงวงช้าง ตกดึกหลังเที่ยงคืนปรากฎน้องน้ำมาทักทาย

ตั้งแต่ตีนเขาบรรทัด ถึงทะเลสาบพัทลุง ท่วมกันถ้วนทั่ว

สำหรับผู้เขียนน้ำไม่ท่วมบ้าน แต่ปลาดุกที่เลี้ยงไว้สามบ่อได้กลับคืนธรรมชาติเป็นที่เรียบร้อย พี่น้องจับปลากันอย่างสนุก

สนาน ทั้งที่ธรรมชาติบอก เห็นลางบอกเหตุแล้ว แต่ไม่ป้องกันเหตุ จึงเกิดความเสียกันทั่ว….. </p>



มาทำความรู้จักพายุงวงช้างกันเถอะ PDF พิมพ์

<p "="">'พายุงวงช้าง'ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ ควรรู้จักไว้ เพราะอยู่ใกล้ตัวคนไทย

เมื่อ 1-2 วันที่ผ่านมา เกิดพายุงวงช้างที่ทะเลสาบสงขลาตอนใน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักในประเทศไทย หลาย ๆ ท่านจึงอาจยังไม่คุ้นเคยว่ามันคืออะไร วันนี้มีคำอธิบาย

"พายุงวงช้าง" หรือ "พายุนาคเล่นน้ำ" เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอีกชนิดหนึ่ง มักจะเกิดขึ้นในน้ำ โดยเฉพาะในทะเลจะเห็นบ่อยกว่าในแหล่งน้ำจืด มีลักษณะเหมือนงวงช้างสีดำขนาดใหญ่เชื่อมต่อระหว่างท้องฟ้ากับผืนน้ำ ส่วนใหญ่ที่พบมีความยาวประมาณ 10-600 เมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลางได้ตั้งแต่ 1-10 เมตร ช่วงเวลาที่เกิดจะมีฝนฟ้าคะนองร่วมด้วย โดยลักษณะที่ปรากฎอาจเห็นงวงช้างเพียงอันเดียว หรือจะเกิดพร้อมกันหลายอันก็ได้ หมุนด้วยอัตราความเร็ว 20-80 เมตรต่อวินาที สามารถเคลื่อนที่ได้แต่ช้า ถ้าความเร็วลมในพายุมีสูงก็อาจทำให้เรือเล็กๆ ล่มได้ ดังนั้นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ควรหนีไปในทิศทางตรงกันข้ามกับพายุ แต่ที่เคยเกิดในประเทศไทย ยังไม่พบความอันตราย เหตุการณ์นี้จะปรากฎอยู่ประมาณ 2-30 นาที จากนั้นก็จะสลายตัวไปในอากาศอย่างรวดเร็ว

ปรากฎการณ์นี้เกิดขึ้นจากความแตกต่างของอุณหภูมิอากาศที่กระจายอยู่ในบริเวณเดียวกันเป็นหย่อม ๆ และอุณหภูมิที่แตกต่างกันเหล่านั้นถูกดูดเข้าไปอยู่ในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งมากเป็นพิเศษ ทำให้อากาศที่อยู่ติดกับผืนน้ำยกตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง ส่งผลให้อากาศโดยรอบไหลเข้ามาแทนที่ จึงเกิดลมพัดวนบิดเป็นเกลียวขึ้นไปในบริเวณที่มวลอากาศเย็นเคลื่อนผ่านเหนือผิวน้ำที่อุ่นกว่า เมื่ออากาศขยายตัว และเย็นลงจนถึงจุดหนึ่ง ไอน้ำก็จะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำจำนวนมาก ทำให้เราเห็นเหมือนพายุหมุน มีลักษณะคล้ายงวงช้าง เชื่อมผืนน้ำและเมฆ โดยปรากฏการณ์นี้พยากรณ์ล่วงหน้าไม่ได้ แต่ในพื้นที่ที่มีความแตกต่างของอุณหภูมิมาก ๆ จะมีโอกาสเห็นได้ ถ้าเทียบกับพายุทอร์นาโดที่เกิดขึ้นที่ต่างประเทศนั้น นับว่า "พายุงวงช้าง" มีขนาดเล็กมาก. (ขอบคุณข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต teaching- glossary)
</p>