นักศึกษาวิชาชีพครู

นักศึกษาวิชาชีพครู


นักเรียนทำความความเคารพ สวัสดิ์ครับ สวัสดีค่ะ เสียงเด็กบอกทำความเคารพครูคนใหม่ ด้วยเสียงที่ตื่นเต้นพร้อมรอยยิ้มที่น่ารักสดใสน่ารักน่าเอ็นดู ครูคนใหม่ก็รับไหว้ด้วยรอยยิ้มที่เอ็นดูพวกเด็กๆ

เป็นวันแรกของการไปสังเกตการสอนตอนนั้นดิฉันอยู่ปี3เทอม2เป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสไปสัมผัสกับเด็ก สัมผัสการสอน สัมผัสกับคำว่าครู สัมผัสกับบรรยากาศในโรงเรียนจริงๆ ซึ่งโรงเรียนที่ได้ไปสังเกตการสอนเป็นโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร เป็นโรงเรียนที่อบอุ่นอีกโรงเรียนหนึ่งสำหรับดิฉันเพราะด้วยผู้อำนวยการโรงเรียน คณะครู ครูพี่เลี้ยง ให้การต้อนรับเป็นอย่างดีมากเหมือนให้เราเป็นครูคนนึงทั้งที่เราเป็นนักศึกษาฝึกสอน และที่สำคัญเด็กๆนักเรียนที่โรงเรียนนี้น่ารัก ขี้อ้อน มีมารยาท รู้จักการไหว้ผู้ใหญ่โดยไม่ต้องให้ครูคอยบอก และนอกจากโรงเรียนแห่งนี้จะเน้นเรื่องมารยาทแล้ว ยังเน้นการอ่านเขียนเป็นสำคัญอีกด้วย
ดิฉันได้ไปสังเกตการณ์สอนในห้องอนุบาล1/1 เด็กห้องนี้มีทั้งหมด 27คนส่วนใหญ่จะเป็นเป็นผู้หญิงมากกว่า เด็กในห้องนี้มีฐานะของครอบครัวทุกระดับ ทำอาชีพที่หลากหลาย
ดิฉันคิดว่าการสอนเด็กอนุบาลจะง่ายๆไม่มีอะไรมากแต่ป่าวเลยค่ะผิดจากที่คิดไว้เยอะมากคือตั้งแต่ตอนเช้าเราต้องมาให้ถึงที่โรงเรียนก่อน 7 โมงเช้าซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่อากาศหนาวมากๆและอยู่ในกรุงเทพต้องตื่นแต่เช้ามากเพราะเพื่อการจราจรติดขัด ซึ่งเป็นอะไรที่ฝืนใจดิฉันมากเพราะปกติเวลาไปเรียนไม่ได้ตื่นเช้าขนาดนี้เลยช่วงแรกๆต้องปรับตัวอย่างมาก หลังจากที่มาถึงก็ต้องมาเล่านิทานให้เด็กที่มาโรงเรียนเช้าๆฟังขณะที่รอเข้าแถว เล่านิทานวันแรกก็รู้สึกประม่านิดนึงเพราะเป็นครั้งแรกแต่ก็พยายามเก็บอาการให้มากที่สุด ส่วนวันต่อๆมาก็เริ่มมีเทคนิคในการเล่าและชิน พักหลังๆก็เล่านิทานได้ดีขึ้น พอถึงเวลาเข้าแถวเคารพตอนเช้าก็ต้องคอยจัดแถวให้กับเด็กจัดคนนึงเหลืออีกคนนึงเพราะเด็กมีสมาธิสั้นได้ไม่เกิน5นาที แต่เวลาจะร้องเพลงชาติเด็กก็ร้องพร้อมกันและเปล่งเสียงออกมาอย่างตั้งใจ ฟังเสียงแจ้วๆในตอนเช้าๆ ดูแล้วน่ารักดี ดูแล้วเพลิน เป็นการผ่อนคลายอย่างดีเลยเวลาดูเด็กๆ และเมื่อเข้าแถวทำกิจกรรมหน้าเสาธงเสร็จก็ต้องไปเข้าห้องน้ำทำภาระกิจให้เรียบร้อย โดยครูพี่เลี้ยงให้เด็กทำภาระกิจเข้าห้องน้ำด้วยตนเองและคอยดูอยู่ จากนั้นก็ไปเรียนตามตารางเรียนของแต่ละวัน ซึ่งอนุบาล1มีวิชาที่ต้องเรียนคือ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ ดนตรี ศิลปะ คอมพิวเตอร์ ว่ายน้ำ คละกันในแต่ละสัปปดาห์ ขณะที่เด็กเรียนเราก็ค่อยดูแลเด็กช่วยครูพี่เลี้ยง และมีได้สอนบ้าง ตรวจการบ้าน เตรียมการบ้านในแต่ละวัน ช่วยจัดบอร์ดให้ความรู้เด็กดูในแต่ละสัปดาห์ ช่วยเขียนรายงานพฤติกรรมเด็ก เป็นต้น พอถึงเวลา11โมงก็ช่วยตักอาหารให้เด็ก ดิฉันก็ตักเต็มถ้วยเลยครูพี่เลี้ยงถึงกับร้อง โฮ้!! ดิฉันลืมไปว่าเด็กกินแค่นิดเดียว และเมื่อกินข้าวเสร็จก็ให้เด็กเก็บจารข้าว เก็บโต๊ะที่กินข้าวแล้วก็ไปเปลี่ยนชุดนอนเดินแถวไปแปลงฟันก่อนจะกลับมานอนที่นอนที่ครูเตรียมไว้ให้แล้วก็ให้เด็กนอน ประมาณ 2 ชม.หลังจากนั้นก็ตื่นมาล้างหน้าทาแป้งแต่งตัว เด็กนักเรียนหญิงทุกคนก็ต้องมาทำผมใหม่ ให้ดูน่ารักเรียร้อย หลังจากนั้นก็เรียนต่ออีก และรอพ่อแม่ผู้ปกครองมารับ ส่วนเด็กคนไหนที่เรียนพิเศษก็เรียนต่อไปจนถึง4โมงเย็นและดิฉันก็ต้องรอส่งเด็กกลับบ้าน คอยดูว่าผู้ปกครองที่มารับไช่ผู้ปกครองเด็กจริงๆหรือป่าว เพราะเด็กอนุบาลยังไม่สามารถดูแลตัวเองได้
ดิฉันทำแบบนี้ในทุกๆวันในการเข้าสังเกตการณ์สอน ถามว่าเหนื่อยไหมในแต่ละวันตอบได้เลยว่ามาก ไหนจะเหนื่อยกับเด็กที่ต้องคอยดูตลอดเวลาจนกว่าเด็กจะกลับบ้าน ไหนการเดินทางจราจรติดขัด แต่ประสบการณ์ที่ได้ ถือว่าคุ้มค่า และมีค่าเป็นอย่างมาก ทำให้ได้เรียนรู้เทคนิคอะไรหลายๆอย่างที่ไม่สามารถเรียนรู้ในห้องเรียนแต่เป็นการเรียนรู้ที่เราต้องลงมือทำเอง ทำให้ได้รู้เทคนิคการสอน เทคนิคการเก็บเด็ก เพลงเด็กใหม่ๆที่ไม่เคยได้ยินก่อน ได้เพื่อน ได้มิตรภาพจากครูพี่เลี้ยงและลูกๆนักเรียนชั้นอนุบาล1/1ทุกคน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน นางสาวชุสุดา ไทยทวี



ความเห็น (0)