​พระอภัยให้ข้อคิด 6

ยูมิ
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
ถึงชาตินี้มิได้อยู่เป็นคู่คง ขอพบองค์ภูวนาถทุกชาติไป

พระอภัยให้ข้อคิด 6

โดย...อุทัย เอกสะพัง

กล่าวถึงท้าวอุเทนนำกองทัพมาจากเกาะชวาเพื่อมารบเมืองรมจักร ( เมืองสงขลาฝั่งหัวเขาแดง )เจ้าเมืองสั่งการให้ชาวเมืองทุกคนเป็นทหารป้องกันเมืองพร้อมแจ้งทรัพย์สมบัติใส่ถังฝังดินไว้ กองทัพชวามลายูมาประชิตกำแพงเมืองยื่นสารขอให้ส่งลูกสาวเจ้าเมืองไปให้จึงยุติสงครามหรือจะรบกัน ฝ่ายเจ้าเมืองขอคิดดูสามวัน แล้วแม่ก็ไปแจ้งลูกสาวว่าพ่อจะส่งนางไปให้ข้าศึก ฝ่ายหญิงสาวว่าถ้าส่งลูกไปให้แขกจะผูกคอตายดีกว่า แม่เลยปลอบลูกสาวให้อยู่แต่ในที่พัก เธอคิดถึงชายหนุ่มจะคิดอ่านประการใดเรื่องนี้จึงส่งม้าเร็วไปถามดู ฝ่ายชายหนุ่มทราบเรื่องก็ขออาสาสมัครเป็นทหารออกรบ...ว่าแล้วพี่เลี้ยงก็ลาไปแจ้งข่าวว่าชายหนุ่มรักจริงยอมสู้รบในศึกชิงนางนี้ หญิงสาวซึ้งใจเฝ้าคิดคำนึงว่า...แม้นบ้านเสียเมืองแตกแขกเข้ามา จะอุตส่าห์ไปให้พบประสบองค์ ขอวายวางข้างบาทบทเรศ พระปิ่นเกศกษัตริย์ชาติราชหงส์ ถึงชาตินี้มิได้อยู่เป็นคู่คง ขอพบองค์ภูวนาถทุกชาติไป อันชายอื่นหมื่นแสนทั้งแผ่นภพ ไม่ขอคบขอคิดพิสมัย นางครวญคร่ำรำพึงตะลึงตะไล ด้วยจิตใจอยู่ที่ศรีสุวรรณ. ( น. 179 )

กล่าวถึงสี่เกลอพอรู้ข่าวข้าศึกพิชิตเมืองก็คิดอ่านเข้าช่วยกูชาติพากันเลาะลัดกำแพงเพื่อเข้าในเมืองเจอข้าศึกเห็นเกิดตะลุมบอนกันสี่เกลอชนะเข้าเมืองทหารนำไปเฝ้าเจ้าเมืองรู้ว่ามาอาสาสู้รบก็ตกลงจับม้าและทหารให้ไป และแนะให้ทำพิธีสะเดาะเคราะห์ลูกสาวเจ้าเมืองด้วย เมื่อถึงเวลาก็ออกรบได้รับชัยชนะเจ้าเมืองชื่นชม ผมว่าช่วงผู้แต่งนิทานคำกลอนนี้อยู่ในช่วงการล่าอาณานิคมของชาวตะวันตกมีโปรตุเกส ฮอลันดา ฝรั่งเศส อังกฤษ เป็นต้น ต่างช่วงชิงความได้เปรียบกันทางทะเล ประเทศเล็กเมืองน้อยตามเกาะแก่งต่างตกเป็นเมืองขึ้นทั้งนั้น ผมเข้าใจว่าศึกนี้ใหญ่หลวงนัก ประกอบกับผู้แต่งเป็นนักเดินทางอยู่บ้านนอกอยู่ในวังอยู่ในวัดเก็บรวบรวมข้อมูลที่ทันสมัยในยุคนั้นมาเขียนคำกลอนให้อ่านกัน

ในยุคนั้นการล่าอาณานิคมก็อ้างเหตุแบบไม่สมเหตุผลเพื่อบีบบังคับให้เจ้าถิ่นยอมอย่างเมืองรมจักร ( เมืองสิงขรฝั่งหัวเขาแดงหรือสงขลานี้ ) ก็ อ้างศึกชิงนางนั้นเอง ผลเจ้าถิ่นชนะก็มีการให้รางวัลคนทำศึกทีนี้รางวัลจะเป็นอะไรละ..?

...................................................

บรรณานุกรม

สุนทรโวหาร ( ภู่ ),พระ,2329-2398. ( 2555 ). พระอภัยมณี.

กรุงเทพ ฯ : ไทยควอลิตี้บุ๊คส์ ( 2006 ).

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วัฒนธรรมท้องถิ่น



ความเห็น (0)