GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ยางพารา (Hevea)

  ชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์ผูกพันกับยางตั้งแต่เกิดจนตาย กล่าวคือ เมื่อเป็นเด็กเพิ่งคลอดจากครรภ์มารดา ก็ต้องสำผัสกับผ้ายาง และหัวนมทำด้วยยาง พอโตขึ้นรู้จักเล่น ของเด็กเล่นหลายชนิดก็ทำด้วยยาง

   ยางพาราเป็นวัตถุดิบ(raw material)ธรรมชาติที่สำคัญในการใช้ผลิตสิ่งของต่างๆ ได้มากมาย ทั้งในด้านการแพทย์(medical) การวิทยาศาตร์(science) การก่อสร้าง(construction) การสื่อสาร(communication) การขนส่ง(transportation) ตลอดจนของใช้ต่างๆ(other) ภายในบ้าน  ยางธรรมชาติมีคุณสมบัติพิเศษ(specification)เฉพาะตัว คือ ทำให้ อ่อนนุ่ม(soft) ยืดหยุ่น(elastic) หรือแข็ง(solid)ถึงขนาดใช้แทนโลหะบางชนิดได้ เก็บน้ำอัดลมใว้ได้ไม่รั่ว(seal) และยังเป็นฉนวนไฟฟ้า(nonconductor)ได้อีกด้วย  

  าชีพการทำสวนยาง เป็นอาชีพที่สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสัวคมให้แก่ประเทศไทยมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าร้อยปี ซึ่งสามารถฝลิตได้มากที่สุดในโลก ถึงปีละไม่ต่ำกว่า 2.5 ล้านตัน คิดเป็น 1 ใน 3 ของผลผลิตทั่วโลก และ สามารถสร้างรายได้ให้แก่ประเทศมากกว่า 100,000 ล้านบาทจากมูลค่าการส่งออกยางดิบและผลิตภัณฑ์ยาง นอกจากนี้อาชีพสวนยางยังเกี่ยวข้องกับเกษตรกรมากกว่า 6 ล้านคน   ปัจจุบันประเทศไทยปลูกยางพารามากกว่า 13 ล้านไร่  และแนวโน้มการใช้ยางพาราในอีก 20 ปีข้างหน้า โลกจะใช้ยางเพิ่มขึ้นอีกเกือบเท่าตัว

ยางเป็นพืชที่มีความเสี่ยงน้อยกว่าการปลูกพืชอื่น เป็นพืชที่ให้ผลผลิตน้ำยางสม่ำเสมอตลอดปี และมีอายุการให้ผลผลิตนาน 20 ปี นอกจากนั้นต้นยางที่ไม่สามารถให้น้ำยางยังสามารถโค่นขายไม้ยางในราคาไร่ละไม่ต่ำกว่า 30,000-50,000 บาท  ความต้องการใช้ไม้ยางพาราเพื่อผลผลิตเฟอนิเจอร์ วัสดุก่อสร้าง (buiding material) ของเด็กเล่น (toy) ของใช้ในครัวเรือน แต่ละปีมีมากมายมหาศาล   แหล่งปลูกยางเดิมของประเทศมีอยู่ในท้องที่ 14 จังหวัดภาคใต้และ 3 จังหวัดภาคตะวันออก คือ ระยอง จันทบุรี และ ตราด   ปัจจุบันได้มีการวิจัยค้นคว้าเรื่องยางพบว่าสามารถขยายพื้นที่ปลูกไปในเขตปลูกยางใหม่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีพื้นที่เหมาะสมที่สามารถขยายการปลูกได้อีกไม่ต่ำกว่า 10 ล้านไร่

ประวัติยางพารา

   ในการเดินทางไปทวีปอเมริกาครั้งที่ 2 ของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส (พศ 2036-2039) ได้เห็นชาวพื้นเมืองทำลูกบอลสำหรับเล่นเกมส์ต่างๆ ซึ่งการกระดอนหรือกระเด้งของยางทำให้เขาสนใจมาก ยิ่งได้เห็นชาวสเปนในเม็กซิโกนำยางมาทำผ้ายางกันฝนและน้ำได้ ก็ยิ่มีความสนใจมากขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถหาวิธีดัดแปลงเป็นวัตถุดิบต่างๆได้ตามต้องการ

   ในปี พศ 2279 ได้มีนักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศษชื่อ ชาลส์ มารีเดอลา คองดามีน์ (Charles Marie Condamine) ได้ออกเดินทางสำรวจพื้นที่แถบประเทศเปรูในอเมริกาใต้ และได้รวบรวมตัวอย่างยางชนิดต่างๆ ที่พบตามลุ่มแม่น้ำอเมซอนส่งกลับไปยังฝรั่งเศษ พร้อมด้วยคำบรรยายถึงลักษณะต้นยาง การแข็งตัวของน้ำยาง ตลอดจนวิธีทำผ้ายางกันน้ำฝน รองเท้าและขวดยาง ของชาวพื้นเมืองแถบนั้น นับเป็นชาวยุโรปคนแรกที่ได้บรรยายรายละเอียดเรื่องยางให้ชาวโลกได้รับทราบ

การกำเหนิดสวนยางพาราในประเทศไทย

   เมื่อ พศ 2442 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 5  พระยารัษฎานุประดิษฐ์ มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) เจ้าเมืองตรัง ได้เป็นผู้นำต้นยางจากประเทศมาลายู มาปลูกที่อำเภอกันตัง จังหวัดตรังเป็นครั้งแรก ท่านได้รับเกียรติให้เป็น "บิดาแห่งยางพาราไทย"

   ในปี พศ 2445 ได้มีชาวเดนมาร์คมาปลูกสร้างสวนยางที่อำเภอยีงอ จังหวัดนราธิวาส ต่อมาในปี พศ 2454 หลวงราชไมตรี (ปูม ปุณศรี) ได้นำพันธุ์ยางไปปลูกที่จังหวัดจันทบุรี ทำให้เป็นแบบอย่างของราษฎร จึงได้มีการนำเอาเมล็ดยางและต้นยางจากประเทศมาเลเซียเข้ามาปลูกในท้องที่จังหวัดตรัง จันทบุรี และ นราธิวาส และได้ยึดถือการทำสวนยางเป็นอาชีพและแพร่กระจายขยายไปอย่างรวดเร็วในจังหวัดต่างๆ ของภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จนกระทั่งบัดนี้มีเนื้อที่ปลูกยางในประเทศไทยทั้งสิ้นประมาณ 13 ล้านไร่ ให้ผลผลิตปีละ 2.5 ล้านตัน ทำรายได้ให้กับประเทศเป็นอันดับที่ 2  ของพืชสินค้าออกรองจากข้าว

 

 

อ้างอิง : ความรู้เกี่ยวกับการปลูกยางพารา  โครงการหนังสือเกษตรชุมชน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 61907
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 5
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (5)

  • แวะมาอ่านเรื่องยางพารา
  • เคยอยู่ใต้ครับ
  • รออ่านอีกครับผม
  • ขอบคุณมากครับ
  • แวะมาตามอ่านเช่นกันค่ะ
  • รออ่านบันทึกต่อไปค่ะ
  • ขอรูปลงบ้างนะคะ

แวะเข้ามาก็ได้ความรู้เกี่ยวกับยางพาราที่ไม่เคยรู้มาก่อน   ดีจังค่ะ

ขอบคุณมากครับ ทุกๆความคิดเห็น อบอุ่นจริงๆครับ ขอบคุณจากใจ

เพิ่งเข้ามาครั้งแรกค่ะ ขอบคุณสำหรับความรู้เรื่องยางพารา  ทำให้รู้สึกว่า เราห่างไกลกับธรรมชาติมากเกินไปแล้วนะ  แต่ตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองรู้จักของสำคัญของภาคใต้ขึ้นมาอีกอย่าง  หลังจากรู้จักกับ Kareem  ขอบคุณ แล้วจะเข้ามาอ่านอีก