จากที่ได้เคยลปรร.กันกับป้าเปรี้ยวในบันทึกอึดอัดแต่ไม่กดดัน..ป้าเปรี้ยวถามว่าเป็นสันโดษหรือไม่..ตัวเองก็ไม่แน่ใจว่าใช่หรือไม่ใช่..เลยลองไปค้นหาความหมายของคำว่า"สันโดษ"จากพจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม เรียบเรียงโดยพระธรรมปิฏก(ป.อ.ปยุตโต) ฉบับพิมพ์ครั้งที่๑๒(พ.ศ.๒๕๔๖) หน้า๑๒๒ มีคำอธิบายดังนี้...

สันโดษ ๓ และ๑๒

                                      

(ความยินดี,ความพอใจ,ความยินดีด้วยของของตนซึ่งได้มาด้วยเรี่ยวแรงความเพียรโดยชอบธรรม,ความยินดีด้วยปัจจัยสี่ตามมีตามได้,ความรู้จักอิ่มรู้จักพอ)...ประกอบด้วย

๑. ยถาลาภสันโดษ

(ยินดีตามที่ได้,ยินดีตามที่พึงได้ คือตนได้สิ่งใดมา หรือเพียรหาสิ่งใดมาได้ เมื่อเป็นสิ่งที่ตนพึงได้ ไม่ว่าจะหยาบหรือประณีตแค่ไหน ก็ยินดีพอใจด้วยสิ่งนั้น ไม่ติดใจอยากได้สิ่งอื่น ไม่เดือดร้อนกระวนกระวายเพราะสิ่งที่ตนไม่ได้ ไม่ปรารถนาสิ่งที่ตนไม่พึงได้หรือเกินไปกว่าที่ตนพึงได้โดยถูกต้องชอบธรรม ไม่เพ่งเล็งปรารถนาของที่คนอื่นได้ ไม่ริษยาเขา)

๒.ยถาพลสันโดษ

(ยินดีตามกำลัง คือ ยินดีแต่พอแก่กำลังร่างกายสุขภาพและวิสัยแห่งการใช้สอยของตน ไม่ยินดีอยากได้เกินกำลัง ตนมีหรือได้สิ่งใดมาอันไม่ถูกกับกำลังร่างกายหรือสุขภาพ เช่น ภิกษุได้อาหารบิณฑบาตที่แสลงต่อโรคของต หรือเกินกำลังการบริโภคใช้สอย ก็ไม่หวงแหนเสียดายเก็บไว้ให้เสียเปล่า หรือฝืนใช้ให้เป็นโทษแก่ตน ยอมสละให้แก่ผู้อื่นที่จะใช้ได้ และรับหรือแลกเอาสิ่งที่ถูกโรคกับตนแต่เพียงที่พอแก่กำลังการบริโภคใช้สอยของตน)

๓.ยถาสารุปปสันโดษ

(ยินดีตามสมควร คือ ยินดีตามที่เหมาะสมกับตน อันสมควรแก่ภาวะ ฐานะ แนวทางชีวิต และจุดมุ่งหมายแห่งการบำเพ็ญกิจของตน เช่น ภิกษุไม่ปรารถนาสิ่งของอันไม่สมควรแก่สมณภาวะ หรือภิกษุบางรูปได้ปัจจัยสี่ที่มีค่ามาก เห็นว่าเป็นสิ่งสมควรแก่ท่านผู้ทรงคุณสมบัติน่านับถือ ก็นำไปมอบให้แก่ท่านผู้นั้น ตนเองใช้แต่สิ่งอันพอประมาณ หรือภิกษุบางรูปกำลังประพฤติวัตรขัดเกลาตน ได้ของประณีตมา ก็สละให้แก่เพื่อนภิกษุรูปอื่นๆ ตนเองเลือกหาของปอนๆมาใช้ หรือตนเองมีโอกาสจะได้ลาภอย่างหนึ่ง แต่รู้ว่าสิ่งนั้นเหมาะสมหรือเป็นประโยชน์แก่ท่านผู้อื่นที่เชี่ยวชาญถนัดสามารถด้านนั้น ก็สละให้ลาภถึงแก่ท่านผู้นั้น ตนรับเอาแต่สิ่งที่เหมาะสมกับตน)

     สันโดษ๓นี้เป็นไปในปัจจัย๔ แต่ละอย่าง จึงรวมเรียกว่า"สันโดษ ๑๒"   

 อนึ่ง สันโดษ๓นี้เป็นคำอธิบายของพระอรรถกถาจารย์ ซึ่งมุ่งแสดงข้อปฏิบัติของพระภิกษุโดยเฉพาะ

                                                

 ปรากฏในอรรถกถาและฎีกามากมายไม่น้อยกว่า ๑๐แห่ง คฤหัสถ์พึงพิจารณาประพฤติปฏิบัติตามสมควร.