ประวัตินักฟุตบอลในดวงใจของผม นั้นคือ...

โรบิน ฟานเพอร์ซี

ที่ผมชอบนักเตะคนนี้ เพราะว่่าเขาเล่นแบบ แบบมีความคิด ไม่ได้ใช้ แต่แรงอย่างเดียวเหมือน ทีมแมนยู 5555

ยิ่งตอน บอลโลก 2010 เนเธอร์แลนด์ พบ สเปน ในนัดชิง บอล โลก สมัยนั้น โรบิน ฟานเพอร์ซีกำลัง ฮอต

ผมนี้เชียร์ ฮอลแลนด์ สุดใจเลยครับ ผมนี้ซื้อปลาหมึกมาต้มกิน เลย เพราะ ตอนนั้น หมึกพอล ทาย ผล ว่า สเปน จะชนะรูปภาพที่เกี่ยวข้อง

แหละที่ผม ชอบ โรบิน ฟานเพอร์ซี เพราะ โรบิน มีความเป็นสุภาพบุรุษในการเล่นบอล กับเล่นบอลมีความคิด

ตอนนี้เรามาเข้า เรื่อง ประวิติ ของโรบิน ฟานเพอร์ ซี กัน ดีกว่า ครับ


โรบิน ฟานเพอร์ซี

เกิดวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ. 1983) เป็นนักฟุตบอลชาวดัตช์ ตำแหน่งศูนย์หน้าของเฟแนร์บาห์เช ในซูเปอร์ลีก ประเทศตุรกี นอกจากนั้นยังเล่นเป็นปีกซ้ายได้อีกด้วย ฟาน เพอร์ซีเป็นบุตรของคู่สามีภรรยาศิลปิน จึงได้รับการเลี้ยงดูฟูมฟักให้เป็นศิลปินตามรอยเท้าของผู้ให้กำเนิด แต่ฟาน เพอร์ซีกลับเลือกที่จะเล่นฟุตบอลและได้เริ่มเล่นฟุตบอลกับเอส.เบ.เฟ. เอกแซ็ลซียอร์ (S.B.V. Excelsior) สโมสรดัตช์เล็ก ๆ แห่งหนึ่งโดยเป็นนักเตะเยาวชนของสโมสรเมื่อปี ค.ศ. 2001 จากนั้นก็ได้เซ็นสัญญากับสโมสรฟุตบอลไฟเยอโนร์ด สโมสรดังประจำบ้านเกิดเมืองนอนของเขาเมื่อปี ค.ศ. 2002 ทำให้เพอร์ซีมีโอกาสได้สัมผัสด้วยแชมป์ยูฟ่าคัพ 2002 อีกด้วย ฟาน เพอร์ซีเริ่มมีชื่อเสียงเนื่องจากเป็นนักเตะอายุน้อยที่มีพรสวรรค์ แต่กลับมีปัญหาเรื่องระเบียบวินัยกับไฟเยอโนร์ดแห่งนี้ จนแบร์ต ฟัน มาร์ไวก์ ผู้จัดการทีมที่เริ่มทนไม่ไหวกับพฤติกรรมของเขาต้องการให้เขาย้ายสโมสร จนในที่สุดก็เป็นอาร์เซนอล (ภายใต้การคุมทีมของอาร์แซน แวงแกร์) ที่ยังเล็งเห็นถึงความสามารถที่แฝงอยู่ในตัวฟาน เพอร์ซีอยู่ และได้ทำสัญญากับเขาเมื่อปี ค.ศ. 2004 ด้วยค่าตัว 2.75 ล้านปอนด์ นับจากนั้นมา ฟาน เพอร์ซีก็ช่วยให้อาร์เซนอลคว้าแชมป์คอมมิวนิตีชิลด์และเอฟเอคัพตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่มาค้าแข้งอยู่ที่ลอนดอน จากนั้นก็ได้รับรางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมประจำปีแห่งเมืองโรตเตอร์ดัมเมื่อปี ค.ศ. 2006 อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลา 4 ปีแรกที่อยู่กับอาร์เซนอลนั้น เขาก็ไม่ได้มีโอกาสได้ลงสนามมากเท่าที่ควรเนื่องจากได้รับบาดเจ็บ แต่ยามใดที่พร้อมลงสนามก็มักจะได้รับโอกาสลงเป็นตัวจริงเสมอ

ฟาน เพอร์ซีขึ้นชื่อเรื่องการมีเท้าซ้ายที่หนักหน่วง และปัจจุบันเป็นนักฟุตบอลทีมชาติเนเธอร์แลนด์ โดยได้ลงเล่นประเดิมทีมชาติชุดใหญ่เมื่อปี ค.ศ. 2005 และได้เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลโลก 2006 ยูโร 2008 และรองแชมป์ฟุตบอลโลก 2010 รวมถึงอันดับสามฟุตบอลโลก 2014 ในฐานะกัปตันทีมอีกด้วย

นี่คือ ลำดับการค้าแข้ง

อาร์เซนอล

2004–05

มื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ค.ศ. 2004 ฟัน แปร์ซีได้เซ็นสัญญาฉบับแรกกับอาร์เซนอล มีระยะเวลาของสัญญา 4 ปี[9] อาร์แซน แวงแกร์ ผู้จัดการทีมตั้งใจว่าจะโยกแปร์ซีจากตำแหน่งปีกซ้ายมาเล่นศูนย์หน้า ซึ่งฟัน แปร์ซีก็ทำหน้าที่นี้เคียงข้างตีแยรี อ็องรี ได้เป็นอย่างดี[10] แวงแกร์อธิบายการตัดสินใจครั้งนี้ว่า"เขาสามารถเล่นเป็นปีกซ้ายได้ และยังเล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวหลังหรือกองหน้าตัวเป้าได้เนื่องจากเป็นนักเตะที่มีความคิดสร้างสรรค์สูง"[11]

2005-06

เมื่อเริ่มต้นพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2005-2006 รูปแบบการเล่นของฟัน แปร์ซี ก็เริ่มดีขึ้น ทำให้เขาได้รับรางวัลนักฟุตบอลดีเด่นประจำเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2005 ด้วยการยิงประตูไปถึง 8 ประตู ใน 8 เกม และเขาก็ได้ตอบแทนให้สโมสรด้วยการเซ็นสัญญาเป็นเวลา 5 ปี

2006-07

เมื่อพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2006-2007 เปิดตัวขึ้น ฟัน แปร์ซี ได้โชว์ฟอร์มอย่างดี โดยได้ซัดลูกวอลเลย์กลางอากาศในนัดที่เจอกับชาร์ลตันแอทเลติก ที่แวงแกร์เรียกว่า "ประตูของชีวิต" ภายหลัง บีบีซีสปอร์ตได้บันทึกลงเป็นประตูยอดเยี่ยมประจำเดือน

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ อาร์เซน่อล

2012-2013

โรบิน ฟัน แปร์ซี เป็นดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลที่ผ่านมา จึงได้ย้ายไปร่วมกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และได้แชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรก[14]

2014-2015

ในฤดูกาลนี้ ฟัน แปร์ซี มีอาการบาดเจ็บรบกวนตลอดกอรปกับอายุมากที่ขึ้น ทำให้ประสิทธิภาพการเล่นถดถอยลง และเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลจึงได้ย้ายไปเฟแนร์บาห์เช เช่นเดียวกับ นานี เพื่อนร่วมสโมสรที่ได้ย้ายไปก่อนหน้านั้น[15

เฟแนร์บาห์เช

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เฟเนบาเช่

โรบิน ฟัน แปร์ซี ได้ย้ายมาเฟแนร์บาห์เชด้วยค่าตัวประมาณ 4.7 ล้านปอนด์ (ประมาณ 235 ล้านบาท) และสัญญาเป็นระยะเวลา 3 ปี