วันที่ 4 ตรวจวัดตาบอดสี (8 พฤศจิกายน 2559 )

เป็นครูก็จริงแต่ไม่ได้เป็นแค่ครู

วันนี้ได้รับประสบการณ์ที่แปลกใหม่อีกแล้วซึ่งแตกต่างจากภาคเรียนที่แล้วที่ไม่ค่อยได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เลย
มันอาจจะเป็นทั้งเรื่องน่าเบื่อแต่ก็มีเรื่องดีแฝงอยู่ จริง ๆแล้วฉันเป็นคนขี้เกียจ จึงมักจะไม่ค่อยใส่ใจในรายละเอียดเรื่องเล็ก ๆ น้อย
ไม่ชอบคนมาจู้จี้จุกจิก แต่ก็มักจะหนีไม่พ้นงานที่ต้องใช้ความละเอียดอย่างวันนี้ก็ได้รับมอบหมายจากครูฝ่ายอนามัยท่านหนึ่ง
ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นพูดจาไพเราะใจดี แต่เสียอย่างเดียวคือชอบใช้งานแม้แต่เรื่องเล็ก ๆน้อย ที่เราคดว่าเค้าจะทำเองไหวแต่เค้าก็มอบหมายให้ทำ
อย่างงานที่ต้องสอดแฟ้มงานด้านอนามัยและตรวจวัดตาบอดสีให้นักเรียน แต่ก็ดีนะท่านบอกว่าให้ศึกษาไว้เผื่ออนาคตอาจจะได้ใช้ประโยชน์บ้าง
อีกอย่างก็สงสารที่แกต้องทำงานหลายหน้าที่ไหนจะต้องสอนและงานในหน้าที่อื่นๆอีกปีหน้าก็จะเกษียณแล้วช่วยไว้ไม่เสียหาย
การวัดตาบอดสีวันนี้จะมีแบบทดสอบเป็นตัวเลขที่เป็นสี ๆ จากนั้นให้นักเรียนอ่านตัวเลข พบว่านักเรียนที่แยกสีไม่ออกก็จะตอบตัวเลขผิด
มีไม่กี่คนที่อ่านไม่ได้หรืออ่านเลขผิด ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชาย จากแบบทดสอบทั้งหมด 21 ข้อ ให้นักเรียนอ่านเลขที่มองเห็น
จากนั้นนำมาแปลผล นักเรียนที่มีความบกพร่องก็จะอ่านเลขผิดหรืออ่านไม่ออกตั้งแต่5ข้อขึ้นไป



การตรวจคัดกรอง (Screening) ดูว่ามีภาวะตาบอดสีหรือไม่ ซึ่งวิธีที่ดีที่สุด คือการตรวจด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า Pseudoisochromatic chart
หรือที่เรียกกันว่า Ishihara chart ที่เป็นแผ่นภาพบนพื้นสีที่ต่างกัน



นั่งมองตัวเลขกับนักเรียนจนตอนนี้ก็เริ่มจะเวียนหัวแล้วแหละ...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนางสาวศศิธร ฟองจันทร์ (ภาคเรียนที่ 2/2559)



ความเห็น (0)