วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤศจิกายน 2559 เป็นวันที่มีการติวธรรมะให้แก่นักเรียนชั้น ป.4-6 ในการสอบไล่ขั้นพระธรรม ชั้นตรี ชั้นโท ชั้นเอก ในวันที่ 21 พฤศจิกายน นี้ ทางโรงเรียนของเราจึงนิมนต์พระอาจารย์มาติวให้ความรู้กับนักเรียน โดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 8.30-15.00 น.
สรุปแล้ววันนี้ทั้งวันของเราก็คือไม่ได้สอนและคาบเรียนของนักเรียนชั้นป.5 วิชาวิทยาศาสตร์ก็หายไปโดยปริยาย
หน้าที่ของเราในวันนี้ก็คือคุมนักเรียนในการติวในภาคบ่าย ส่วนภาคเช้าของเราคือFree ทำงานของตัวเองวนไปค่ะ เราได้ทำงานของตัวเอง 1 ชั่วโมงและช่วยงานครูพี่เลี้ยงอีก 1 ชั่วโมง ช่วยครูพี่เลี้ยงในการเข้าเล่มเอกสารการเลื่อนวิทยฐานะ คืองานด้านเอกสารของครูพี่เลี้ยงของเราคือเสร็จหมดทุกอย่างแล้ว(ครูพี่เลี้ยงเป็นคนที่ทำงานรวดเร็ว)แต่ก็ยังเหลืองานที่ยังต้องทำอีกเล็กน้อยก็เลยให้เราช่วย เราก็ช่วยเท่าที่เราจะช่วยได้
เผลอแปปเดียวเท่านั้นเอง เวลาก็ล่วงเลยมาจนถึง 12.00 น. ซึ่งเราจะต้องรีบไปทานข้าวแล้วรีบมาคุมนักเรียนในการติวธรรมะตอน13.00 น.
เวลา 13.00 น.
ฉันก็ได้ขึ้นมาคุมนักเรียนในการติวพระธรรมชั้นโท ที่อาหารโรงอาหารชั้น 2 ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนชั้น ป.5 พอเดินเข้าไปในห้องเท่านั้นแหละ เห็นถึงความวุ่นวายในทันที ขึ้นชื่อว่า ป.5 แล้วซะอย่าง เรื่องคุยกันเล่นกันขอให้บอก
หลังจากนั้นไม่นานพระอาจารย์ก็เริ่มการติวในภาคบ่าย
แต่ก่อนที่จะเริ่มนั้น ครูที่มาคุมกับเราก็ได้จัดระเบียบเด็กนักเรียนให้เงียบก่อน พอครูส่งไมค์ให้พระอาจารย์ปุ๊บ เสียงคุยกันก็มาในทันที
พระอาจารย์ก็ติวธรรมะไป ส่วนครูที่มีหน้าที่คุมก็คุมไป นักเรียนมีหน้าที่เรียน ติว ก็คุยไป อย่างนี้ครูและพระอาจารย์จะคุมยังไงดีล่ะ
ครูก็มีกันแค่ 3 คน นักเรียนก็ตั้งหลายสิบคน ครูก็ดูแลไม่ไหว ขนาดครูที่อาวุโสมาคุม มาอยู่ด้วยนักเรียนยังไม่เกรงกลัวเลย นับประสาอะไรกับนักศึกษาอย่างเราล่ะ เสียงคุยกัน เล่นกันดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง บางทีเราก็แอบคิดในใจเหมือนกันว่า นักเรียนพวกนี้มันไม่เรียนกันหรือไง เขาอุตส่าห์มาติวให้ โรงเรียนจัดการติวให้ โธ่เอ้ย ทำไมมันคิดกันไม่ได้นะ บางคนที่ตั้งใจก็ตั้งใจดีอยู่แล้ว ส่วนคนที่คุยเนี่ยเสียงดังจนเพื่อนจะติวไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว จนบางทีเราก็ทนไม่ไหว เราดุนักเรียนที่มันคุยกันเล่นกันเสียงดัง ไปไล่ดุทีละโต๊ะ เสียงเราพลังเราก็ไม่ไหวจะแข่งกับนักเรียน พอเราเดินออกมาจะไปดุโต๊ะอื่น โต๊ะนั้นมันก็เสียงดังขึ้นอีก
ฉันว่านี่เป็นปัญหาใหญ่มากๆ สำหรับโรงเรียนนี้เลยก็ว่าได้หลังจากที่มาอยู่ที่นี่ได้ 3 สัปดาห์ และคิดว่าบุคลากรทุกคนควรจะมีส่วนร่วมในการปรับปรับแก้ไขในเรื่องนี้ให้เด็ดขาดมากขึ้น
ครูที่อาวุโสต้องคอยขอไมค์จากพระอาจารย์เป็นระยะๆ ในการตักเตือนนักเรียน เพราะเสียงดังมากๆเลย จนไม่ได้ยินเสียงพระอาจารย์พูดอยู่แล้ว
วันนี้เหนื่อยกับการคุมนักเรียนมากๆทั้งๆที่มันเป็นประโยชน์ต่อตัวเขาเองแต่เขาก็ไม่รับมันเลย น่าเศร้าใจจริงๆ
ดีนะที่ไม่ได้คุมทั้งวัน ถ้าได้คุมทั้งวันมีหวังโรคไมเกรนกำเริบแน่ๆเรา
บรรยากาศการติวธรรมะก็มีดังนี้



