วันที่ 10 การบ้านหนู…อยู่ที่ไหน? (8/11/2559)

ที่เห็นอยู่เป็นกองๆคือสมุดจดการบ้านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ซึ่งทุกครั้งที่ให้นักเรียนจดการบ้าน ครูจะต้องนำมาตรวจดูว่าจดครบมั้ย ถูกต้องหรือไม่ หากไม่ถูกตรงไหนให้ครูเขียนแก้ให้ แล้วลงชื่อกำกับให้ตรงช่องลายเซ็นครูผู้สอน แต่ในวันนี้ไม่ได้มีแค่ลงชื่ออีกแล้ว เพราะอาจจะต้องถึงเวลาของการแจ้งงานที่ไม่ส่ง เรียนถึงผู้ปกครองของเด็กๆทั้งหลาย

ห้อง ป.4 ที่มีอีกชื่อหนึ่งคือ “ห้องปราบเซียน” ที่ฉันเองจะต้องเข้าไปสอนทุกวัน วันละ 45 นาที แต่ก็ไม่ค่อยจะได้งานหรือผลงานกลับออกมา หรือแม้แต่กองไว้บนโต๊ะตอนเช้าก็ยังไม่มี และมาถึงตอนนี้ก็เป็นเวลาสามอาทิตย์กว่าๆแล้วที่มี่นักเรียนหลายๆคนไม่ส่งงานเลย แม้แต่ชิ้นเดียว ขั้นแรกก็เตือน บ่อยๆ ซ้ำๆ ใช้การให้ดาว ให้รางวัลต่างๆนาๆ ก็ไม่ได้ผล จนกระทั่งปรึกษาครูพี่เลี้ยงว่าควรทำอย่างไรกับเด็กๆที่ไม่มีงานส่งเลย?

ตอนแรกครูพี่เลี้ยงก็บอกให้ไปถามบ่อยๆ เตือนบ่อยๆ ฉันเองก็ได้ทำขั้นตอนนี้ไปแล้ว ครูก็เลยบอกว่าให้ไปบอกครูประจำชั้น ป.4 ให้ครูประจำชั้นเป็นผู้แจ้งผู้ปกครองนักเรียนเป็นรายบุคคล ว่าแล้วฉันก็นำรายชื่อเดินไปหาครูประจำชั้น ป.4 และครูก็เริ่มเรียกชื่อนักเรียนที่ไม่เคยส่งงานเลยมาทีละคน และบอกให้ส่งงานภายในอาทิตย์นี้ ไม่เช่นนั้นจะแจ้งผู้ปกครอง เพราะเวลาผ่านมาจะ 1 เดือนแล้ว นักเรียนไม่ได้ทำอะไรเลย ก็จะไม่เกิดการพัฒนาการเรียนรู้ ฉันขอบพระคุณครูพี่เลี้ยงและครูประจำชั้น ป.4 ที่ได้ให้การช่วยเหลือและให้คำแนะนำดีๆแก่ฉัน เพราะลำพังฉันเองคนเดียวก็คงจะจัดการเรื่องนี้ไม่ได้เป็นแน่ แม้จะลองทำมาทุกทางก็ตาม และก่อนเดินออกจากห้อง ครูก็บอกว่า “ห้องนี้ก็เป็นแบบนี้แหละ ถ้ามีอะไรให้รีบมาแจ้ง จะได้ช่วยกันแก้ ก่อนที่จะเกิดเรื่องอะไรขึ้น ป้องกันตัวเราไว้ ปลอดภัยที่สุด”ท

หลายๆครั้ง ฉันเองก็พยายามจะมองข้ามสิ่งที่มันทำให้รู้สึกแย่ บางทีการที่นักเรียนไม่ทำมาส่ง อาจจะเป็นเพราะไม่เข้าใจ หรือทำไม่ได้ แต่เมื่อลองถามดูกลับไม่ได้คำตอบจากนักเรียนในรูปแบบนี้ แต่กลับเป็นคำพูดที่ว่า “หนูขี้เกียจทำ มันเยอะเกินไป ทำทุกวันเลยเหรอครู” ทั้งที่ความจริงแล้วไม่ได้หนักหนามากมายขนาดนั้น การบ้านวันละ 1 หน้าในแบบฝึกหัด มีประมาณ 3-4 ข้อ เรื่องที่ทำก็เป็นเรื่องที่เรียน ฉันเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ลองเปลี่ยนจากไม่ให้ทำการบ้านเป็นทำงานในห้อง ก็เหมือนเคย คนที่ไม่ทำเลยก็คือไม่ทำเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นการบ้าน หรือ งานในห้องเรียน และหากไม่ให้การบ้านผู้ปกครองเองก็จะถามว่าไม่มีการบ้านเลยเหรอ แล้วนักเรียนจะได้อะไรหรือไม่? เป็นสิ่งที่ฉันเองก็ไม่รู้เช่นกัน หากปล่อยเป็นแบบนี้ต่อไปก็คงไม่ดีต่อตัวของนักเรียนและฉันแน่ๆ แต่ยังไงซะก็คงต้องหาวิธีการใหม่เพื่อจัดการในเรื่องนี้ต่อไป สู้ๆค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกฝึกสอนของนางสาวอัจฉราพรรณ บุญเรือง...(ภาคเรียนที่ 2/2559)



ความเห็น (0)