เรื่องเล่าระหว่างวันที่ 24 - 2ึ7 ตุลาคม 2559


30 ตุลาคม 2559

เรียน ผู้บริหาร เพื่อนครูและผู้อ่านที่รักทุกท่าน

วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม 2559 ที่พักของโรงเรียนได้รับการปรับปรุงใหม่คือเดิมเป็นเตียงเหล็กมาวางเรียงกันปีนี้ปรับปรุงเป็นเตียงไม้คู่หนึ่ง นอกนั้นคงเดิม หลังทานอาหารเช้าเสร็จ เจ้าภาพนำแบบฟอร์มให้ลงทะเบียนและไปสวดมนต์ที่ห้องประชุม นัดหมายว่า 10 โมงเช้าให้ไปขึ้นรถจะพาไปทัศนศึกษาในตัวเมืองลัคนาวซึ่งไกลจากที่โรงเรียนอยู่ราว 20 กม.


สภาพเมืองลัคนาวการจราจรคับคั่ง รถติดมาก จุดแรกที่เขาพาไปชมคือ Ambedkar Memorial Park ซึ่งเป็น public park and memorial in Gomti Nagar, Lucknow, Uttar Pradesh, India. จะทำให้ทราบความเป็นมาของ Dr. Bhimrao Ambedkar Samajik Parivartan Prateek Sthal (Hindi: डॉ. भीमराव अम्बेडकर सामाजिक परिवर्तन प्रतीक स्थल ) ชาวบ้านมักเรียกสถานที่แห่งนี้สั้น ๆ ว่า "Ambedkar Park". สวนหินทรายแห่งนี้สร้างเพื่อเกียรติยศและระลึกถึง Jyotirao Phule, Narayana Guru, Birsa Munda, Shahuji Maharaj, Bhimrao Ambedkar, Kanshi Ram and all those who've devoted their life for humanity, equality and social justice. The memorial was constructed by Mayawati, the Chief Minister of Uttar Pradesh, during her administration when she led the Bahujan Samaj Party.เขาพามาผิดเวลาไปหน่อยเพราะก่อนเที่ยงแดดแรงมากจึงหาผู้กล้าเดินชมให้ทั่วถึงได้ยากเต็มที จากนั้นพาไปชอปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้าSahara Ganj is a most beautiful place for shopping in lucknow. It has 4 PVR, Games Corridor, and Shops with beautiful display. Here you can also enjoy the mouthwatering non-veg and veg dishes enjoy เป็นป้ายโฆษณาของห้างนี้ เจ้าภาพจะเลี้ยงอาหารกลางวันที่ Mc Donal เข้าคิวกับเด็กไม่ไหวจึงขึ้นไปทานที่ foods court ชั้น 5 เป็นพิชซ่าฮาวายรสชาติดี


เดินชมสินค้าแผนกเสื้อผ้าอุดหนุนเขาตามสมควร เพราะเอาเสื้อผ้ามาจากบ้านน้อย ราคาที่อินเดียถูกกว่าบ้านเราเกือบ 50% กลับถึงที่พักเย็น ลงไปทานข้าวที่โรงเลี้ยงของโรงเรียน มีอาหารพื้นบ้านให้เลือกหลายชนิด คนไม่คุ้นกลิ่นเครื่องเทศ Masala ก็กลับไปทานมาม่าที่ห้องพัก อาหารอินเดียมีชื่อเสียงในการใช้เครื่องเทศเป็นหลักในการปรุงอาหาร อินเดียมีวัฒนธรรมรุ่งเรืองมานานพันปี อาหารการกินของอินเดียจึงมีชื่อเสียงในด้านวัฒนธรรมการกินที่ต่างไปจากอีกซีกโลกอื่นมาก คนอินเดียส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดู ซึ่งนับถือว่าวัวเป็นสัตว์ของเทพเจ้า ดังนั้น เนื้อวัวจึงเป็นอาหารต้องห้ามของชาวฮินดู ส่วนเนื้อหมูนั้นเป็นอาหารต้องห้ามของชาวมุสลิม ซึ่งมีอยู่มากในอินเดีย อาหารที่ประกอบด้วยเนื้อหมูหรือเนื้อวัวจึงหากินยาก อาหารที่อยู่ในเมนูของภัตตาคารและร้านอาหารในอินเดีย คือ ไก่กับเนื้อแพะ (Mutton) ส่วนเครื่องเทศนั้นเป็นยาดำแทรกอยู่ในอาหารอินเดียทุกจาน แกงของอินเดีย (Indian curry) ใช้เครื่องเทศแห้ง เช่น มัสซาลา-Masala (เครื่องเทศผสม มี หอม กระเทียม ลูกผักชี ขิง พริกไทยเม็ด อบเชย ใบกระวาน กานพลู และลูกจันทน์เทศ ทุกอย่างป่นเป็นผงแล้วผสมเข้าด้วยกัน) ไม่ใช้เครื่องแกงสด เช่น ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด เหมือนเครื่องแกงไทยทั้งไม่ใส่ผักต่างๆ ลงในแกงนอกจากเนื้อสัตว์ เช่น แกงปลา แกงไก่ ก็ใส่แต่ปลาหรือไก่ ภาคใต้ของอินเดียใช้กะทิในการปรุงอาหาร ส่วนภาคเหนือใช้เนย (Ghee) น้ำแกงอินเดียค่อนข้างข้นเป็นสีเหลืองด้วยขมิ้น หรือผงกะหรี่หรือหญ้าฝรั่งอาหารจานเด่นของอินเดียมีหลายอย่าง ที่คนไทยรู้จักและคุ้นเคยดี คือไก่ทานโดริ (Tandoori Chicken) เป็นไก่ที่หมักในเครื่องปรุงแล้วย่างหรืออบในเตาดิน กับแกงถั่ว (Dal) อาหารจานเด่นอีกจานหนึ่งคือ ข้าวหมก (Biryani) มีทั้งข้าวหมกแพะและข้าวหมกไก่ Kebab คือ เนื้อแพะ บดปั้นเป็นก้อนย่าง เมืองที่อยู่ริมทะเล เช่น Gao อดีตอาณานิคมของโปรตุเกส เป็นถิ่นชาวคริสต์ ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเนื้อหมูหรือเนื้อวัว มีอาหารจานเด่นเป็นอาหารทะเลอินเดียกินข้าวเป็นอาหารหลัก แต่ข้าวของอินเดียเมล็ดใหญ่กว่า ข้าวที่ดีและมีชื่อเสียงของอินเดียคือ ข้าวบัสมาตี (Basmati Rice) ซึ่งเป็นข้าวหอมเมล็ดยาวใหญ่กว่าข้าวหอมมะลิของคนไทยในท้องถิ่น (ทางเหนือของประเทศ) ที่ไม่มีการปลูกข้าว ชาวอินเดียจะกินขนมปังชนิดต่างๆ กับแกงนอกจากกินข้าวแล้วชาวอินเดียกินแป้งแผ่น เช่น โรตี (Roti) หรือ จาปาตี (Chapati) แป้งแผ่นทอดหรือจี่จนสุก และนาน (Nan) แป้งแผ่นหนากว่าจาปาตีปิ้งไฟในเตาทานโดริจนแป้งข้างนอกพองกรอบกับแกงต่างๆ และอาหารที่เป็นเหมือนเครื่องดื่ม คือ นมเปรี้ยว (Yoghurt) ซึ่งในอินเดียเรียกว่า ลัสซี่ (Lassi) มีทั้งรสธรรมชาติและชนิดปรุงรสด้วยเกลือนมเปรี้ยวของอินเดียมีประโยชน์มากในการช่วยย่อยและช่วยระบบขับถ่ายของเสียจากร่างกาย หลังอาหารตามภัตตาคารของอินเดียจะมีเครื่องเทศที่เป็นเม็ดเล็กมีกลิ่นหอมเย็นซ่า (Anisese) ให้อมดับกลิ่นอาหาร และช่วยให้ลมหายใจหอม คนอินเดียส่วนใหญ่เป็นมังสวิรัติ ดังนั้นอาหารมังสวิรัติของอินเดียจึงมีชื่อเสียงไม่แพ้อาหารจานที่ปรุงด้วยเนื้อสัตว์ อาหารมังสวิรัติของอินเดียหากินง่ายและราคาถูก ที่สำคัญคือเลือกบริโภคในร้านที่เห็นว่าสะอาดเท่านั้น


วันอังคารที่ 25 ตุลาคม 2559 ทานข้าวเช้า แล้วไปส่งนักเรียนเข้าห้องสอบไทยส่งนักเรียนเข้าแข่งขัน 4 ทีม ๆละ 4 คน รวม 16 คน ทีม A ประกอบด้วย เด็กชายภูวรัตน์ นาคจันทึก โรงเรียนอนุบาลนครราชสีมา สพป.นครราชสีมา เขต 1 เด็กชายธนวัฒน์ เตชะนิรัติศัย โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กทม. เด็กหญิงนภสร ตั้งศรีสกุล โรงเรียนศุภลักษณ์ สพป.สุพรรณบุรี เขต 1 เด็กชายทีฆ์กฤช ทีฆรัชตธนกุล โรงเรียนเซนค์คาเบรียล กทม. ทีม B เด็กชายณัฐวัฒน์ เต็มเอี่ยมวณิช โรงเรียนพระประเสริฐสุนทราศรัย กทม. เด็กชายศุภวิชญ์ พรหมโคตร โรงเรียนเชิงชุมราษฎร์นุกูล สพป.สกลนคร เขต 1 เด็กชายวิชญ์ภาส จินดาวิมลเลิศ โรงเรียนอัสสัมชัญแผนกประถม กทม. เด็กชายวรวัฒน์ รุ่งอร่ามศิลป์ โรงเรียนมารีย์อนุสรณ์ สพป.บุรีรัมย์ เขต 1 ทีม C เด็กชายพรภวิษย์ พวงเรือนแก้ว โรงเรียนอนุบาลลำปาง สพป.ลำปาง เขต 1 เด็กชายภาธร พัทมุข โรงเรียนอนุบาลราชบุรี สพป.ราชบุรี เขต 1 เด็กชายปุณณวิช ธุวจิตต์ โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี กทม. เด็กชายธีรโชติ คุ้มมั่น โรงเรียนสันติสุขวิทยา กทม. และทีม D เด็กชายอนวัช ตันนิกร โรงเรียนเมืองวาปีปทุม สพป.มหาสารคาม เขต 2 เด็กชายปรมัตถ์ เทวานฤมิตรกุล โรงเรียนวัดดอนทอง สพป.ฉะเชิงเทรา เขต 1 เด็กชายพัชรพล นวเลิศปัญญา โรงเรียนธิดาแม่พระ สพป.สุราษฎร์ธานี เขต 1 เด็กชายวริทธิ์ วิริยประสิทธิ์ชัยโรงเรียนอนุบาลสุธีธร สพป.นครปฐม เขต 1 ก่อนเที่ยงรถโรงเรียนพาไปห้าง Phoenix United Mall, Alambagh อยู่ห่างจากโรงเรียนประมาณ 3 กม. เป็นที่ฝากท้องกับอาหารจานด่วนไว้ที่นี่หลายมื้อ หากนั่รถสามล้อเครื่องมาเองตกเที่ยวละไม่เกิน 100 รูปี คือ 50 บาท นั่งได้ 4 คน สินค้าก็มาตรฐานยุโรป ราคาถูกกว่าบ้านเรา 50 % เพราะค่าของเงิน โรงเรียนเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันที่ร้าน Mc Donal บ่ายพากลับโรงเรียน บ่ายเด็กสอบเสร็จต่างบอกว่าพอทำได้ เย็นเหมารถไปตลาด alambaghถือเป็นแหล่งชอปปิ้งแบบตลาดพื้นบ้านของย่านนี้ ต้องยอมรับในสภาพที่ผจญภัยทั้งรถที่มีเสียงแตรระงม ฝุ่นที่มากมาย และความร้อน แต่เมื่อได้เห็นชีวิตจริงของคนอินเดียนับว่าคุ้มมาก วัยรุ่นเห็นเราแปลกหน้าจะรีบมาช่วยเหลือพาข้ามถนน แนะนำร้านค้าที่เราประสงค์จะหาสินค้า ถือเป็นน้ำใจของเขา ผลไม้และผักสดวางขายเหมือนตลาดนัดบ้านเรา ราคาถูกมาก กล้วยหอม 10 รูปี มีหลายลูกจนทานไม่ไหว เครื่องทองเหลือง อลูมิเนียมและสแตนเลส ประเภทเครื่องครัวเป็นที่ขึ้นชื่อในย่านนี้ ของดีราคาถูก เหมารถกลับโรงเรียนไม่เกิน 100 รูปี เจ้าภาพนำแบบแสดงความเห็นมาให้กรอกเพื่อการปรับปรุงและพัฒนา ได้แต่ชมเขาไปเพราะทำเต็มกำลังแล้ว ที่ไม่ถูกใจเพราะเราเอาแต่ใจมากกว่า


วันพุธที่ 26 ตุลาคม 2559 ทานเช้าแล้วขึ้นไปหอประชุมฟังการวิจารณ์ของผู้ส่งทีมเข้าแข่งขันแต่ละประเทศ ส่วนใหญ่จะชมเชยและประกาศว่าจะมาร่วมแข่งขัน IMC 2017 ที่อินเดียเป็นเจ้าภาพในเดือนกรกฎาคม 2017 คือปีหน้า สำหรับทีมไทยได้ใช้เวทีนี้ถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ด้วยการร่วมร้อง Love Eternally for His Majesty King of Thailandและเพลงสรรเสริญพระบารมี ชาติอื่น ๆ ต่างร่วมยืนไว้อาลัยกับเราด้วย บ่ายโมงมารวมตัวกันที่ห้องประชุมอีกครั้งหนึ่งเพื่อฟังประกาศผลการสอบแข่งขันและแจกเหรียญรางวัล เด็กไทยได้เหรียญกันทุกคนและว่ากวาดเหรียญทองมาเกือบหมด ได้ 27 เหรียญทอง 9 เหรียญเงิน ยังได้รางวัลคะแนนสูงสุดทั้งประเภทบุคคลและประเภททีม เป็นที่ปลาบปลื้มของครูและผู้ปครอง เย็นไปเหมารถไปห้างห้าง Phoenix United Mall อีกรอบเพื่อซื้อของเก็บตกสั่งลาเงินรูปีแบบเทกระเป๋า กลับมาจัดกระเป๋าเดินทางแบบรวมทุกอย่างไว้ในกระเป๋าใบเดียวจะได้เดินตัวเบา


วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม 2559 ตื่นตี 3 อาบน้ำเตรียมตัว ตี 4 ขนกระเป๋าลงไปหน้าตึกหอพัก ตี 5 รถโรงเรียนไปส่งที่สนามบินลัคนาวเครื่องดีเลย์ ออก 10 โมงกว่า มีเวลายืนเกร่คุยกัน อาหารการกินร้านเปิดสายจึงทนหิวไว้ทานบนเครื่อง เครื่องใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงก็ถึงเดลี พวกเราต้องผ่านพิธีของ ตม.อินเดียเขาอำนวยความสะดวกดี มีเวลาเดินชมสินค้าเพียง 1 ชั่วโมง เพราะเครื่องกลับไทยกำหนดออก 13.20 น. สักพักเปลี่ยนเป็น 13.55 น.พอมีเวลาหายใจ สินค้าจำพวกสมุนไพรซื้อตามรำบอกเล่ามีน้ำมันกระเทียม ครีมหิมาลายา เป็นต้น ผมได้เคสไอเปด เป็นหนังแท้ 1 ชิ้นราคา 4000 รูปี มานั่งรอที่ประตูขึ้นเครื่อง 17 ไม่ไกลจากทางเข้า เครื่องออกตรงเวลา 13.55 ถึงไทย 2 ทุ่มกว่า เดินมาสมทบกับท่านรองเลขาธิการ กพฐ. นาย พะโยม ชินวงศ์ ที่เปิดแถลงข่าวตรงประตูทางออก 3 มีผู้ปกครองและคณะครูจากโรงเรียนมารับแสดงความยินดีกันมาก เสร็จภารกิจขึ้นรถที่มารับไปส่งถึงบ้าน 4 ทุ่มสิ้นสุดการเดินทางเยือนอินเดียครั้งที่ 3 นมัสเต

นายกำจัด คงหนู

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 1


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน  "เรื่องเล่าจากเจ้าพระยา"



ความเห็น (0)