ที่ค่ายพัก ,จากหลักฐานบัตรประจำตัวในกระเป๋ากางเกงที่ยังไม่ลบเลือนทำให้หลวงพ่อ ฯและท่านรองฯ ทราบว่า ร่างใดเป็นใคร แต่สำหรับกะโหลกศรีษะนั้นจำเป็นจะต้องส่งไปให้โรงพยาบาลตำรวจตรวจสอบ DNA หาความเหมือนกันระหว่างกระดูกโครงร่างกาย กับกระดูกหัวกะโหลกเสียก่อนจึงจะนำมาต่อกันเป็นคน ๆ เดียวกันได้ จากนั้นจึงจะแจ้งให้ญาติมารับได้ ดังนั้นในคืนแรกนี้ทั้งร่างและกะโหลกศรีษะทั้ง สอง จึงถูกนำไปฝากไว้ที่วัดป่าใกล้ปากทางเข้าป่าไว้ก่อนเพื่อรอให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นบ้านเมืองมาตรวจพลิกศพตามกฏหมายในวันรุ่งขึ้นเสียก่อน