วีซ่าอังกฤษที่ไม่มีวันหมดอายุ

เรื่องเล่าระหว่างทำงานของผม เมื่อปลายปี 2558 ผมเห็นเรื่องราวอื่นๆ นอกเหนือมิติสุขภาพ.......

“ฝน” (นามสมมติ)

อายุ 36 ปี

แรงงานหญิง


ชีวิตหญิงสาวอีสานธรรมดาคนหนึ่ง “ฝน” หลังจากเรียนจบ ม.ปลาย ลาทุ่งดอกคูณไสว มาเป็นสาวโรงงานเย็บผ้าในกรุงเทพ ฯ ถึงแม้ได้ค่าแรงขั้นต่ำ แต่สามารถส่งเงินกลับให้พ่อแม่ทุกเดือน ฝนทำงานมาเรื่อย ๆ ถึง 5 ปี ยังไม่อยากมีแฟนทั้งที่มีชายหนุ่มมาจีบพอสมควร นาน ๆ ครั้งในช่วงสิ้นเดือน ฝนชอบไปเที่ยวผับกับเพื่อน ๆ ฟังเพลง และเต้นกันบ้าง

จนกระทั่งวันหนึ่งในผับ ได้เจอกับหนุ่มวัยอังกฤษ อายุ 42 ปี ด้วยความที่ฝนยิ้มง่าย ทำให้หนุ่มชาวต่างชาติสนใจ พูดคุยกัน และขอเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ “ฝนไม่คิดว่า จะมีแฟน ยิ่งแฟนฝรั่งไม่กล้าคิดเลย เขามาเที่ยวเมืองไทยกับเพื่อน ๆ อีก 14 วัน ก็กลับบ้านเขาแล้ว เพื่อน ๆ ยุ ให้อยากคบกัน หลังจากวันนั้น พอเลิกงานก็มาเที่ยวผับทุกวัน จนเขากลับบ้าน ฝนคุยกับเขางู ๆ ปลา ๆ ใช้ภาษามือบ้าง”

หลังจากหนุ่มอังกฤษกลับประเทศ เขาเป็นฝ่ายติดต่อทางโทรศัพท์ มาวันหนึ่งเขาถามฝนว่า “ฝนไม่คิดถึงเขาหรือ ทำไมไม่ติดต่อหาเขาบ้าง” ฝนเลยเล่าให้ฟังว่า ค่าโทรศัพท์ข้ามประเทศมีราคาแพง หนุ่มอังกฤษเลยให้ติดต่อทางอินเตอร์เน็ต ฝนมีความพยายามเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพิ่มเติม ทั้งต้องพูด และเขียน เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ ฝนเริ่มไว้ใจ และหนุ่มอังกฤษคงไว้ใจฝนเช่นกัน จนให้เงินฝนเดือนละ 10,000 บาทไว้ใช้ และสัญญากลับฝนว่า จะแต่งงานกันและนำฝนกลับไปประเทศด้วย

เวลาผ่านไปเกือบครบรอบปี หนุ่มอังกฤษได้กลับมาหาฝนตามสัญญา ครั้งนี้ได้ไปเที่ยวด้วยกันที่สมุย ภูเก็ต และเดินเรื่องวีซ่าให้ฝนไปประเทศอังกฤษ “เขาเดินเรื่องวีซ่าแบบฝนไปเป็นคนชาติเขา เขาจดทะเบียนสมรสกับฝนที่เมืองไทย แต่สถานทูตไม่ให้ฝนผ่านเข้าประเทศได้ เพราะเวลาน้อยเกินไป ผ่านไปอีกหนึ่งเดือน เขาจึงทำวีซ่าแบบนักท่องเที่ยว 6 เดือนให้ฝน คราวนี้ผ่าน แต่เรื่องที่หนักใจ คือ การบอกให้ทางบ้านหนูรู้”

ฝนพาหนุ่มอังกฤษกลับบ้าน และบอกเรื่องราวให้พ่อแม่ฟังว่า ตนเองจะไปอังกฤษ ไปอยู่แบบยังไม่แต่งงานกันสร้างความตกใจให้ครอบครัวฝนมาก ๆ “พ่อแม่ห่วงฝนมาก บอกว่า เชื่อเขาหรือลูก ไม่กลัวเขาทำอะไรไม่ดีกับเราหรือ เอาไปขายไหม ทั้งที่เพื่อนบ้านญาติพี่น้อง เห็นดีเห็นงามหมดว่า ฝนโชคดีที่ได้สามีฝรั่ง เพราะใครเขาก็อยากได้ ฝรั่งมันรวย ฝนจะสบาย”

ฝนเดินทางไปอังกฤษกับสามี อาศัยในเมืองลอนดอน มีแม่ของสามีที่อายุ 81 ปี สามีไม่เคยแต่งงานเลย และน้องสาวสามีก็แยกครอบครัวออกไปแล้ว สามีทำงานป็นผู้จัดการกิ๊ฟช็อป และรับจ้างทำการเงินการบัญชีของบริษัทเอกชนด้วย ชีวิตประจำวันของฝน คือ ดูแลทำความสะอาดบ้าน เตรียมอาศัยให้ทุกคนในครอบครัว ฝนเริ่มปรับตัวกับวิถีชีวิตใหม่ ๆ “ที่นี้มีคนไทยเยอะ มีร้านอาหารไทย เครื่องประกอบอาหารไทยมีให้เลือกซื้อ คลายคิดถึงบ้านบ้าง ฝนสามารถขึ้นรถบัสไปไหนมาไหนได้ มีงานปาร์ตี้บ่อย ๆ แฟนพาไป พวกเขาก็ให้เกียรติเรา ไม่ดูถูกเรา แต่ฝนเป็นคนไม่ชอบพูดยิ้มอย่างเดียว อังกฤษเขามีหลักการและการวางแผน ไปหาหมอ ไปติดต่อธุรการ ธนาคาร ต้องใช้ระบบจองล่วงหน้า ฝนปรับตัวพอสมควร พวกเราแต่งงานที่อังกฤษ ชีวิตก็ผ่านไปด้วยดี แต่อากาศหนาวมาก ๆ”

เวลาครบ 6 เดือน ฝนและสามีกลับมาเมืองไทย เพราะวีซ่านักท่องเที่ยวของฝนหมดอายุ จึงมาแต่งงานกันอย่างถูกต้องตามประเพณี “เขาจ่ายเงินค่าแต่งงานทุกอย่าง เพราะฝนไม่มีเงินเลย เงินที่เขาให้เดือนละ 20,000 บาท ฝนให้พ่อแม่หมด พ่อแม่ไม่เรียกร้องอะไร ฝนจึงขอค่าสินสอดให้ 2 แสนบาท ทอง 2 บาท” ฝนและสามีอยู่เมืองไทย 3 สัปดาห์ ก็กลับคืนอังกฤษ การทำวีซ่าครั้งที่ 2 ง่ายดายและผ่านด้วยความเรียบร้อย เพราะมีเอกสารการสมรส ฝนต้องการทำงาน เพราะต้องการเงินส่งกลับบ้าน และไม่อยากเป็นภาระสามี

งานแรกของฝน คือ เสิร์ฟอาหารในร้านอาหารไทย “ถ้าให้คะแนนภาษาในช่วงนั้น ให้ 4 เต็ม 10 คะแนน เพราะฝรั่งเขาพูดเร็ว และรัวมาก ฝนไม่กล้าไปสมัครเป็นพนักงานรับโทรศัพท์ รับบิล คิดเงินในช่วงนั้น จึงสมัครเป็นคนเสิร์ฟอาหารช่วยงานทั้งหน้าร้านและหลังร้าน มีนักเรียนไทยมาทำด้วย อาทิตย์หนึ่งทำ 4 วัน ๆ ละ 5 ชั่วโมง เวลาตั้งแต่ 16.00 – 21.00 น. ค่าแรงชั่วโมงละ 6 ปอนด์ ต่อมาก็ขึ้นเป็น 7 ปอนด์ (1 ปอนด์ ประมาณ 300 บาทไทย) มีรายได้จากทิป และสามารถห่ออาหารกลับมากินบ้านได้ ฝนทำเป็น Part time เพราะถ้า Full time จะมีเงือนไขและผูกมัดมาก ๆ แต่มีรายได้ต้องจ่ายภาษีมากด้วยนะ สามีใจดี ถ้าขอเงินเขาให้ แต่ฝนไม่อยากขอ เพราะทำงานได้ อยากส่งเงินให้ทางบ้านฝน ยังมีแรงทำงาน ไม่อยากอยู่บ้านเฉย ๆ ไปวัน ๆ”

ฝนรู้สึกว่า สามีเข้าใจและมีความรักให้ฝนมาก ๆ คอยปกป้องช่วยเหลือ เช่นกรณีเจ้าของร้านอาหารชาวอังกฤษ แต่สามีเป็นคนไทย ไม่ยอมจ่ายค่าสวัสดิการที่พนักงานควรได้รับ สามีของฝนเป็นคนจัดการจนได้เงินตามกฎหมาย “ฝนเปลี่ยนร้านอาหารทำงาน เพราะเจ้าร้านเลิกกิจการบ้าง ฝนอยากทำที่อื่นบ้าน และมีโอกาสได้ทำงานพิเศษด้วย”

ส่วนใหญ่หญิงไทยในอังกฤษ ทำงาน 3 อย่าง คือ งานเสิร์ฟอาหาร งานดูแลเด็กและผู้สูงอายุ และงานทำความสะอาด งานพิเศษของฝนได้งานจากเพื่อนเสิร์ฟอาหารด้วยกันชาวพิลิปปินส์ ที่เขาทำงานพิเศษความสะอาดบ้านเกือบ 10 แห่งไม่ไหว จึงขอให้ฝนช่วยทำให้ ฝนขอทำบ้านที่ใกล้ ๆ กับบ้านฝน เพราะถ้าอยู่ไกล ๆ ฝนขับรถยนต์ไม่เป็นและไม่มีใบขับขี่ “งานทำความสะอาดง่าย ๆ มาก บ้านคนอังกฤษไม่ค่อยสกปรก ทำบ้านละ 1 ชั่วโมง ทำ 3 บ้าน ได้ชั่วโมงละ 10 ปอนด์ ได้เงินง่าย ๆ สบายๆ”

ชีวิตของฝนราบรื่นและมีความสุข ฝนส่งเงินกลับให้พ่อแม่เดือนละ 1 หมื่นบาท ต่อมาแม่ของสามีเสียชีวิต จึงขายบ้านหลังนั้น เพื่อแบ่งเงินให้น้องสาวสามี ดังนั้น จึงได้ซื้อบ้านใหม่ พร้อม ๆ กับการมีลูกสาว ในวัย 30 ปีของฝน พอลูกสาวอายุได้เกือบขวบ สามีและฝนอยากกลับมาใช้ชีวิตที่เมืองไทย เพราะคิดว่ามีเงินมากพอใช้ตลอดชีวิตถึงไม่ทำงานเลย และถ้ามาตอนอายุเยอะ ๆ ทั้งสามี และลูกสาว จะปรับตัวลำบาก และสามีรักเมืองไทยมาก ๆ จึงลาออกจากงานทั้ง 2 งานที่ทำอยู่ ซึ่งสามีได้เงินบำนาญจากบริษัท แต่ถ้าสามีอายุ 67 ปี จึงจะได้เงินบำนาญจากรัฐบาล

สามีของฝนรับประเทศไทยที่มีการคอรัปชั่น เช่นเมื่อติดต่อทางราชการเกี่ยวกับการทำเอกสาร ฝนต้องให้เงินใต้โต๊ะตามธรรมเนียม โดยเฉพาะการมีสามีเป็นคนต่างชาติ คนไทยจะคิดว่า เป็นคนร่ำรวย จนสามีของฝนต้องอารมณ์เสียกับฝน เพราะประเทศของตนไม่มีระบบเช่นนี้ และเช่นกัน ฝนก็รับไม่ได้กับหญิงไทยด้วยกัน ที่ชอบไปแย่งสามีฝรั่งคนอื่น ไม่ชอบช่วยเหลือกัน ชอบนินทากัน ชอบมาขอยืมเงิน ชอบอวดมั่งอวดมี และการชักชวนไปเล่นการพนัน นอกจากนั้น ฝนก็ไม่ชอบฝรั่งที่คิดว่า ผู้หญิงไทยทุกคนมาจากทัพยา ทำงานกลางคืน พูดไม่รู้เรื่อง ด้อยการพัฒนา และชอบมาเอาเงินและคนจากประเทศเขากลับเมืองไทย

ฝนและสามีวางแผนในการย้ายชีวิตกลับมาเมืองไทยนานมาก “ลุ้นมาก ๆ กว่าจะขายบ้านได้ ขายปุ๊บ ตกลงกันกับทนาย เพื่อกำหนดวันรับเงินและย้ายออก แพ็คของทุกสิ่งทุกอย่างแม้กระทั่งถ้วยจานฝนเอามาหมดเลยนะ ส่งมาทางเรือล่วงหน้า ค่าใช้เงิน 2 แสนกว่าบาท” เมื่อมาถึงเมืองไทย ฝนได้ซื้อที่ดิน สร้างบ้านใหม่ที่หลังใหญ่หรูหรา ซื้อรถยนต์ให้ทั้งตัวเองและพ่อของตนเอง

บทเรียนของฝนในการอยู่ในประเทศอังกฤษ 8 ปี สร้างความประทับใจให้ฝนไม่น้อย “ยังคิดถึงอังกฤษอยู่นะ คิดถึงการทำงาน เพราะต้องอดทนขยัน ทำให้รู้จักคุณค่าของเงิน คิดถึงอากาศและความงดงาม ได้ประสบการณ์มากมายหลายอย่างที่นั้น ได้ภาษา และเรียนรู้นิสัยใจคอทั้งคนไทยและคนอังกฤษที่นั้น จนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเขา เขามีกฎหมายและระบบระเบียบขั้นตอนที่ดี ตอนนี้ฝนถือ 2 สัญชาติ สอบยากมาก ๆ กว่าจะได้กรีนการ์ด แต่ภูมิใจที่ทำได้ รู้สึกโชคดีที่ได้เจอกับสามีคนนี้ เพราะเห็นหลายคน ที่ทิ้งเมียคนไทย ทั้งที่ผู้หญิงไทยฝากชีวิตไว้ที่นั้น นอกจากเขารักเรา แล้วเขายังรักครอบครัวเรา เพราะฝรั่งบางคนยอมไม่ได้ที่เราจะส่งเสียเงินทองให้พ่อแม่พี่น้อง”


******************

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า...รอยเท้า...ทางเดิน...เหินฟ้า



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

เพื่อนใหม่ คือ ของขวัญที่ให้กับตัวเอง

ส่วน เพื่อนเก่า หรือ มิตร คือ อัญมณีที่นับวันจะ เพิ่มคุณค่า