ฮาวา มาฮาล (Hawa Mahal)..

วันนี้ผมจะพาไปเที่ยวชมเมือง ชัยปุระ (Jaipur) กันนะครับ วันนี้เราจะไปดูพระราชวังต่างๆ ป้อมแอมแมร์ (Amer Fort) ไปขี่ช้างชมป้อมแอมแมร์ (Amer Fort) และ ป้อมชยครห์ (Jaigarh Fort) และชมการทำเสื้อผ้าพื้นเมืองของประเทศอินเดีย.....

วันนี้เราตื่นกันสายหน่อยนะครับ เหมือนเดิม กินข้าวเช้าทีโรงแรม Mansingh Palace เราจะนอนที่ Mansingh Palace 2 เมืองนะครับ นั่นก็คือเมืองอักราและชัยปุระ แต่ที่เมืองนี้เราจะนอนกันถึง 2 คืนนะครับ...

เรากับคุณลุงคนขับรถก็นัดเจอเราที่หน้า Lobby โรงแรม เราออกไปพระราชวังสายลม หรือ Hawa Mahal...


สำหรับพระราชวังสายลมแห่งนี้สร้างในปีค.ศ. 1799 โดยมหาราชาสะหวาย ประธาป สิงห์ (Maharaja Sawai Pratap Singh) ออกแบบโดยลาล ชันด์ อุสถัด (Lal Chand Ustad) โดยถอดแบบมาจากรูปทรงของมงกุฏพระนารายณ์ โดยมีสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นคือ บริเวณด้านหน้าอาคารมีหน้าบันสูงห้าชั้นและมีลักษณะคล้ายรังผึ้ง ซึ่งประกอบด้วยหน้าต่างขนาดเล็กตกแต่งด้วยลวดลายฉลุเป็นช่องลมจำนวน 953 บาน

พระราชวังแห่งนี้สร้างโดยหินทรายสีชมพู และสีแดง ตั้งอยู่ใจกลางเมืองของชัยปุระ โดยเป็นส่วนหนึ่งของซิตี้พาเลส (City Palace) ซึ่งอยู่ในบริเวณติดกันกับเซนานา (Zenana) หรือฮาเร็ม โดยนิยมไปเยี่ยมชมในตอนเช้าพร้อมแสงอาทิตย์ตกกระทบบริเวณหน้าต่างเพื่อชมความงามของช่องลม

สวยมากเลยครับ แต่เวลาถ่ายรูปคนจะเยอะมาก ทำให้ได้ภาพที่ไม่ค่อยตรงนะครับ


นี่ครับบ ประตูเมืองของชัยปุระ

เดี๋ยวเราจะอออกเดินทางกันต่อนะครับ เพื่อขี่ช้างชมป้อมแอมแมร์ (Amer Fort) และป้อมชยคาร์ (Jaigarh Fort)


วิวระหว่างทาง.... เจอละครับ เครื่องเทศ.....


อันนี้คือป้อมแอมแมร์ (Amer Fort) ครับ



ส่วนอันนี้คือป้อมชยคาร์ (Jaigarh Fort) ครับ


เราก็ขึ้นไปขี้ช้างนะครับ แต่...... ควาญช้างก็จะขอทิปเราเพิ่มตลอดทางเลยครับ ให้นิดเดียวก็ไม่ยอม ตอนแรกก็ทำเป็นไม่สนใจนะครับ แต่เค้าก็ไม่เลิก เราเลยให้ไป 100 รูปี เค้าก็ขอเพิ่มอีก.... พอ.. พอ...

แต่ก็สนุกนะครับ เวลาขี่ช้าง แต่รู้สึกว่าช้างเค้าตัวใหญ่กว่าช้างเมืองไทยอ่ะครับ 555




เราออกมาครับ คราวนี้เราจะไปที่ป้ออมแอมแมร์จริงๆเลย เค้าบอกว่าป้อมนี้เป็นป้อมที่สวยที่สุดในอินเดีย.... จะจริงรึเปล่า... ไปดูกันนนน


ภาพแรกก็สุดยอดแล้วครับบบ


อ้อออออ ลืมบอก ว่า Local Guide ของเราที่เมืองนี้คือคนที่ใส่เสื้อลายๆนะครับ ที่อยู่ข้างบนครับ


สำหรับที่ป้อมแอมแมร์นะครับ สร้างโดยมหาราชา มาน สิงห์ที่ 1 ป้อมปราการแห่งนี้มีชื่อเสียงทางด้านสถาปัตยกรรมซึ่งผสมผสานกันระหว่างศิลปะฮินดูและศิลปะราชปุตอันเป็นเอกลักษณ์ สามารถมองเห็นได้จากระยะทางไกลเนื่องจากมีขนาดกำแพงปราการที่ใหญ่และแน่นหนาครับ สวยงามจริงๆ

ป้อมอาเมร์ และป้อมชยการห์ ทั้งสองนั้นตั้งอยู่บนเขา "ชีลกาทีลา" (เขาแห่งอินทรี) อันเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาอะราวัลลี ทั้งสองป้อมนี้ถือว่าเป็นสถานที่เดียวกัน เนื่องจากสามารถเดินทางหากันได้โดยทางเชื่อมใต้ดิน ซึ่งใช้เป็นทางหลบหนีสำหรับเชื้อพระวงศ์ในกรณีที่ป้อมอาเมร์นั้นถูกยึดครอง คือ มีไว้ 2 ป้อมเลยย เพราะกลัวโดนยึดครับ


ตรงนี้คือ Top View ของป้อมแอมแมร์ครับ...

เก่าแก่มากจริงๆ





แต่เราจะไม่ได้เข้าไปป้อมชยคาร์นะครับ เพราะเรามีโปรแกรมจะไปที่อื่นอีกครับ คราวนี้ เราจะไปพระราชวังกลางน้ำ หรือ (Jal Mahal) นะครับ เป็นพระราชวังที่อยู่กลางน้ำ ที่ไม่มีคนอยู่เลยนะครับตอนนี้


อันนี้ถ่ายยากครับ เพราะ มันอยู่กลางน้ำ แล้วเราไม่สามราถเดินไปใกล้กว่านี้ได้อีกแล้วครับ

พระราชวังกลางน้ำ หรือ Jal Mahal ถูกสร้างครั้งแรกเพื่อจุดประสงค์เป็นที่พักผ่อนตากอากาศของพระราชา เพื่อเสด็จล่าสัตว์ ในบริเวณดังกล่าว แต่ในช่วงศตวรรษที่ 18 กษัตริย์แห่งอาร์เมอร์ได้ตัดสินใจสร้างเขื่อนล้อมรอบระหว่างภูเขาเพื่อป้องกันน้ำท่วม และตอนนั้นเองที่ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนท่วมส่วนหนึ่งของพระราชวัง ปัจจุบันที่นี่อนุญาตให้ผู้คนเข้าชมได้โดยทางเรือเท่านั้นนะคร้าบบบ

ต่อไปเราจะไปดูการทำผ้าอินเดียกันคร้าบบบบ

เค้าก็จะแบบ.... เอาผ้ามาวางแล้วก็เอาตราปั้มสีลงไปครับ ดูง่ายนะ แต่จริงๆมันยากมาก กว่าจะกะระยะได้ดีนีเค้าบอกว่าต้องฝึกเป็นปีๆเลยครับ

พอเสร็จอันนี้แล้ว เราจะไปกินข้าวกลางวันครับ ต....แต่... ไกด์บอกว่าเราเที่ยวให้หมดโปรแกรมก่อนเลยดีมั้ย แต่มันจะเลยเวลากินข้าว เราก็บอกว่าไม่เป็นไรกัน รู้สึกว่าไกด์เค้าจะป่วยรึอะไรนี่แหละครับ แต่จริงมันต้องตามโปรแกรมนี่..... มากะทัวร์ก็งี้แหละครับ

เราเลยไปต่อกันที่ City Palace หรือพระราชวังกลางเมืองนะครับ ซึ่งเป็นที่ประทับของกษัตริย์แห่งราชวงศ์ราชปุตของเมืองชัยปุระนี้ครับ


นี่ครับ.... นี่คือ City Palace

City Palace แห่งนี้เป็นที่พำนักของกษัตริย์ทุกพระองค์ในเมืองชัยปุระแห่งนี้ และตอนนี้เปิดให้ชมกันภายในนามของพิพิธภัณฑ์ไสวมานซิงห์ครับ



เค้าบอกโอ่งใบนี้แหละครับ ใหญ่ที่สุดในโลกกกก


พอเสร็จแล้วเราก็เข้าไปดูในส่วนของตัวพระราชวังนะครับ ซึ่งเค้าห้ามถ่ายรูป แต่ข้างในก็จะมีเสื้อผ้า ห้องต่างๆ รวมถึงรูปวาดกษัตริย์ทุกพระองค์

ต่อมานะครับ เราจะไปหอดูดาวที่ชื่อว่าจันตรามันตรา หรือ Juntra Muntar ในภาษาอังกฤษครับ เป็นหอดูดาวที่สร้างโดยมหาราชาสะหวาย จัย สิงห์ ซึ่งเป็นแม่ทัพใหญ่ของจักรวรรดิโมกุล ภายใต้สมเด็จพระจักรพรรดิออรังเซพ โดยต่อมาได้รับพระราชทานตำแหน่งเป็น "มหาราชา" และ "สะหวาย" จากสมเด็จพระจักรพรรดิโมฮัมมัดชาห์(Emperor Mohammad Shah)

โดยหอดูดาวลักษณะแบบนี้ได้ทรงสร้างทั้งหมด 5 แห่งต่างสถานที่กัน รวมถึงที่ชัยปุระ และเดลี ซึ่งหอดูดาวจันตาร์มันตาร์นี้มีขนาดใหญ่ที่สุด และยังเก็บรักษาอยู่ในสภาพดีที่สุดอีกด้วย โดยได้รับการยกย่องโดยองค์การยูเนสโกค้าบบบ

บอกเลยว่าตรงนี้ ร้อนมากกกกก


เก่งมากเลยครับ คนสมัยก่อน





ได้เวลากินข้าวซันที.....

ระหว่างทางกลับโรงแรม ผมก็มีภาพ Lifestyle ของคนอินเดียมาฝากเล็กๆน้อยๆครับ


น่ากลัวเนอะ.....


คือ วันนี้เราเที่ยวเสร็จเช้า เลยว่าจะออกไปเที่ยว ไปเดินเล่นกันเอง แต่ก็ไม่ได้เก็บภาพความประทับใจไว้ เพราะความกลัว เพราะฉนั้น เราจะเจอกันใหม่วันพรุ่งนี้ ที่เมือง New Delhi กับตอน ประวัติศาสตร์ท่ามกลางความเจริญครับ