หลังจากส่งข้อเขียนข้างล่างไปให้ผู้ขอ ผมก็นึกขึ้นได้ว่าอาจารย์หมอพาสน์ศิริ เข้าข่ายที่จะยกย่องเป็น “คนดี” ของบ้านเมืองได้ จึงนำมาลงบันทึกไว้ ผมตีความว่า ท่านเป็นบุคคลตัวอย่างในด้านมีความเข้มแข็งของ Executive Function & Self Regulation
ศาสตราจารย์คลินิก ทันตแพทย์ พาสน์ศิริ นิสาลักษณ์ ที่ผมรู้จัก
วิจารณ์ พานิช
…………..
ผมเขียนเรื่องนี้จากความจำ มีโอกาสตรวจสอบความถูกต้องน้อยมาก เพราะได้รับการขอร้องให้เขียน ในวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๙ และต้องรีบส่งในวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๕๙ เพื่อให้ทันกับงานฉลองเกษียณ อายุราชการ และอำลาตำแหน่งคณบดีของศาสตราจารย์คลินิก ทันตแพทย์ พาสน์ศิริ นิสาลักษณ์ ในวันที่ ๓๐ กันยายน ดังนั้นจึงต้องขออภัยหากมีความคลาดเคลื่อนด้านเวลา
เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๘ สมัย ศ. ดร. นพ. พรชัย มาตังคสมบัติ เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล มีหนุ่มน้อยหน้าใส แต่งกายทันสมัย มาทำหน้าที่รองอธิการบดีฝ่ายกิจการสภา และเลขานุการสภามหาวิทยาลัย ซึ่งหมายความว่า มีหน้าที่ทำงานใกล้ชิดกับนายกสภามหาวิทยาลัย ซึ่งขณะนั้นผมทำหน้าที่อยู่ ท่านอธิการบดี พรชัยคงจะเดาใจว่าผมอยากได้เลขานุการสภาที่อาวุโสและรู้งาน จึงบอกผมว่า “ขอให้ลองทำงานดูก่อนนะครับ มีคนแนะนำว่าอาจารย์พาสน์ศิริทำงานเก่ง”
อาจารย์หมอพาสน์ศิริ เป็นคนพูดช้าๆ อารมณ์ดี ทำงานเป็นระบบ และเอาใจใส่งานมาก กล่าวได้ว่าเสียงเล่าลือที่ท่านอธิการบดีพรชัยได้รับมาและนำมาเกลี้ยกล่อมผมนั้น เป็นความจริงแต่ที่ไม่เป็นความจริง คือภาพเด็กหนุ่มที่ชวนให้ผมคิดว่าเป็นอาจารย์เด็กๆ เพราะไม่ช้าก็รู้กันว่าท่านอายุห้าสิบปีแล้ว เป็นศัลยแพทย์ฝีมือดี แล้วต่อมาก็ทราบว่าท่านเป็นโสด เป็นนักเสาะหาอาหารอร่อยรับประทาน และเป็นนักเลี้ยงสุนัขพันธุ์ดีที่ส่งประกวดได้รางวัลอยู่เสมอ ที่บ้านท่านเลี้ยงสุนัขกว่าห้าสิบตัว
เมื่อมีการเปลี่ยนทีมบริหารมหาวิทยาลัย มาเป็นทีมอธิการบดี ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร อาจารย์หมอพาสน์ศิริก็ได้รับแต่งตั้งเป็นรองอธิการบดีฝ่ายบริหารและเลขานุการสภามหาวิทยาลัย สรุปว่าท่านกับผมทำงานใกล้ชิดกันเป็นเวลาเกือบ ๖ ปี ผมยืนยันได้ว่าท่านเป็นนักบริหารที่มีความสามารถ สูงมาก ทำงานอย่างประณีต ผมทำงานร่วมกับท่านด้วยความสบายใจ
เมื่อหมดหน้าที่รองอธิการบดีไปไม่นาน ท่านก็ได้ทำหน้าที่ที่รับผิดชอบมากขึ้นไปอีก คือคณบดีคณะ ทันตแพทยศาสตร์ ในช่วงเวลา ๔ ปีเต็มในตำแหน่งนี้ ท่านได้สร้างความเจริญก้าวหน้าแก่คณะทันตแพทยศาสตร์ อย่างน่าชื่นชมยิ่ง และได้กลับมาเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยจากผู้บริหาร รวมทั้งทำหน้าที่กรรมการ กิจการสภามหาวิทยาลัย ท่านจึงได้ใช้ประสบการณ์การเป็นรองอธิการบดีฝ่ายกิจการสภา และเลขานุการสภา มหาวิทยาลัย มาให้ความเห็นและข้อแนะนำในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่สำนักงานสภามหาวิทยาลัยที่ตั้งขึ้นในภายหลัง รวมทั้งการพัฒนาวิธีการทำงานของสภามหาวิทยาลัย เป็นข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์มาก
เวลาผ่านไปเร็วมาก ในเวลาสิบปี ลักษณะทางกายภาพของอาจารย์หมอพาสน์ศิริไม่เปลี่ยนไปเลย คือยังคงมีหน้าตาและรูปร่างของหนุ่มน้อยหน้าใสเช่นเดิม แม้งานในตำแหน่งคณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ จะเป็นงานหนัก
ในโอกาสที่อาจารย์หมอพาสน์ศิริจะเกษียณอายุราชการ ในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๙ นี้ ผมขอ อาราธนาคุณพระรัตนตรัย และผู้ทรงคุณงามความดีทั้งหลาย รวมทั้งคุณงามความดีที่อาจารย์หมอพาสน์ศิริ ได้บำเพ็ญไว้เอง จงดลบันดาลให้ท่านมีความสุข มีพลานามัยดี ยังคงทำประโยชน์ให้แก่วงการวิชาชีพ และแก่คณะทันตแพทยศาสตร์ รวมทั้งได้อยู่กับงานอดิเรกที่ท่านรัก สืบต่อไปอีกยาวนาน
วิจารณ์ พานิช
๑๔ กันยายน ๒๕๕๙