Case study 1: เคสวัย 40 ปีที่เป็นหลอดเลือดสมองตีบมา 3 ปี เบื่อและอยากลาออกจากการเป็นอาจารย์ที่หนักจนไม่มีเวลาพักผ่อนและเสี่ยงเป็นหลอดเลือดสมองตีบ ไม่ชอบออกกำลังกาย มีความสามารถเป็นพิธีกร ดีเจ และนักเขียน และกำลังเครียดเพราะเป็นเสาหลักเลี้ยงดูครอบครัวกว่า 3 คน และมีหนี้บ้านจากการผ่อนชำระเงินเดือนจากงานอาจารย์ประจำ
1.วิเคราะห์ตาม PEOP ดังนี้
| P | E | O | P |
|
Self -เป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบ (Ischemic stroke)มา 3 ปี -เบื่อและอยากลาออกจากการทำงานอาจารย์ที่หนักจนไม่มีเวลาพักผ่อน -ไม่ชอบออกกำลังกาย -มีความสามารถเป็นอาจารย์ พิธีกร ดีเจ และนักเขียน Mental -Cognitive : Lv.5 ขาดความสามารถในการวางแผนจัดการตนเอง -Emotion : รู้สึกเครียดเนื่องจากเป็นเสาหลักของครอบครัวและต้องชำระหนี้สินบ้าน -Personality : Introvert -Psychosocial skill : Self-management skill Stress management : มีปัญหาการจัดการภาวะเครียด Time management : ไม่มีเวลาพักผ่อนFatigue management:มีความล้าทางกาย ทางใจ |
Physical Social -อาศัยอยู่กับครอบครัว 3 คน -มีหนี้สินบ้าน |
IADL : Finance management Work: ทำงานเป็นอาจารย์ Rest/sleep: พักผ่อนไม่เพียงพอเนื่องจากทำงานหนัก |
ability แนะนำวิธีจัดการความเครียด เพิ่มทักษะการจัดการตนเอง รวมถึงส่งเสริมบทบาทการกลับไปทำงานของผู้รับบริการ ให้ผู้รับบริการมคุณภาพชีวิตที่ดี |
P+E=Motivation:
negative motivation คือ ขาดแรงจูงในในการทำงาน
P+E+O+P=Role transformation: ยังไม่มีการเปลี่ยนบทบาท
2.วิเคราะห์ตาม OBP-In depth (PEOP+MOHO)
Volition Subsystem
- Personal causation : (Narrative reasoning) เชื่อในความสามารถตนเอง คือ เชื่อว่าตนเองมีความสามารถในการเป็น พิธีกร ดีเจ นักเขียน
- Value : N/A
- Interests : N/A
Habituation Subsystem
- Internalized Roles : ลูก พี่หรือน้อง อาจารย์
- Roles Change : -
- Habits : -
Performance Subsystem
- Objective physical : stress fatigue
- Subjective experience : มีประสบการณ์ในการทำงานอาจารย์
3. Job analysis : อาจารย์
| กิจกรรมที่ทำในงาน | องค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง |
| ค้นหาข้อมูล เตรียมการสอน | orientation, attention, memory, planning, reasoning, problem solving, abstract thinking, metacognition |
| สอนให้นักศึกษาเกิดความเข้าใจในเนื้อหาที่เรียน | orientation, attention, memory, planning, reasoning, problem solving, abstract thinking, metacognition , social and communication skill |
| เตรียมข้อสอบ | orientation, attention, memory, planning, reasoning, problem solving, abstract thinking, metacognition |
| ตรวจข้อสอบ | orientation, attention, memory, planning, reasoning, problem solving, abstract thinking, metacognition |
| จัดการงานบริหารในสาขาหรือคณะ เช่น การประชุมหลักสูตรในสาขาวิชา เป็นต้น | orientation, attention, memory, planning, reasoning, problem solving, abstract thinking, metacognition |
| ฟื้นฟูผู้รับบริการในคลินิก | orientation, attention, memory, planning, reasoning, problem solving, abstract thinking, metacognition , social and communication skill |
| รับงานภายนอก เช่น พิธีกร วิทยากร ผู้นำในการจัดกิจกรรมกลุ่ม นักเขียน เป็นต้น | orientation, attention, memory, planning, reasoning, problem solving, abstract thinking, metacognition , social and communication skill |
4.การคิดและการให้เหตุผลทางคลินิก
(Clinical Reasoning)
Scientific Reasoning
Diagnosis Clinical reasoning:
Occupational Imbalance: งานส่งผลให้เกิดความเครียด คือ เครียด เนื่องจากงานอาจารย์เป็นงานที่หนักจึงไม่มีเวลาพักผ่อน มีบทบาทในการเป็นเสาหลักของครอบครัวและมีหนี้สิน อีกทั้งเป็นคนที่ไม่ชอบออกกำลังกาย ส่งผลให้ผู้รับบริการเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดในสมองตีบอีกครั้ง
Occupational Deprivation: ความเครียดจากงาน ส่งผลต่อการทำงาน คือ เนื่องจากงานหนักไม่มีเวลาพักผ่อน ผู้รับบริการรู้สึกเบื่อและอยากลาออกจากงาน
Narrative Clinical reasoning
“เบื่อ อยากลาออกจากการทำงานอาจารย์ที่หนักจนไม่มีเวลาพักผ่อน” สะท้อนให้เห็นถึง การที่ผู้รับบริการยังไม่รู้วิธีจัดการตนเอง ในเรื่องของการบริหารเวลา(time management) ความเครียด(stress management) ความล้า (fatigue management)
“ไม่ชอบออกกำลังกาย” สะท้อนให้เห็นถึงบุคลิกที่ชอบทำกิจกรรมที่นั่งอยู่เฉยๆ ไม่เกิดการเคลื่อนไหว และอาจสะท้อนให้เห็นถึงสุขภาพที่ไม่แข็งแรง เกิดความล้าทางกาย
“มีความสามารถเป็นพิธีกร ดีเจ และนักเขียน” สะท้อนให้เห็นถึงการรับรู้ความสามารถตนเอง (self-efficacy)
“เป็นเสาหลักเลี้ยงดูครอบครัวกว่า 3 คน มีหนี้บ้านจากการผ่อนชำระเงินเดือนจากงานอาจารย์ประจำ” สะท้อนให้เห็นถึงความเครียด
5. Intervention
Plan
Problem list
- ผู้รับบริการไม่ทราบวิธีในการจัดการความเครียด
- ผู้รับบริการไม่สามารถบริหารจัดการเวลาได้ส่งผลให้ไม่มีเวลาพักผ่อน
- ผู้รับบริการขาดแรงจูงใจในการทำงาน
Short term goal
- ผู้รับบริการมีความเครียดลดลง 2 ระดับ โดยการทำกิจกรรมยามว่าง คือการเขียนบันทึกประจำวัน ภายในระยะเวลา 1 เดือน
- ผู้รับบริการมีเวลาพักผ่อนเพิ่มขึ้น 1 ชั่วโมง จากการบริหารจัดตารางเวลา ภายใน 2 สัปดาห์
- ผู้รับบริการมีแรงจูงใจในการกลับไปทำงานภายใน 1 เดือน
Long term goal
ผู้รับบริการสามารถกลับไปทำงานได้
Intervention Implementation
Goal 1: ผู้รับบริการสามารถจัดการความเครียดให้ลดลง 2 ระดับ โดยการทำกิจกรรมยามว่าง คือการเขียนบันทึกประจำวัน ภายในระยะเวลา 1 เดือน
FoR/Model : MOHO Model ,Cognitive Disability Model
Therapeutic media : therapeutic use of self,
Approach : Relaxation technique (diaphragmatic breathing and progressive muscle relaxation ,Self-management,problem solving
Intervention implementation
- สอบถามผู้รับบริการ ให้ผู้รับบริการมีการตระหนักรู้เกี่ยวกับตนเอง(Self-awareness) เกี่ยวกับปัญหาที่ส่งผลให้เกิดความเครียด ทั้งในด้านกายภาพและจิตใจ พร้อมทั้งแจกแจงปัญหา
- ให้ผู้รับบริการกำหนดระดับความเครียดด้วยคะแนน 0-10 โดย 0 คือไม่เครียด 10 คือเครียดมากที่สุด
- ตั้งเป้าประสงค์ร่วมกับผู้บำบัดในการจัดการความเครียด ว่าการจัดการความเครียดในระยะสั้นกับระยะยาวอย่างไร และใช้ระยะเวลานานเท่าไหร่ พร้อมทั้งให้ผู้รับบริการเขียนเป้าหมายลงสมุด เพื่อให้ผู้รับบริการเห็นเป้าหมายของความสำเร็จที่ชัดเจน
- สอบถามผู้รับบริการถึงวิธีจัดการความเครียดของผู้รับบริการ พร้อมทั้งให้ผู้รับบริการเสนอวิธีอื่นๆร่วมกับผู้บำบัดนอกเหนือจากวิธีที่ผู้รับบริการเคยทำ
- ผู้บำบัดแนะนำและให้ Relaxation Technique เพื่อเป็นการผ่อนคลายความเครียดก่อนเข้าสู่กิจกรรมต่างๆ เช่น
- diaphragmatic breathing เป็นวิธีผ่อนคลายความเครียดโดยการฝึกการหายใจโดยใช้กล้ามเนื้อกะบังลม โดยนำมือวางบริเวณชายโครงด้านหน้าเพื่อกระตุ้นและรับรู้การเคลื่อนไหวของทรวงอกและหน้าท้องที่เกิดขึ้น หายใจผ่านทางรูจมูกเข้าออกธรรมดา ไม่เกร็งหัวไหล่หรือทรวงอก สังเกตว่าขณะหายใจเข้าท้องป่อง หายใจออกท้องยุบลง
- progressive muscle relaxation เป็นวิธีการคลายกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นทีละส่วน โดยเริ่มจากเกร็งจิกเท้าให้เต็มที่ก่อนจนทนไม่ไหวแล้วจึงปล่อยให้ผ่อนคลาย ต่อมาก็ทำเช่นเดียวกันที่ขาโดยให้เกร็งเหยียดเข่าแล้วปล่อยให้ผ่อนคลาย ทำเช่นนี้ขึ้นมาเรื่อยๆที่ตะโพก ช่องท้อง อก แขน ไหล่ คอ จนถึงใบหน้า
- Aromatherapy เป็นการใช้การรับสัมผัสทางกลิ่นจากน้ำมันหอมระเหยซึ่งสกัดจากพืชในการคลายความเครียด ซึ่งควรเป็นกลิ่นที่ผู้รับบริการชอบ
- Music as a therapy เป็นการเปิดเพลงจังหวะช้าๆ คลอตามขณะที่กำลังทำงาน หรือขณะพักผ่อน
- Mindful exercisesเช่น qigong หรือ yoga เป็นการออกกำลังกายที่ให้ผู้รับบริการตระหนักเกี่ยวกับตนเองและจัดตำแหน่งของร่างกายให้เกิดการเคลื่อนไหวในระดับต่ำถึงปานกลาง โดยก่อนอื่นให้ผู้รับบริการทราบถึงประโยชน์ของการออกกำลังกาย คือ ช่วยลดความเสี่ยงของการกลับมาเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบซ้ำ
- เนื่องจากผู้รับบริการมีความสามารถในการเป็นนักเขียน จึงให้ผู้รับบริการทำกิจกรรมเขียนบันทึกประจำวัน ในเรื่องราวต่างๆที่ได้เจอมา หากเจอเรื่องราวที่ทำให้รู้สึกเครียด ให้ผู้รับบริการนึกวิธีจัดการความเครียดในสถานการณ์นั้นด้วยตนเองแล้วเขียนประโยชน์ของการเจอเรื่องเหล่านั้น (positive thinking) พร้อมทั้งเขียนวิธีที่ผู้รับบริการใช้ในการแก้ปัญหา (Problem solving) และการแก้ไขปัญหาแบบนั้นมีข้อดีข้อเสียอย่างไร ซึ่งการบันทึกประจำวันนอกจากจะเป็นการสะท้อนให้ผู้รับบริการตระหนักรู้ (Self -awareness) เกี่ยวกับความเครียดของผู้รับบริการเองแล้ว ยังคอยเป็น feedback ให้กับผู้รับบริการ กระตุ้นให้ผู้รับบริการคอยปรับความคิด ปรับความรู้สึก และปรับพฤติกรรม เมื่อเปิดอ่านอีกครั้งจะช่วยให้ผู้รับบริการทราบถึงวิธีการจัดการปัญหาของตนเอง และนำวิธีที่ดีไปใช้ต่อไป พร้อมทั้งปรับปรุงวิธีที่ไม่ได้ผลให้พัฒนาขึ้น
- ผู้บำบัดและผู้รับบริการนำวิธีต่างๆมาอภิปรายร่วมกัน (discussion) ถึงข้อดีข้อเสีย คอยให้ positive feedback ในแต่ละกิจกรรม และถามความพึงพอใจในการทำกิจกรรมต่างๆของผู้รับบริการ เพื่อให้ผู้รับบริการนำวิธีดังกล่าวไปใช้
Re-evaluation : ประเมินซ้ำโดยให้ผู้รับบริการกำหนดระดับความเครียดด้วยคะแนนจาก 0-10 ; 0 คือ ไม่เครียดเลย 10 คือ เครียดมากที่สุด
Goal 2: ผู้รับบริการมีเวลาพักผ่อนเพิ่มขึ้น 1 ชั่วโมง จากการบริหารจัดตารางเวลา ภายใน 2 สัปดาห์FoR/Model : MOHO Model ,Cognitive Disability Model
Therapeutic media : therapeutic use of self,
Approach : self-management (time management)
Intervention implementation
เสนอแนวทางในการจัดการเวลาดังนี้
- ให้ผู้รับบริการพิจารณาให้แน่นอนว่าอะไรสำคัญที่สุด
- ตั้งเป้าหมายและเขียนเป้าหมายออกมาเนื่องจากช่วยให้จุดประสงค์ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
- กล้าที่จะตอบปฏิเสธหากมีสิ่งแวดล้อมคอยดึงให้ออกจากเป้าหมาย
- กำหนดเกณฑ์ในการใช้เวลาในการทำกิจกรรมแต่ละอย่างเช่น การทำงาน การโทรศัพท์ การคุยกับเพื่อน การรับประทานอาหาร การออกไปซื้อของ ควรกำหนดล่วงหน้าว่าจะใช้เวลานานเท่าไหร่
- วางแผนประจำวัน ควรเขียนกิจกรรมต่างๆ ออกมาอย่างชัดเจน แล้ววางแผนการทำเพื่อให้เป้าหมายออกมาสำเร็จ โดยจัดลำดับความสำคัญ
- จัดลำดับความสำคัญของงานให้ชัดเจน โดยพิจารณาว่างานไหนเร่งด่วน ที่ต้องดำเนินการโดยด่วน งานไหนที่สามารถทำภายหลังได้ไม่ต้องใช้สมองและเวลามากก็สามารถทำในภายหลังได้
- ลงมือทำงานที่ยากที่สุด เมื่อสามารถทำงานที่ยากเสร็จจะช่วยให้เกิดความโล่งใจ และช่วยให้เกิดความสำเร็จในการทำงาน
- ทำงานให้สำเร็จเป็นชิ้นเป็นอัน
- ทำซ้ำๆให้เป็นนิสัย
Re-evaluation : สอบถามความพึงพอใจ รวมทั้งสอบถามช่วงเวลาการพักผ่อน
Goal 3: ผู้รับบริการมีแรงจูงใจในการกลับไปทำงานภายใน 1 เดือน
FoR/Model : MOHO Model ,Cognitive Disability Model
Therapeutic media : therapeutic use of self
Approach : self –feedback, self-management, problem solving , Positive reinforcement, positive feedback
Intervention implementation
- ให้ผู้รับบริการสำรวจตนเองว่า เพราะอะไร ผู้รับบริการถึงเข้ามาทำงานเป็นอาจารย์ ให้ผู้รับบริการนึกถึงแรงจูงใจแรกที่ได้เข้ามาทำงาน รวมทั้งสอบถามข้อดีต่างๆตลอดการทำงานเป็นอาจารย์ ให้ผู้รับบริการเขียนข้อดี
- สอบถามผู้รับบริการว่า อะไรเป็นข้ออ้างของการอยากลาออกจากการเป็นอาจารย์ ให้ผู้รับบริการแสดงเหตุผลเชิงบวกในการลบล้างข้ออ้างนั้น และสอบถามว่าหากผู้รับบริการลาออกจากการเป็นอาจารย์แล้วข้อเสียที่ตามมาคืออะไรบ้าง และจะแก้ไขได้อย่างไร ร่วมแลกเปลี่ยนเหตุผลกับผู้บำบัด
- นำความสามารถของผู้รับบริการเป็นส่วนหนึ่งของการให้ feedback คือ ให้ผู้รับบริการแสดงบทบาทการเป็นอาจารย์ โดยให้สอนหนังสือให้ผู้บำบัดเรียน เป็นดีเจโดยสมมุติถึงการจัดรายการทางวิทยุให้ผู้บำบัดแสดงเป็นคนโทรศัพท์ไปขอเพลง เป็นพิธีกรโดยสมมุติเหตุการณ์งานเลี้ยงหนึ่งให้ผู้รับบริการเป็นพิธีกร นักเขียนโดยกำหนดเรื่องให้ผู้รับบริการเขียน 1 หน้ากระดาษ
- ผู้บำบัดให้ positive feedback ร่วมกับ Positive reinforcement กับบทบาทต่างๆ พร้อมทั้งให้ผู้รับบริการ ให้ feedback ตนเอง เปรียบเทียบตนเองในบทบาทต่างๆ รวมทั้งสอบถามความพึงพอใจของผู้รับบริการในบทบาทต่างๆ และชี้ข้อเสนอแนะให้ผู้รับบริการว่า สามารถทำเป็นอาชีพเสริมร่วมขณะที่เป็นอาจารย์ได้
- ผู้บำบัดสรุปผลและอภิปราย พร้อมย้ำประเด็นสำคัญของกลับไปทำงาน และจัดการกับข้ออ้างต่างๆที่เป็นการบั่นทอนแรงจูงใจในการกลับไปทำงาน
Re-evaluation : สอบถามผู้รับบริการถึงคุณภาพชีวิตในการกลับไปทำงาน
Reference
การบริหารเวลา (Time Management) [Internet]. [cited 2016 Oct 16]. Available from: http://hq.prd.go.th/plan/ewt_dl_link.php?nid=2004
42_Breathing_exercise.pdf [Internet]. [cited 2016 Oct 16]. Available from: https://sunpasit.go.th/mecu/files/42_Breathing_exe...
A Pilot Evaluation on a Stress Management Programme Using a Combined Approach of Cognitive Behavioural Therapy (CBT) and Complementary and Alternative Medicine (CAM) for Elementary School Teachers - Tsang - 2013 - Stress and Health - Wiley Online Library [Internet]. [cited 2016 Oct 9]. Available from: http://onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1002/smi.252...
Music as a therapy: Role in psychiatry [Internet]. [cited 2016 Oct 15]. Available from: http://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S...
Rational-emotive Consultation in Applied Settings - Raymond DiGiuseppe, Michael L. Bernard - Google หนังสือ [Internet]. [cited 2016 Oct 16]. Available from: https://books.google.co.th/books?hl=th&lr=&id=dmrZ...
Siriraj E-Public Library [Internet]. [cited 2016 Oct 16]. Available from: http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articled...