​เลี้ยงลูกสู่ความสำเร็จในชีวิต ๑๙. อิทธิพลของเครื่องมือสื่อสารสมัยใหม่


บันทึกชุดเลี้ยงลูกสู่ความสำเร็จในชีวิตนี้ ตีความมาจากหนังสือ Raise Great Kids : How to Help Them Thrive in School and Life ซึ่งเป็นหนังสือชุดรวบรวมบทความเด่นจากนิตยสาร Scientific American Mind หนังสือเล่มนี้เพิ่งออกจำหน่ายในเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๙


บันทึกที่ ๑๙ อิทธิพลของเครื่องมือสื่อสารสมัยใหม่ ตีความจากบทความชื่อ Touch Screen Generation โดย David Pogue ถามว่า เครื่องมือสื่อสารสมัยใหม่เป็นคุณหรือเป็นโทษต่อเด็ก ควรให้ลูกใช้หรือไม่ คำตอบคือ ความพอดี


มีคนจำนวนมากบ่นว่าสังคมสมัยใหม่เป็นสังคมก้มหน้า (จ้องจอ) ทำให้เด็กสมัยนี้ถูกทำลายคุณสมบัติ ที่ดีของความเป็นมนูษย์ แทนที่มนุษย์จะสัมผัสมนุษย์กลับไปสัมผัสจอ แต่ผู้เขียนแย้งว่าคนเราก็เป็นอย่างนี้ คนรุ่นเก่าบ่นว่าคนรุ่นใหม่ สมัยเราเป็นเด็ก พ่อแม่และผู้ใหญ่ก็บ่นว่าเรามัวแต่บ้าเพลงร็อค เป็นต้น

เนื่องจากมีความกังวลกันว่าเครื่องมือสื่อสารที่ถือติดตัว จะก่อผลร้ายต่อพัฒนาการเด็ก จึงมีการวิจัยเพื่อตรวจสอบผลร้ายที่สงสัย เช่น มีผลต่อการนอนของเด็กหรือไม่ ผลการวิจัยเพิ่งลงตีพิมพ์ในวารสาร Pediatrics เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๘ นี่เอง ว่าเด็กที่มีเครื่องมือเหล่านี้อยู่ในห้องนอน มีเวลานอนหลับน้อยกว่าเด็ก ที่ไม่มีเครื่องมืออยู่ในห้อง ๒๑ นาที เขาให้คำอธิบายว่า อาจเป็นเพราะเด็กเล่นเครื่องนั้นจนนอนดึก ทำให้ผิดเวลานอน หรืออาจเป็นเพราะแสงจากจอสร้างความผันแปรในจังหวะการนอน (circadian rhythm) ของเด็ก ย้ำว่าคำตอบคือมีผลทำให้ช่วงเวลานอนหลับลดลง

คำถามต่อมาคือ มีผลต่อทักษะทางสังคมหรือไม่ เขาวิจัยในเด็กนักเรียนชั้น ป. ๖ โดยให้เด็ก ๕๑ คน ไปเข้าค่ายกิจกรรมโดยไม่มีเครื่องมือสื่อสารเหล่านี้เลยเป็นเวลา ๕ วัน แล้ววัดทักษะการทำความเข้าใจอารมณ์คน จากภาพถ่าย พบว่าเด็กกลุ่มนี้ทำได้ดีกว่าเด็กกลุ่มควบคุมจำนวน ๕๔ คน สรุปว่าเครื่องมือเหล่านี้มีผลลบต่อ ทักษะทางสังคม


คำถามต่อไปคือเครื่องมือเหล่านี้มีผลร้ายต่อการมีสมาธิจดจ่อหรือไม่ คำตอบได้จากผลงานวิจัยของ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดในนักศึกษาที่ใช้คอมพิวเตอร์ทำกิจกรรมหลายอย่างในเวลาเดียวกัน (multitasking) พบว่ามีผลทำให้สมาธิจดจ่อไม่ดีอย่างชัดเจน และยิ่งในสมัยปัจจุบันมีแท็บเล็ตและโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ผลน่าจะยิ่งรุนแรง


อีกคำถามหนึ่งคือ การใช้โทรศัพท์มือถือจะทำให้เป็นมะเร็งสมองหรือไม่ คำตอบจากงานวิจัยมากมายสรุปว่าไม่ และเวลานี้วัยรุ่นใช้สมาร์ทโฟนเพื่ออ่านและกดมากกว่าฟังและพูด


จากการวิจัยสอบถามวัยรุ่นอเมริกัน ว่าโทรศัพท์มือถือมีผลต่อชีวิตของตนอย่างไร คำตอบคือช่วยให้มี เพื่อน ช่วยให้มิตรภาพแน่นแฟ้น เพียงร้อยละ ๔ บอกว่ามีผลลบต่อมิตรภาพ


อย่างไรก็ตามผู้เขียนบอกว่า ที่ดีที่สุดคือใช้อย่างพอควร คำตอบสุดท้ายอยู่ที่ความพอดี และผมขอเติมว่าใช้อย่างรับผิดชอบต่อตัวเอง และเคารพผู้อื่น


ผมมีความเห็นว่า ผู้เขียนยังแตะสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำในเรื่องการใช้แท็บเล็ตและโทรศัพท์มือถือ กับเด็กน้อยไป อาจเป็นเพราะผู้เขียนเป็นนักสื่อสารสังกัดบริษัทเทคโนโลยี ผมจึงขอเติมว่าสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งคือ ใช้แท็บเล็ตเลี้ยงเด็กเล็ก ให้เด็กเล่นแท็บเล็ตฟังเพลงหรือดูหนังการ์ตูน เพื่อเด็กจะได้ไม่กวนพ่อแม่หรือคนเลี้ยงเด็ก พัฒนาการเด็กเล็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้าน executive function and self-regulation ต้องการการกระตุ้นด้วยปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ ไม่ใช่ปฏิสัมพันธ์กับเครื่อง



วิจารณ์ พานิช

๒๖ ก.ค. ๒๕๕๙


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (0)