ผมอยากบันทึกความรู้สึกนี้ไว้

ผมตั้งใจไว้ว่า เช้าวันนี้ (๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๙) เมื่อถึงที่ทำงาน ผมอยากบันทึกความรู้สึกนี้ไว้ ความรู้สึกดังกล่าวคือความรู้สึกที่ระบุไม่ได้ คล้ายๆบางอย่างลึกๆภายในหายไป ไม่ได้ร้องขอต่อพระผู้เป็นเจ้าหรือธรรมชาติ รับรู้ดีว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามธรรม ความรู้สึกคล้ายๆว่าแห้งๆภายในลึกๆ ที่อธิบายไม่ได้ ไม่มีพลังบางอย่างลึกๆภายในที่จะทำงาน...ปกติกลับจากที่ทำงาน มีเรื่องให้ทำหลายๆเรื่อง เมื่อหัวถึงหมอนเป็นนอนหลับ แต่เมื่อคืนใจไม่หลับ คนข้างกายยิ่งกว่านั้น น้ำตาคลอเบ้า ผมได้แต่บอกเธอว่า จงทำหน้าที่ให้ดี ให้คนไข้ได้มีชีวิต มีลมหายใจต่อไปในวันพรุ่งนี้และวันต่อไป

เช้านี้ก่อนออกจากบ้านมาที่ทำงาน เห็นน้ำตาของผู้สูงอายุ ดารา ฯลฯ ที่ถ่ายทอดออกทางทีวี ผมพลอยรู้สึกเศร้าสลด ผมบอกให้คนข้างกายดู แต่เธอบอกว่า อย่าให้ดู เดี๋ยวร้องอีก ซึ่งกำลังจะร้องจริงๆ แต่เธอก็เปลี่ยนเรื่องไปคุยเรื่องอื่นพอชื้นใจขึ้นบ้าง เมื่อวานผมใส่ชุดดำมาทำงาน เช้านี้ก็ชุดดำตามที่รัฐบาลให้ไว้ทุกข์ พร้อมกับผ้าปูนั่ง เผื่อว่าจะไปทำอะไรบางอย่าง ทราบว่า วันนี้ภูฏาน ประกาศให้เป็นวันแห่งการไว้อาลัยของชาวภูฏานทั่วประเทศ เพื่อรำลึกถึงพระเกียรติคุณแห่งพระองค์ท่าน เป็นวันหยุดราชการเพื่อให้ประชาชนสวดมนต์ถวายเป็นพระราชกุศล ดังสื่อนี้

สามวันมานี้ ผมนึกถึงเรื่องนี้ที่ปรากฎในพุทธศาสนาในช่วงปัจฉิมชีวิตของพระพุทธเจ้า แนวคิดของสุภัทรภิกษุเป็นแนวคิดที่น่าศึกษา เรื่องนี้มักจะผุดขึ้นมาในความคิดเสมอๆ เมื่อมีความรู้สึกอย่างที่กล่าวไปนั้นเกิดขึ้น

ขอนอบน้อมในที่หาประมาณไม่ได้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน โอโห...มโนสาเร่



ความเห็น (0)