ชายชื่อ รัง-สะ-หริด

รัง – สะ- หริด

ยามเช้าชุ่มฉ่ำ สายฝนโปรยปราย กระทบสัมผัสผิวกระเบื้องบนหลังคา เสียงดังเปาะแปะ กลางเดือนพฤษภาคม สร้างความลำบากใจอย่างที่สุดเลย สำหรับการลุกออกจากเตียงนอน ทำภารกิจส่วนตัว แล้วเตรียมตัวออกไปทำงาน แม้จะเป็นสิ่งที่ทำเป็นประจำทุกวันทำงานอยู่แล้ว แต่รู้สึกจะไม่มีวันชินเลย...การฝืนใจจึงกลายจึงเป็นมนต์คาถาที่ใช้ได้ดีเสมอสำหรับคนนอนตื่นสายอย่างเรา..

บนถนนเส้นทางสายรอง แยกขวาตรงไฟแดงจากถนนพหลโยธินสายหลัก เลาะริมทุ่งนา ผ่านหมู่บ้าน แม้จะทางราบแต่ก็คดเคี้ยวไปมา ความคดเคี้ยวไปมาบนทางราบหรือแม้แต่กลางทุ่งนา เช่นนี้ก็เกิดคำถามจากความข้องใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมไม่ตัดตรง ทั้งๆ ที่ตัดผ่านทางตรงได้......อาจจะเป็นภูมิปัญญาอย่างลึกซึ้งก็ได้ ที่คนปัญญากิ๊กก๊อกอย่างเราอาจเข้าใจไม่ถึง

การอบรมครั้งหนึ่งเกิดขึ้นที่นี่...จึงได้ขอให้เพื่อนพนักงานช่วยส่งรายชื่อผู้อบรมให้ทางอีเมล์ เพื่อจะส่งรายงานในวันจันทร์จะถึงนี้....รอแล้วรออีก..เปิดเมล์แล้วเปิดอีกไม่มีฉบับไหนบ่งบอกว่าเป็นไฟล์ของรายชื่อ. นอกจากเมล์แปลกๆ โฆษณาบ้าง กิจกรรมชวนสยิว สารพัดที่ไม่ได้เชื้อเชิญ..จะใกล้ถึงวันจันทร์แล้ว .กดโทรศัพท์โทรไปหาอีกที.....เจ้าตัวกลับยืนยืนว่าส่งแล้ว...จึงกลับไปค้นในกล่องข้อความ..ไม่มีเหมือนเดิม เพื่อความชัดเจนอีกที ค้นหาในกล่องที่ลบข้อความไล่ไปทีละชื่อๆ เผื่อเผลอลบทิ้งไป....หลายชื่อแน่ใจว่าไม่ใช่...ไล่ลงมาจนมาถึงชื่อหนึ่งเป็นภาษาอังกฤษ.....Mother_Rice_Boil”””””สดุดใจเล็ก ๆ จึงคลิกเข้าไปใหม่....อืม..มันคือไฟล์ที่เฝ้ารอมาหลายวัน มันคือรายชื่อเกษตรกรผู้อบรม ....ต.แม่ข้าวต้ม...ดีใจได้มาซะที...แต่ความข้องใจสิมากมายนัก.....ไอ้เพื่อนเรามันสติเริ่มเพี้ยน หรือชอบดูหนังประเภทถอดรหัส ซับซ้อน ซ่อนเงื่อนมากเกินไปหรือเปล่า หรือกำลังหลงเข้าใจว่าตนเองอยู่ในโลกของเกมที่มันชอบเล่น........ ทำไมไม่ตั้งชื่อให้เข้าใจง่ายกว่านี้ ...............ตำบลแม่ข้าวต้มเป็นตำบลอยู่ใกล้แค่เอื้อมกับตัวเมืองเชียงราย สภาพโดยส่วนใหญ่ยังอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพื้นที่ทางการเกษตร พื้นที่ราบเป็นยังที่นา พื้นที่เนินมีลำไย มีข้าวโพด และอื่น ๆ อีกหลายสิบชนิด ก่อนที่พื้นที่บางส่วนได้ถูกเปลี่ยนมาปลูกเป็นยางพารา .....แม้จะยังไม่มากเท่าที่ควรถ้าเทียบสัดส่วนกับพื้นที่ แต่ก็นับวันจะขยายเพิ่มมากขึ้น

การประชุมกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา ตรวจเยี่ยมสวนคือภารกิจ ชี้แจง แนะนำการดูแลสวนยางเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเกษตรกรชาวสวนยางมือใหม่ มีความจำเป็นยิ่งที่จะต้องเรียนรู้ ทำความเข้าใจ และสิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือการสร้างกำลังใจ ความเชื่อมั่นให้กับผู้ปลูกยาง

การพูดให้กำลังใจ สร้างความเชื่อมั่น จึงเป็นภารกิจสำคัญยิ่งไม่น้อยไปกว่าการดูแลรักษาสวนยางเช่นกัน

ทุกครั้งที่ทุกคนพร้อมหน้าตรงศาลาวัด.....การพูดคุย แนะนำ สอบถาม แลกเปลี่ยน คือสารพันปัญหาที่เกษตรกรผู้บรรจงปลูกยางเฝ้าใฝ่ฝันว่าจะเป็นอย่างที่หวัง ดั่งคำพูดจากสวรรค์ที่ผู้ยิ่งใหญ่จากภาครัฐส่งคนมาแนะนำ ...แม้จะเป็นเรื่องเดิม ๆ ซ้ำ ๆ แต่เมื่อทุกสิ่งคือหวังใหม่ การเฝ้าติดตามจากผู้ทำหน้าที่ คือสิ่งที่ทุกคนเฝ้ารอ

หลายคนถาม หลายคนสงสัย หลายคนพูดแซว หลายคนหัวเราะ หยอกล้อ....แต่ไม่ค่อยมีปฏิกิริยามากมายจากมุมๆ หนึ่ง เท่าไหร่....มุมๆ หนึ่งตรงเสาศาลาด้านซ้าย อยู่ท้าย ๆ ....เพราะตรงมุมๆ นั้นเป็นที่ประจำของสุภาพบุรุษชายร่างเล็ก วัยผ่านร้อนหนาวมากกว่าสี่สิบ...ผิวคล้ำดำเล็ก ....หรือบุคลิกแบบนี้จะต้อนตาต้อนใจใครได้.....การเรียบง่ายด้วยการแต่งตัว การนิ่งเงียบด้วยกิริยาวาจา ทำให้ตลอดเวลาที่ผู้ทำหน้าที่แนะนำมองผ่านไป มันคือความผิดพลาดที่ไม่ใยดี เพราะในชายร่างเล็ก เรียบง่ายด้วยการแต่งตัว มีสิ่งมากมายในแววตา ที่สื่อมาจากเบื้องลึกในหัวใจ ด้วยการสั่งตรงจากหัวสมอง เพราะความโง่เขลาเกินไปของผู้ทำหน้าที่ จึงมองไม่เห็นส่วนลึกนั้น ในหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา

การประชุม ณ วันนี้ ได้เสร็จสิ้นและผ่านพ้น ผู้ปลูกยางที่พกพาความหวังเต็มเปี่ยมทยอยแยกย้าย รองเท้าแตะที่เรียงรายตามขั้นบันใดศาลา หายไปทีละคู่ ๆ ตามภารกิจที่เจ้าของจะพาไป .....ผู้ทำหน้าหน้าที่หยิบเสื้อคลุมที่วางพิงพนักเก้าอี้ เพราะวันนี้ลมพัดพาเดือนเมษายนนี้ช่างอบอุ่นเกินไปแล้ว...จึงไม่จำเป็นที่จะต้องคลุมกายด้วยผ้าอีกชั้น กระดาษสีขาว เอกสารสีสัน ถูกรวบมารวม สมุดบันทึกที่ถูกขีดเขียนพับกลับมาที่เดิมเหมือนก่อนที่จะถูกเปิด...ทุกอย่างเรียบร้อย...ภารกิจวันนี้เสร็จสิ้นดั่งเช่นทุกวันวาน

“หัวหน้าคับ” .......ผู้เป็นเจ้าของเสียง ยืนอยู่ตรงนั้น ตรงไม่กี่ก้าว หากผู้เป็นหัวหน้าจะก้าวเดินจากไป สีหน้าแววตาที่มุ่งมั่น ตรงหัวใจพกพาความมั่นใจเต็มเปี่ยม แต่กระเป๋าสะพายหลังเหมือนบรรทุกข้อสงสัย ความสับสน มาเต็มกำลังจนเกินกว่าที่จะแบกไว้ อีกต่อไป ...หากมันคือความแค้น ผลสรุปคงหมายถึงคู่ตรงข้ามต้องสูญสลายไปจากโลกกลมๆ นี้

รอยยิ้มเล็กน้อยตรงมุมปากคือไมตรีสู่เจาของเสียงที่ทักทายมา....เขาคนนั้นคือชายร่างเล็ก ผู้ผ่านโลกร้อนหนาวมากกว่าสี่สิบปี ชายตัวดำเล็กด้วยชุดอาภรณ์เรียบง่าย ผู้เป็นเจ้าของที่นั่งประจำตรงมุมเสาด้านซ้ายท้ายสุดของศาลา.................(...........รัง-สะ-หริด.......)..........นามอันเป็นมงคลของผู้เป็นชาย..ที่ผู้ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าจะเรียกเขาแทนชายในมุมเสา เพราะมันก็คือเวลาแรกเช่นกันที่พึ่งรับรู้ว่าเขามีชื่อที่ควรจะเรียกอย่างนั้น

ตรงกลางศาลาวัดอันโล่งกว้าง เหลือเพียงชายคนหนึ่งผู้ถูกเรียกว่าหัวหน้า กับชายอีกคนหนึ่งที่จะเรียกเขาว่า รัง-สะ-หริด ..............................................เวลาผ่านไปสิบห้านาทีคงยังไม่เพียงพอ...เข็มนาฬิกาชี้ว่าผ่านไปสามสิบนาที....แต่ในกระเป๋าแห่งข้อสงสัย เหมือนจะลดลงแค่ครึ่งเดียว....และบางคำพูด บางประโยคบางเรื่องราวของชายผู้ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้กิ๊กก๊อก เหมือนจะสุมไฟแห่งความมุ่งมั่น มีแต่เพิ่ม ๆแต่เพิ่ม เสมือนว่าเป็นญาติห่างๆ กันกับน้ำมัน ที่ราคามีแต่เพิ่ม แต่เพิ่ม และก็เพิ่ม

บนเส้นถนนลูกรัง. ...มอเตอร์ไซค์ได้นำพาคนทั้งสอง.ออกไกลห่างจากไปทุกที..มองย้อนไปเห็นหลังคาโบสถ์ไกลห่างออกไปลิบๆ ...ฝุ่นและไอแดดเดือนเมษา...มันแสบเข้าไปในดวงตาเหลือเกิน..แว่นดำเลนส์แบนคงบรรเทาได้บ้างเล็กน้อย.....จอดมันไว้ตรงนี้ที่ที่ริมรั้ว..ใต้ร่มเงากอไผ่...และต้องอาศัยสองขานำพาต่อ เพราะเป้าหมายยังอยู่อีกเล็กน้อย...สองเท้าสลับระหว่างกันบนคันนา หากพลาดพลั้งคงได้ลงนอนบนพื้นพรมข้าวนาปรังด้านล่าง

ลมร้อนเดือนเมษายน พัดวูดวู้ใหญ่ ใบยางแก่ที่เหลือค้างจากการผลัดใบ ลอยละลิ่ว บิดสะบัดตามกระแสทิศทาง ก่อนนอนนิ่งสงบบนพื้นดิน ณ เวลานี้ไม่มีอาณาบริเวณใดจะร่มรื่นเท่าใต้ร่มยางของ คุณ รัง-สะ-หริด อีกแล้ว ลำต้นขนาดสามมือจับ.....แต่เจ้าของชาวร่างเล็กยังทนุถนอมไม่ยอมกรีด สิ่งสำคัญยังไม่มีความสามารถใด ๆ ที่บ่งบอกว่าจะกรีดเฉือนเปลือกยางให้บอบช้ำน้อยที่สุด และรอคอยวันเวลาและโอกาสดี ๆ เพื่อเข้ารับการฝึกฝน....สวนยางให้ขนาดเปิดกรีดอาณากว้างสิบกว่าไร่ อาจไม่เพียงพอต่อความฝันและความหวัง ชายในชุดอาภรณ์เรียบง่าย..ได้ฝังรากยางลงในดินเพิ่มอีกจำนวนหลักพันต้น..ในพื้นที่ใกล้เคียง...ความสูงยังแค่ศอก รุ่นจุเนียร์..มันก็คือความหวังไม่แพ้กัน

ในบ้านครึ่งเก่าครึ่งใหม่ในหมู่บ้าน...ยายสูงอายุร่างท้วมใหญ่ น่าจะเลยวัยเจ็ดสิบเป็นผู้ให้กำเนิดชายร่างเล็กเจ้าของสวนยาง...บ้านหลังนี้อาศัยเพียงสองคน...........................คุณ รัง-สะ-หริด เกิดเป็นชายหนุ่มมีจินตนาการ มีความฝัน มีเป้าหมาย ไม่แตกต่างจากชายหนุ่มทั่วไป ออกเดินทางแสวงความท้าทายในโลกกว้าง ฟ้าเป็นใจทุกอย่างไปได้ดี....นวลอนงค์จึงมาเป็นคู่ใจ...สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ได้ถือกำเนิด มันคือความสมบูรณ์แบบที่มนุษย์เดินดินทั่วไปปรารถนา ชีวิตยามรุ่งอรุณ มันสดใส ยามเช้าก็อบอุ่น กลางวันก็สว่างไสว ยามเย็นก็ทอแสงสบายตา ..........หึ หึ หึ..(หัวเราะกับโชคชะตาตัวเอง)...ความสวยงามอยู่ได้ไม่ตลอดถูกฉีกกระจายเมื่อพายุลูกใหญ่ก่อตัวทำลาย ...ลึกๆ ด้วยเหตุผลใด ชายผู้ทำหน้าที่เป็นหัวหน้า ไม่จำเป็นต้องรับรู้มากมายไปกว่านั้น....มันคือเหตุการณ์ที่ทำให้ชายหนุ่มร่างเล็กกลับมาอีกทีอย่างผู้แพ้อย่างหมดสภาพ ชอกช้ำเพียงกายไม่สะท้าน แต่หัวใจเหลวแหลกไม่มีชิ้นดีนี่สิ...เหลือเพียงออกซิเจนจางๆ ที่หล่อเลี้ยงเส้นเลือดเพียงให้หัวใจยังพอมีแรงขยับ....สิ่งสุดท้ายคือบ้าน...อบอุ่นจาง ๆ แต่ไม่เคยเลือนหาย....ใต้ร่มชายคาที่เรียกว่าบ้าน สุภาพสตรีที่เรียกว่าแม่ วันเวลาวันแล้ววันเล่า .....เป็นมนต์คาถาที่ค่อยช่วยฟื้นชีวิตให้กับเขาอีกครั้งหนึ่ง ...ต้นไม้ ใบไม้ ทุ่งนา ผักเขียว น้ำซึม ผืนดิน คือชีวิตใหม่ได้ผลิดอกความฝันอีกที

......สายฝนเริ่มโปรยปราย ฤดูฝนคงมาเยือน...โทรศัพท์ปลายสายจากชายผู้เคยบอบช้ำไม่เคยห่างหายจะความต้องการคำแนะนำเรื่องยางพารา..เสมือนหนึ่งคือความสุข ความหวัง ความฝัน และทุกสิ่งทุกอย่างของสองแม่ลูก......ลมหนาวพัดสัมผัสกาย เมืองเหนือล้านนาอากาศเย็นยะเยือกเกินจะทนในฤดูหนาว...

..............ลมพัดมาอีกที....ใบยางแก่สีแดงได้เวลาร่ำลาจากต้น ลอยละลิ่ว บิดพลิ้วตามกระแสทิศทางลม ลงไปนอนนิ่งกับเพื่อน ๆ ที่ล่วงหน้ารอก่อนหน้านี้ และพร้อมทำหน้าที่พี่เลี้ยงรอรับรุ่นน้องที่จะลอยละลิ่วตามมา

..............................................................................................

ภารกิจหัวหน้าใหญ่บัญชาการ....ได้ดำเนินการประสานอย่างเรียบร้อย หัวหน้าใหญ่คงชื่นใจ...คนๆ หนึ่งที่จะลืมไม่ได้เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสนี้.......คุณรัง-สะ-หริด...ต้องมาอบรมกรีดยางเพื่อที่จะได้กรีดยางอย่างถูกต้องของตนเอง......

“””””””หน้าจอโทรศัพท์ถูกกดเลื่อนไปหาหมายเลขเป้าหมาย......................สามวันแล้วที่กดไป..แต่ปลายสาย มีแต่เสียงหวานหญิงสาวที่คุยแทนบอกว่า “หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้” แล้วจะให้ติดต่อเวลาไหนวะ...ก็บอกมา ....เมื่อวันเวลาใกล้มาเต็มที........ในทะเบียนเก่า ๆ ถูกรื้นฟื้นอีกครั้ง....พระเจ้ามักเข้าข้างคนดีเสมอ...053-321xxx คือเบอร์บ้านของบุคคลเป้าหมาย ต้องไม่คิดให้สิ้นเปลืองเวลา กดไปจนครบจำนวนเลข...สัญญาณถูกส่งที่ปลายสายแต่ปราศจากคนรับ....ส่งไปอีกที...เสียงตอบปลายมาที่ปลายสาย ไม่ใช่เสียงชายร่างผอมเล็กที่คุ้นเคย แต่เป็นเสียงพูดพร้อมลมหายใจแรงถี่จากอาการเหนื่อยของหญิงชรา.....การแนะนำตัวเองต่อหญิงสูงอายุ ร่างท้วม.. ยังจำได้เสมอ ไม่เคยลืมเลือน........ได้แจ้งวัตถุประสงค์ของการติดต่อครั้งนี้...............หญิงสูงอายุไม่ส่งสัญญาณใด ๆ กลับมา สักพัก ก่อนมีเสียงหัวเราะเบาๆ เจือปนความปวดร้าว “หลานยังบ่ฮู้กา ลูกจายอุ้ย บ่ได้อยู่กับอุ้ยแล้ว” ความสับสนเริ่มก่อกบฏในหัวสมอง มันเกิดอะไรขึ้น แล้วเขาไปไหน หญิงสูงอายุอาศัยอยู่คนเดียวงั้นหรือ และก็และก็ ?????????????????????????????????????

ค่ำคืนหนึ่ง ใต้ร่มชายคาบ้านครึ่งเก่าครึ่งใหม่ อาศัยอยู่เพียงหญิงสูงอายุกับลูกชายผู้เคยบอบช้ำจากชีวิต ด้วยวัยชรา โรคภัยแวะเวียนทักทายบ่อยขึ้น ค่ำคืนนี้ก็เช่นกันอาการกำเริบ....ลูกชายที่คนข้างกาย เหลือเพียงผู้เป็นแม่ ขับมอเตอร์ไซค์ออกไปซื้อยาตามปกติที่เคยปฏิบัติ ......ร่างชายผอมเล็กลอยละลิ่วจาก ไม่แตกต่างจากใบยางแก่ร่วงตามกระแสทิศทางลม จากแรงกระแทกสิ่งประดิษฐ์ไม่มีหัวใจ แต่มีมนุษย์ผู้มีหัวใจควบคุม......รถยนต์คันงามขับหนีหายไปในความมืด พร้อมความมึดมิดมาเยือนให้หญิงสูงวัยจะอยู่ต่อไปได้อย่างไร ในขณะข้างถนนปล่อยให้ใบยางผอมแห้งได้ร่วงลงมาสงบนิ่งอยู่ตรงนั้น

ความคิดมากมาย...สับสน...ว้าวุ่น....บีบความรู้สึก...กัดกร่อนจิตใจ...มองบนฟ้าเมฆครึม..ต้นหญ้าไม่เขียวเหมือนเดิม ต้นไม้มีแต่ใบจะร่วง สายน้ำไหลอย่างเหนื่อยหน่าย....แล้วหญิงชราจะอยู่อย่างไร แล้วยางต้นใหญ่ใครจะกรีด ยางต้นเล็กใครจะตัดหญ้า...........................................

กาลเวลาทำหน้าที่ไม่เคยหยุด....หมุนไปไม่เคยหย่อน.....แม้ความสัมพันธ์จะเป็นเพียงผู้ทำหน้าที่เป็นหัวหน้า กับผู้ทำหน้าที่ปลูกความหวังด้วยต้นยาง....แต่ทุกครั้งที่ผ่านไปบนถนนเส้นนั้น...ความรู้สึกบางอย่างเมื่อวันนั้น.....ก็ยังกัดกร่อนจิตใจจนถึงวันนี้....เดือนเมษายน กลับมาอีกที........สายลมพัดพาอากาศที่ถูกแดดเผาจนกลายเป็นลมร้อนมากระแทกตรงส่วนใบหน้า.......ก้อนเนื้อตรงส่วนซ้ายที่เรียกกันว่าหัวใจ...พูดคุยบางอย่างผ่านเส้นประสาทขึ้นไปปรึกษาหารือกับอีกส่วนหนึ่งของร่างกาย...ผู้ทำหน้าที่ความคิด......ทั้งสองส่วนส่งความรู้สึกไปยังอวัยวะส่วนอื่นบังคับหักเลี้ยวพวงมาลายานพาหนะไปยังที่ที่หนึ่ง...

เถาวัลย์น้อยกอดรัดยางจูเนียร์จนมิด ....บางต้นมีเพียงส่วนยอดแวบๆ ที่พอมองออกได้ว่านั่นคือพืชที่เจ้าของเคยเฝ้าถนอม....ต้นยางใหญ่ยังอยู่เหมือนเดิม ใบแก่ร่วงเรี่ยราด ระเกะระกะด้วยกิ่งร่วง วัชพืชซอกแซก เป็นเพื่อนกับต้นไม้.....................ขณะนี้ขนาดเกินกว่าจะเปิดกรีดมากแล้ว...แต่จะมีความหมายอะไร...หากผู้จะกรีดไม่มีอีกแล้ว........แล้วหญิงชราละ...ชีวิตนี้คือไม้ใกล้ถึงฝั่ง..ความหมายเดียวที่เหลือคือลูกชายคนสุดท้าย....หากเขาไม่อยู่แล้วชีวิตจึงอยู่ไปเพื่อรอวันเวลาที่คงไม่ช้านานจะมาถึง

ลมร้อนเดือนเมษายนพัดผ่านต้นไม้ยางอีกที.....ใบยางแก่ที่เหลืออยู่คาต้นไม่กี่ใบก็ค่อยบิดจากขั้วใบร่วงลงลอยละลิ่วแหวกว่ายอากาศธาตุสักพักก็ลงมานอนนิ่งสงบใต้พื้นดิน แล้วอีกไม่นานสายฝนโปรยปรายก็คงยุ่ยสลายไปเป็นดิน.......................ผู้ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าก้าวเดินออกจากรั้วเดินห่างออกไปยังรถ หยิบแฟ้มทะเบียนพลิกไปกลุ่ม ต.แม่ข้าวต้ม...ไล่ชื่อเรียงรายลงมา เกษตรกรผู้ปลูกยางพารา รหัสหมายเลข 47-5701-00xx นายรังสฤษฏ์ ..................จำนวนต้นครบ...การตัดหญ้าเรียบร้อย...ใส่ปุ๋ยเรียบร้อย..การเจริญเติบโตได้มาตรฐาน.....................................

ขอให้คุณรังสฤษฏ์ จนหลับนิรันดร์อย่างสบาย และขอ ดวงวิญญาณจนสู่สุคติ...........จาก...ผู้ทำหน้าที่ที่คุณเรียกว่าหัวหน้า............................

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าเกษตร แนวคนกิ๊กก๊อก



ความเห็น (0)