​ทาน (การให้) 3 ระดับ

ทาน (การให้) 3 ระดับ

*****************************
ทานคือการให้ ที่จะได้ผลที่ดีทั้ง ต่อผู้ให้ (ที่บริสุทธิ์ใจ ไม่หวังผลตอบแทนต่อตัวเอง) ผู้รับ (ที่สมควรแก่การให้ ตามหลัก พรหมวิหาร 4 ) ซึ่งตามหลักพุทธโอวาทนั้น อาจจะแบ่งออกได้คร่าวๆ 3 ระดับ ดังนี้
--------------------------------------------
1. วัตถุทาน หรือ อามิสทาน เครื่องอุปโภค บริโภค ทำให้ทั้งกาย และใจตัวเอง ไม่รกรุงรังด้วยโลภะุ และ โมหะ ซึ่งเป็นการ
1.1 เป็นการอนุเคราะห์สัตว์ผู้ร่วมโลก ที่ตกทุกข์ได้ยาก หรือ
1.2 สนับสนุนให้ผู้อื่น (เช่น สาวกสังโฆ ฯลฯ) ได้มีโอกาสพัฒนาศีล สมาธิ ปัญญา มุ่งเน้นสู่การศึกษาพัฒนาตนเองให้สามารถบรรลุธรรม และช่วยเหลือคนอื่นๆ (ทาง ธรรมทาน ที่สูงกว่า ต่อไปได้สะดวกขึ้น) ที่เป็นทานต่อทาน ที่ถือว่าได้บุญ กุศลมากยิ่งๆขึ้นไป
.............................................
2. ทานทางจิต หรือ อภัยทาน ทำให้จิตตัวเองไม่รกรุงรังด้วยโลภะ โทสะ และ โมหะ และเป็นการให้โอกาสผู้อื่นในการยอมรับความผิดพลาด และมีโอกาสแก้ไขตัวเองให้ดีขึ้น ที่สามารถพัฒนาการอยู่ร่วมกันในสังคมได้ดียิ่งขึ้น
..................................................

3. ธรรมทาน หรือการให้ความรู้ที่เป็นจริง เป็นสัจจธรรม ปรมัตถสัจจะ ที่จะทำให้ทั้งผู้ให้และผู้รับ (เฉพาะที่รับได้จริงๆ) ก็จะมีความชัดเจนด้วยความรู้ และสามารถพัฒนาเป็นปัญญาในขั้นต่อๆไป ทั้งเพื่อการพัฒนาตัวเอง ช่วยเหลือผู้อื่น และพัฒนาการการอยู่ร่วมกันทางสังคมได้ดียิ่งๆขึ้นไป ชึ่งท่านพระพุทธองค์ตรัสว่า ว่า เป็นการชนะการให้ทั้งปวง (ธัมมะทานัง สัพพะทานัง ชินาติ)
---------------------------------------------------------
ที่ทั้งหมด ทั้ง 3 ระดับ จะเป็น "ทาน" ที่สมบูรณ์ได้ ก็ต่อเมื่อ เป็นไปตามหลักการให้ทาน คือ ...........
ก. สิ่งที่ให้ ต้องเป็นจริง มีอยู่จริง และเป็นประโยชน์ต่อผู้รับจริงๆ
ข. ผู้ให้ ให้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่หวังผลตอบแทน และ
ค. ผู้รับ ก็รับได้จริงๆ ใช้ได้จริงๆ จึงจะเป็น "ทาน" ที่สมบูรณ์ ทั้ง 3 ระดับ
--------------------------------
ใครพร้อมและควรให้ในประเด็นใด ระดับใด (พิจารณาตามหลัก พรหมวิหาร 4 และความตั้งใจให้ ตามหลัก อิทธิบาท 4) ก็ควรให้ระดับนั้นครับ

และหลังจากการให้แล้ว ถ้ามีการอุทิศส่วนกุศล ผลบุญ และกุศล ของการให้ต่อๆไป ก็จะทำให้ "การให้" ยิ่งใหญ่และได้ผลที่มั่นคงมาก และยิ่งๆขึ้นไป ครับ
++++++++++++++++++++++++++++++

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ความรู้เพื่อชีวิต



ความเห็น (0)