744. "ผู้นำ 4.0"

สามก็กเป็นวรรณกรรมที่มีเสน่ห์ในตัวเองอย่างมาก เนื่องจากสะท้อนถึงความสำเร็จที่น่าทึ่ง และความล้มเหลวที่ไม่น่าอภัยของมนุษย์ เมื่อมองไปในสามก๊กจะเห็นอะไรหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องภาวะผู้นำ ...แน่นอนครับสามก๊กเป็นเรื่องผู้นำหลายคนรบกัน รบกันหนักๆอยู่สามคนเกือบทั้งเรื่อง แต่กลายเป็นคนที่สี่คือสุมาอี้ชนะขาดลอย ต้องมาดูเรื่องผู้นำกัน (Leadership) แล้วครับ ...ผมเองก็ศึกษาเรื่องทฤษฎีผู้นำมีประเภทคลาสสิกอยู่หลายทฤษฎีเช่น Transformational Leadersip ประมาณผู้นำเชิงปฏิรูป (บ้านเราเช่นดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ ที่ปฏิรูปความรู้ความคิดในสังคมด้วยการเสนอแนวคิดใหม่ๆ Transactional Leadership ผู้นำประเภทหมูมาไก่ไป หรือต่อรองด้วยผลประโยชน์ (ผมว่ามาสุดเห็นจนชินตา) และ Laissez-Faire Leadership นี่คือประเภทที่ก็เห็นมากๆ คือปล่อยตามบุญตามกรรม

ทฤษฎีพวกน่าสนใจครับ แต่ยังดูเป็นทฤษฎี แล้วจะเอามาใช้ได้อย่างไรล่ะ มีอาจารย์ท่านหนึ่งที่ผมไไปเรียนหลักสูตรของท่านมาคืออาจารย์ Guathier Gauthier V. (2004) ได้สังเคราะห์ทฤษฎีผู้นำ Transformational Leadership, Lass-fare Leadership, Transactional Leadership รวมทั้ง Situational Leadership แล้วพัฒนาเป็น Leadership Model คือ 3G ประกอบด้วย Genuine (เป็นคนจริง), Generous (ใจกว้าง) และ Generative (สร้างสรรค์) โดยมีรายละเอียดดังนี้

Genuine มีความโปร่งใส ซื่อสัตย์ ทำงานแบบเข้าใจบริบทรู้จุดแข็งจุดเด่นของตนเอง มีประวัติในการสร้างความสำเร็จในอาชีพ แต่ขึ้นชื่อว่ามือสะอาด

Generous มีขีดความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น สามารถเป็นตัวเชื่อม เป็นพลังผลักดันให้เกิดความสำเร็จได้ มีความสามารถในการปรับตัว และมีความเข้าใจความแตกต่าง อยู่ร่วมกับวัฒนธรรมที่แตกต่างได้อย่างสร้างสรรค์

Generative. มีหรือมีชื่อเสียงในเรื่องความสามารถในการพลิกวิกฤตเป็นโอกาส มีความสามารถในการใช้หรือดึงความสามารถของคนต่างสายงาน อาชีพมาแก้ปัญหาได้อย่างสร้างสรรค์ มีความหลงใหล (Passion) ในอาชีพ วัดจากการเคยสร้างความ สำเร็จในอาชีพแบบโดดเด่น

ผู้นำที่ประสบความสำเร็จจะมีลักษณะที่ผสมผสานกันของสามปัจจัยนี้ในแบบพอดีไม่มากไม่น้อย

มาย้อนกลับไปดูสามก๊กกันครับ ... ผมว่าตอนที่สร้างตัวกันใหม่ๆ เล่าปี่ มี 3G อย่างเต็มเปี่ยม มี Genuine รู้ตัวเอง รู้ศักยภาพ มีโอกาสได้ปกครองก็ถือความยุติธรรมไม่ด่างพร้อย Generous นี่ใจกว้าง ทำงานได้กับคนทุกกลุ่ม ทุกประเทภ ผมว่านี่คือจุดแข็งสุดๆ การมีตัวนี้ทำให้เล่าปี่เปลี่ยนอาชญากรอย่างกวนอู มาเป็น Hero ได้ Generative ก็เห็นชัดว่า สามารถเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสได้ เห็นชัดตอนสามพี่น้องไปร่วมรบกับอ้วนเสี้ยว คนอื่นมีกองทัพเป็นหมื่น เล่าปีมีรวมกันสามคน เรียกว่ามีความตลกมาก แต่ก็สามารถแสวงหาโอกาส จนมีการส่งกวนอูไปรบชนะขุนพลกล้าฝั่งตั๋งโต๊ะ สร้างชื่อให้ระบือไกลในชั่วพริบตา

3G นี่เองที่ทำให้เล่าปี่เติบโตอย่างไม่หยุด มาเป็นขั้วอำนาจสำคัญในสามก๊ก


ถ้าเรามีเวลาสำรวจเราก็จะพบว่าโจโฉ ซุนเซ็ก (ตายก่อนใคร) ก็มี 3G เพียงแต่โจโฉพลาดไปฆ่ามเหีของฮ่องเต้อย่างโหดเหี้ยม ชีวติเลยยากนิด เพราะดูเสียชื่อเสียง

แต่สามก๊กก็มีความคลาสสิก ดูเหมือนตอนขึ้นสู่อำนาจทั้งหมดจะมี 3G แต่พออยู่ในอำนาจมาสักพัก เริ่มสูญสีย 3G ... เล่าปี่นี่น่าสงสารสุด เสียแรงมากๆ ขึ้นเป็นฮ่องเต้ปุ๊ป ประกาศล้างแค้นปั๊บ ไม่ดูเลยว่าก๊กยังไม่แข็งแรง ยังไม่พร้อม ไม่ประเมินขีดความสามารถตนเอง (ไม่ Genuine แล้ว) ใจก็ไม่กว้าง ทำงานได้เฉพาะกับคนที่เห็นด้วย ไม่พอ ยังขาดความสามารถเชิงกลยุทธ์ ทำให้รบแพ้ซุนกวนในที่สุด

ความพ่ายแพ้ของเล่าปี่ นำมาสู่จุดจบของจ๊กก๊กในเวลาอีกไม่นาน เพราะได้เล่าเสี้ยนมาครองบัลลังค์ ฮ่องเต้องค์กนี้ไม่มีสัก G ที่สุดพังครับ

ดูเหมือน 3G ของผู้นำ จะกำหนดความรุ่งเรือง และความล่มสลายของอาณาจักร

ชีวิตนี้ช่างอนิจจังไม่แน่นอน ดูเหมือนใครตระหนักรู้ และรักษา 3G ได้ยาวนานกว่า ก็จะครองอำนาจ

ดูเหมือนคนที่รักษาได้ยาวนานที่สุดคือสุมาอี้ ...

ที่สุดสุมาอี้ครองอำนาจ

แต่แน่นอนไปถึงรุ่นหลังก็ล่มสลาย

ดูเหมือน 3G ส่งต่อทางสายเลือดไม่ได้ แน่นอนครับแม้กระทั่งทางธุรกิจ ทั้งฝั่งอังกฤษ ฝั่งจีนมีคติพจน์ที่สำคัญเหมือนๆกันคือความร่ำรวยของตระกูลมักหมดไปในรุ่นที่ 3

แล้วจะทำให้เกิด 3G อย่างไร สิ่งที่ระบอบการปกครองยุคสามก๊กไม่ได้สร้างไว้คือระบบการปกครองที่ผู้นำจะมี 3G .... นั่นคือสาเหตุที่ราชวงค์ไปไม่รอด

คำถามที่อยากถามต่อ จะมีอีก G ไหม ที่ทำให้ยั่งยืนกว่านี้ ผมเลยนึกถึงจอร์จ วอชิงตัน ประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐ ยุคนั้นเมื่อท่านปฏิวัติอังกฤษได้ ก็ด้วยนี่แหละครับ 3G ชัดๆ แต่เมื่อท่านจะขึ้นครองอำนาจ เท่าที่ผมดูสารคดี ท่านสามารถตั้งตัวเป็นกษัตริย์ได้เลย เป็น King George of America ... จากนั้นตั้งลูกท่านเป็น Prince แต่ท่านคงเห็นปัญหา ดูเหมือนว่าระบบศักดินาแบบเดิมคงไม่ทำให้ท่านรักษา 3G ได้

ท่านสร้างระบบใหม่ระบบประธานาธิบดี ระบบที่ผู้นำครองประเทศได้ไม่เกินแปดปี

แล้วให้ประชาชนเลือกผู้นำที่มี 3G ขึ้นมา

สรุปแล้วสิ่งที่จอร์จ วอชิงตันทำคือทำให้ 3G เป็นระบบขึ้นมา

ผมมองว่านี่แหละจิ๊กซอว์สำคัญสำหรับ Model นี้คือ 3G ไม่พอ ผู้นำต้องสร้างระบบที่มี 3G ขึ้นมาด้วย การสร้างระบบนี้ผมมองว่าเป็นหน้าที่ตัวที่ 4 หรือตัวที่ 4 ผมผูกคำขึ้นมาคือ Generalization หรือการวางหลักเกณฑ์วางระบบ อเมริกาจึงรุ่งเรืองขึ้นมา เพราะเมื่อสองร้อยปีก่อน จากประเทศบ้านนอก กลายเป็นประเทศมหาอำนาจ และแน่นอนครับไม่พูดถึงปัจจุบัน ที่อาจไประรานชาวบ้านมากไปหน่อย ผมว่าถ้าวางระบบไม่ดีป่านนี้คงไม่มาไกลขนาดนี้ อาจจะล่มสลายแตกเป็นประเทสเล็กประเทสน้อยตั้งแต่รัชกาลที่ 5 ของเราแล้ว



เอาหล่ะครับ ผมว่าเราน่าจะมาถึงจุดที่สรุปได้แล้ว ผมใช้คำว่าผู้นำ 4.0 เป็นทฤษฎีที่ต่อยอดขึ้นมาก็แล้วกันว่าผู้นำที่ดีต้อง Genuine เป็นคนจริง Generous ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ Generative เป็นคนที่คิดสร้างสรรค์ สุดท้ายคือ Generalization การสร้างระบบที่ดีเพื่อความยั่งยืน

ส่วนเราเองลองถามตัวเอง ให้คะแนน 1-10 ฝนแต่ละองค์ประกอบ 10 ดีที่สุด 1 น้อยที่สุด ว่าแต่ละ G ของเราเป็นอย่างไร


ได้ผลอย่างไร ผมจะแนะนำเครื่องมือยุคใหม่ที่ทำให้เราเข้าถึงความเป็น 4G ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แล้วเจอกันในตอน ผู้นำ 4.0 ตอน 2 นะครับ


วันนี้พอเท่านี้ เพียงเล่าให้ฟัง ลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ

ดร.ภิญโญ รัตนาพันธุ์

www.aithailand


Reference:

เรียน Online Course เรื่อง 3G Leadership ที่ https://www.coursera.org/learn/leadership-skills/h...

หนังสือของอาจารย์ Gauthier V. (2004).Leading with Sense: The Intuitive Power of Savoir-Relier. Stanford University Press: Indiana

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Appreciative Inquiry



ความเห็น (0)