บทสัมภาษณ์ ประจักษ์ ก้องกีรติ เรื่องทหารกำลังจะทำอะไรในช่วงการเปลี่ยนผ่านนี้ ตอนที่ 1

ประจักษ์ ก้องกีรติ ซึ่งอาจารย์รัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กล่าวว่าการทำให้ข้าราชการจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอ่อนแอลง, การเพิ่มระบบข้าราชการ, และการมีความสัมพันธ์กับพวกทุนนิยมที่ใหญ่ๆ เป็นสิ่งที่พวกทหารกำลังทำในช่วงการเปลี่ยนผ่านนี้

นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์และนักวิเคราะห์หลายๆคนกำลังคาดเดาอยู่ว่าพวกทหารจะพาประเทศไทยย้อนไปถึงสมัยใด บางคนบอกว่า 10 ปีก่อนยุคทักษิณ ในขณะที่บางคนบอกว่าจะย้อนไปกว่า 30 ปีจนถึงยุคประชาธิปไตยครึ่งใบ

สำหรับประจักษ์แล้วคาดเดาว่าน่าจะย้อนไปจนถึง 50 ปีจนเป็นรัฐแบบเผด็จการเสียด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม ประจักษ์คิดว่าการเกิดขึ้นของนักกิจกรรมการเมืองที่ดำรงอยู่ในหมู่ประชาชนจะทำให้พวกทหารทำสิ่งนี้ได้ยากขึ้น และบางทีอาจลงเอยด้วยความรุนแรงก็ได้

1. ในฐานะที่เป็นนักวิจัย อะไรคือเงื่อนไขแห่งความรุนแรงในการเมืองไทย ทั้งความรุนแรงจากรัฐบาล และในหมู่ประชาชน

ทุกวันนี้เราสามารถจะเห็นความรุนแรงได้ง่ายมากๆในการเมืองไทย ส่วนใหญ่สิ่งนี้เกิดขึ้นมาจากชนชั้นนำไทย (Thai elite) ไม่สามารถยุติข้อขัดแย้งด้วยวิธีการที่สันติได้ หากไม่มีระบบทางการเมืองเพื่อแก้ไขปัญหา ที่สามารถทำให้ส่วนต่างๆเห็นพ้องได้ เธอมีเงื่อนไขที่ถูกซุกซ่อนไว้เพื่อความรุนแรงเป็นอย่างมาก สิ่งที่สำคัญที่จะต้องจดจำไว้ก็คือชนชั้นนำได้กระทำตนเองทั้งนั้น เช่น บางสิ่งที่บัญญัติในร่างรัฐธรรมนูญ ที่ไม่สามารถตอบสนองต่อปัญหาขั้นพื้นฐานในประเทศได้

ในทางประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ไทยมีเงื่อนไขที่ซุกซ่อนไว้เพื่อความรุนแรงทั้งนั้น สิ่งนี้เกิดขึ้นเพราะว่าในแต่ละช่วง การสร้างระบอบประชาธิปไตยที่มีสถาบันทางการเมืองที่เข็มแข็งไม่เคยเจริญเติบโตเลย เมื่อระบบการเมืองและสถาบันทางสังคมถูกทำให้อ่อนแอ สิ่งนี้ทำให้สังคมมีแนวโน้มต่อความรุนแรง ดังจะเห็นได้จากเธอสามารถเห็นการรัฐประหารที่เกิดขึ้นบ่อยในประเทศไทย

รัฐเป็นเงื่อนไขที่จะให้เกิดความรุนแรง เมื่อชนชั้นนำที่ควบคุมรัฐรู้สึกว่าพวกเขากำลังจะสูญเสียการควบคุม พวกเขาจะใช้ความรุนแรงเพื่อกระชับอำนาจ เช่น การกระทำรัฐประหาร หรือการกวาดล้างประชาชน ในบางโอกาส รัฐก็ปฏิบัติแบบซับซ้อน เช่น ชนชั้นนำอาจร่วมมือกับประชาชนบางคนเพื่อที่จะสร้างวิกฤตการณ์จนนำไปสู่รัฐพิการ (paralyzed state) ซึ่งรัฐแบบนี้เป็นทางนำไปสู่การรัฐประหาร

ในประเทศไทยทุกวันนี้ เราอยู่ในรัฐที่ใช้อำนาจอย่างสุดโต่งในช่วง 6 ตุลาคม ปี 1976 มันเกิดมาจากธรรมชาติแห่งการกดดัน ซึ่งก็คือ การสร้างบรรยากาศของความกลัวเพื่อควบคุมประชาชน, กวาดล้างคนที่เห็นแตกต่างจากรัฐ, รวมทั้งอำนาจอันเข็มแข็ง (ดังจะเห็นได้จากร่างรัฐธรรมนูญที่เปิดโอกาสให้ทหารเลือกนายกฯได้) สิ่งนี้เห็นได้ชัดเจนว่าคนที่มีอำนาจอยู่แล้ว พยามเพิ่มอำนาจของตนเอง เมื่อรัฐที่มีลักษณะแบบนี้พบการต่อต้านจากขบวนการประชาชน ก็ไม่ลังเลเลยที่จะใช้อำนาจในการกดดันประชาชนโดยการกวาดล้าง

ความรุนแรงเป็นที่เห็นได้ทั่วไปหลังจากการเลือกตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลการเลือกตั้งเป็นที่ไม่สบอารมณ์ของผู้มีอำนาจ และหากรัฐที่มาจากการเลือกตั้งถูกข่มขู่ชนชั้นนำ พวกนี้ก็จะใช้การรัฐประหารเพื่อการควบคุม ชนชั้นนำสามารถที่จะใช้กำลัง (ทางทหาร) เพื่อการควบคุม หรือหากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ตั้งใจที่จะแก้ไขบางส่วนในรัฐธรรมนูญ (ซึ่งเป็นการยากที่จะทำ) รัฐนั้นก็จะถูกตีโต้โดยระบอบเก่า

นอกเหนือจากกรณีเหล่านี้ ความรุนแรงอาจเกิดขึ้น หากรัฐสั่งให้ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ในขณะเดียวกันก็มีปัจเจกบุคคลบางท่านที่ทรงอำนาจอาจให้ใช้ร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยน้อยกว่า หากบุคคลที่ทรงอำนาจไม่ฟังเสียงของประชาชนในแต่ละกรณี พวกเราจึงมีเงื่อนไขที่ซุกซ้อนอยู่เพื่อความรุนแรง

แปลและเรียบเรียงมาจาก

Kornkritch Somjittranukit. Interview with Prajak Kongkirati on what military is trying to do during ‘the transition’ Translated from Thai to English by Andrew Alan Johnson.

http://www.prachatai.org/english/node/6137

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การวิจารณ์เพลง หนัง หนังสือ และสังคมร่วมสมัย



ความเห็น (0)