ทำไม “เฮ็ด” จึงกลายเป็นคำเสพสังวาสของชาวลุ่มเจ้าพระยา

การเสกสรรปั้นแต่ง

ในบทความก่อนหน้าเรื่อง ประวัติศาสตร์ของคำเสพสังวาส “เยสสส” ข้าพเจ้าได้แสดงความเห็นต่างไว้ว่า “เย็ด” น่าจะมีรากความเป็นมาร่วมกับตระกูลภาษาออสโตรนีเซียน มากกว่าการเพี้ยนเสียงจากคำว่า “เฮ็ด” ที่แปลว่า “ทำ” ของภาษาอีสาน โดยเป็นคำเก่าแก่รากเดิมร่วมกับคำว่า “yut – ยุ๊ต” ของทางอินโดนีเซีย ซึ่งถูกประกอบเป็นคำยาวสองพยางค์ใช้กันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่คำที่หมายถึง การร่วมเพศ การดึงขึ้นดึงลง การชักเข้าชักออกอย่างเป็นจังหวะ ความยืดหยุ่น หดได้ยืดได้ การแกว่งตัวไปมา การดึงดูดเป็นสายยาว การสืบต่อเป็นทอดๆ ไม่หมดสิ้น ความแก่เฒ่า ความอดทน ความยืดเยื้อ จนถึงการสืบสายพันธุ์ตั้งแต่รุ่นย่ายายลงไปยันรุ่นหลานเหลน

ทั้งยังเห็นว่าเป็นคำในกลุ่มเดียวกับคำสั้นของพวกไท-ไตมาตรฐานว่า “เหยียด – stretch out” และ “ยืด – stretch” ตามที่ อาจารย์พิทยาวัฒน์ พิทยาภรณ์ ได้สืบค้นไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 และยังรวมเลยไปยังคำว่า “ยุด”, “ยื้อ”, “เยื้อ”, “ยอด” และ “ยวด” อีกต่างหาก

และเมื่อข้าพเจ้าได้อ่านบทความของ ศาสตราจารย์วิจารณ์ พานิช ซึ่งเคยเขียนถึงคำเสพสังวาสไว้ในบันทึกเรื่อง สนุกกับภาษาไทย – ภาษาอัชฌาไศรย 40. ชายคาภาษาไทย (19) หัวข้อ ผรุสวาท ลงในหน้าเพจ GotoKnow วันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ.2550 คัดมาท่อนหนึ่งว่า

“ผู้เขียนได้พูดถึงคำว่า สำสี้ ไปแล้ว จึงควรพูดถึงคำที่เป็นที่รู้จักกันดีที่สุดในบรรดาคำหยาบ หรือจะว่า เป็นราชาคำหยาบก็ว่าได้ นั่นคือ คำว่า เย็ด นับเป็นเรื่องน่าแปลกที่การสังวาสกันระหว่างชายหญิงเป็นกิจกรรมที่สำคัญของชีวิต แต่ค่านิยมสังคมกลับทำให้คนเลี่ยงไปใช้คำแขกเช่น ร่วมประเวณี ร่วมสังวาส แทนไปเสียอย่างไม่น่าเชื่อ ศาสตราจารย์ ดร. ประเสริฐ ณ นคร อธิบายว่าศัพท์เริ่มต้นคือ เร็ด ภาษาเหนือออกเสียง ร เรือ ไม่ได้ ออกด้วย ฮ ฮูก เป็น เฮ็ด ลาวออกเสียงว่า เยี๊ยะ และไทยกลางว่า เย็ด คำทั้งหมด แปลว่า ทำ เช่น เฮ็ดงาน แปลว่า ทำงาน แต่คำไทยกลางใช้ในเรื่องการสมสู่ด้วย คำไทยคำนี้ตรงกับคำอังกฤษว่า fuck ซึ่งคนรุ่นใหม่ทั้งอังกฤษและอเมริกันพูดกันติดปากจนถือได้ว่า เป็นคำสบถประจำชาติไปแล้ว นักสืบประวัติภาษาบอกว่า คำนี้เป็นคำที่อธิบายได้ยากที่สุดคำหนึ่ง เพราะเป็นคำต้องห้ามมาก่อนและไม่ค่อยมีให้เห็นในงานเขียน”... อ่านต่อได้ที่ https://www.gotoknow/post/154090

ยิ่งทำให้ข้าพเจ้าเกิดความสงสัยเป็นอย่างมากว่า “เฮ็ด” มีประวัติความเป็นมาอย่างไรกันแน่ มาจากคำเก่าเดิมว่า “เร็ด” เพราะบางพวกไม่ออกเสียง ร เรือ (แล้ว “เร็ด” แปลความว่าอะไร) ในขณะที่บางพวกเคลื่อนเสียงไปเป็น “เยี๊ยะ” และพวกลุ่มเจ้าพระยาเรียกว่า “เย็ด” พร้อมความหมายเพิ่มเติมเป็นการร่วมเพศ ซึ่งปรากฏเป็นบันทึกอย่างชัดเจนในกฎหมายตราสามดวงตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาฯ เป็นอย่างน้อย อันแตกต่างจากคำที่ใช้สำหรับการร่วมเพศของชาวเหนือว่า “สำ” และชาวอีสานว่า “สี้”

ในเรื่องเล่า ความโทเมืองจากเมืองหม้วย ของพวกไทดำที่มีถิ่นฐานเดิมอยู่ทางสิบสองจุ (เจ้า) ไทตอนเหนือของเวียดนาม จากหนังสือ “พลังลาว” ชาวอีสานมาจากไหน? โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ ศิลปวัฒนธรรมฉบับพิเศษ พ.ศ.2549 ก็พบคำที่แปลความกันว่า “ทำ” ออกเสียงคล้าย “เย็ด” มากกว่า “เฮ็ด” ดังบทร่ายข้างล่างนี้

“ยามนั้นปู่เจ้าโชโค้มฟ้า เอางูมาเอยียด เอาเขียดมาดอย เอาหอยมาเยดว่างเด้า แมงงวนมาเยดช่างปาด ปาหลาดมาเยดบ่าวชัว โนกถัวมาเยอดนางล่าม”

ซึ่งใน The Black Tai Chronicle of Muang Mouay แต่งโดย James R. Chamberlain ได้ถอดถ้อยคำร่ายตรงเนื้อท่อนนี้ไว้ว่า

“ɲaam nan2 pu1 caw2 Co kom2 faa2 แปลในคำอังกฤษว่า King Chô – Who – Protects – The – Sky,

ʔaw ngu maa ʔyiat แปลในคำอังกฤษว่า Took a snake and stretched it out,

ʔaw Khiat maa dɔy แปลในคำอังกฤษว่า Took a Khiat – frog and wrapped it like a corpse,

ʔaw Hɔy maa ʔyet vaaŋ1 (L)daw2 แปลในคำอังกฤษว่า Took snails to make wine in jars,

mɛng ŋuan maa ʔyet Caaŋ1 paat แปลในคำอังกฤษว่า Took a fly to make a sweeper,

paa Laat maa ʔyet baaw1 Cua แปลในคำอังกฤษว่า A spiny eel to make a cook,

nok Thua maa ʔyet naaŋ laam1 แปลในคำอังกฤษว่า A thrush to make a hostess.”

ความหมายโดยรวมของร่ายบทนี้ ตีความว่าสื่อถึงการจัดแต่งเครื่องพิธีกรรมเพื่อสั่งฝนให้ตกจากฟ้า เนื่องจากปู่แถนโกรธเกรี้ยวที่ปู่เจ้าโชโค้มฟ้าได้ทำการตัดสายขึงฟ้า ให้แยกลอยยกสูงขึ้นขาดจากผืนดิน จึงบันดาลให้เกิดความอดอยากแห้งแล้งไปทุกย่อมหญ้าของเมืองลุ่ม จนผู้คนฝูงสัตว์และพรรณพืชต่างพากันล้มตาย ซึ่งข้าพเจ้าขอเน้นที่คำว่า “จัดแต่ง” เป็นพิเศษ เพราะไม่ว่าจะเป็นการจับงูมาเอยียด จับเขียดมาดอย จับหอยมาทำว่างเด้า จับแมงงวนมาทำช่างปาด จับปลาหลาดมาทำบ่าวชัว และจับนกถัวมาทำนางล่าม ต่างอยู่ในขบวนการตกแต่งเปลี่ยนแปลงของอย่างหนึ่งให้เป็นอีกอย่างหนึ่ง เพื่อใช้เป็นตัวแทนเครื่องเซ่นสังเวยทั้งสิ้น

ด้วยนัยยะนี้ “เยด/เยอด - ʔyet” จึงสื่อสารถึงความหมายพื้นฐานของคำว่า “ทำ – make” อย่างชัดเจน คือการแปรสภาพสิ่งหนึ่งไปเป็นอีกสิ่ง เช่น การผลิต การประกอบขึ้นเป็นรูปร่าง สอดคล้องกับคำจำกัดความในพจนานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ว่า

"ก.กระทำ, ประกอบขึ้น, ผลิตขึ้น, สร้างขึ้น, ก่อขึ้น เช่น ทำเก้าอี้ ทำโต๊ะ ทำรองเท้า ทำรัง; ประกอบการงาน เช่น ทำนา ทำสวน ทำโป๊ะ; ดำเนินการ, ปฏิบัติงาน เช่น ทำหน้าที่ประธาน ทำตามคำสั่ง ทำตามกฎหมาย; แต่งให้งาม เช่น ทำผม ทำนัยน์ตา ทำจมูก; คิดและปฏิบัติไปตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้ เช่น ทำเลข ทำการฝีมือ, ประกอบพิธีกรรมเกี่ยวกับการนั้นๆ เช่น ทำวัตร ทำศพ; แสดง เช่น ทำบท ทำเพลง ทำเบ่ง; (ปาก) ศึกษาในระดับปริญญา เช่น ทำปริญญา ทำดอกเตอร์."

เพื่อให้เข้าใจง่าย “เยด/เยอด - ʔyet” ก็คือการเสกสรรปั้นแต่งนั่นเอง เป็นความหมายธรรมดาสามัญ เป็นที่รับรู้กันทั่วไปในสมัยโบราณไม่ว่าจะถูกพูดในที่ไหนๆ ในบรรดาพวกพูดภาษาไท-ไต

เมื่อมองที่รูปคำและความหมายของคำว่า “ʔyiat – เหยียด” และ “เยด/เยอด - ʔyet” จึงอาจถือได้ว่าทั้งสองมีความเป็นมาร่วมรากกัน เป็นคำในกลุ่มเดียวกับคำว่า “เย็ด” และ “yut – ยุ๊ต” ร่วมสัมพันธ์ร่วมภาษาไท-กะไดและออสโตรนีเซียนมาแต่ครั้งดึกดำบรรพ์ ในสถานะของการเปลี่ยนแปลงรูปร่าง ยืดได้หดได้ มีความยืดหยุ่น ชักเข้าชักออก และที่สำคัญคือการสืบทอดปั้นแต่งต่อสายพันธุ์อันยืนยาว จากต้นไปสู่ปลายจากเหง้าแก่ไปสู่หน่ออ่อนขยายออกไปอย่างไม่สิ้นสุด

เป็นการ “เยด/เยอด - ʔyet” ที่เท่าเทียมกับการ “เย็ด”, “เยี๊ยะ” และ “เฮ็ด” โดยไม่มีความหมายในคำไหนมาก่อนมาหลัง ไม่มีการกลายพันธุ์จากคำว่า “เฮ็ด” มาเป็นคำว่า “เย็ด” และเป็น “เฮ็ด” ที่ไม่ได้มีต้นกำเนิดจากคำว่า “เร็ด” แต่อย่างใด หากเป็น “เฮ็ด” ที่เคลื่อนเสียงมาจากคำว่า “เยด/เยอด - ʔyet”, “เยี๊ยะ” หรือแม้แต่ “เย็ด”

เป็นคำที่ไท-ไตหลายพวกสืบต่อการใช้คำในความหมายของการเสกสรรปั้นแต่งสิ่งต่างๆ รอบตัว หากยกเว้นเรื่องการเสพสังวาสร่วมประเวณี มาจนถึงทุกวันนี้

ในขณะที่ไท-ไตพวกหนึ่งมุ่งมั่นแต่เพียงเรื่องการเสกสรรปั้นแต่งลูกน้อย ผ่านความบันเทิงเริงถึงใจ ในการชักเข้าและชักออกด้วยท่วงท่าและทำนองอย่างเร้าอารมณ์ หลงลืมการเสกสรรปั้นแต่งสรรพสิ่งอื่นๆ ไปจนหมดสิ้น

ข้าพเจ้าจึงขอเสนอประวัติความเป็นมาของคำว่า “เฮ็ด” และ “เย็ด” ไว้ ณ ที่นี้อีกสักครั้ง...คริคริ

สุพัฒน์ เจริญสรรพพืช

จันทบุรี 27 กันยายน 2559

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน รอยไถของจักรวาล



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

คนเยอรมันรุ่นกลางที่เตยได้ยินใช้คำว่า"นก" แทน..ตริๆ..ที่เห็นในภาพ กลายเป็นแมงวัน..๕๕๕