เรื่องเล่าระหว่างวันที่ 19- 23 กันยายน 2559

27 กันยายน 2559

เรียน ผู้บริหาร เพื่อนครูและผู้อ่านที่รักทุกท่าน

วันจันทร์ที่ 19 กันยายน 2559 เช้านี้ยังเหน็ดเหนื่อยกับการดำเนินการสอบข้อเขียนครูผู้ช่วยทั้งวันเสาร์และวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เราใช้ 3 สนามสอบ คือ โรงเรียนสตรีนนทบุรี โรงเรียนศรีบุณยานนท์ และโรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ ผมต้องไปดูความเรียบร้อยทั้ง 3 สนาม เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้คนทำงาน วันนี้เป็นวันสอบสัมภาษณ์ ซึ่งก็ใช้ 3 สนามสอบตามที่แบ่งตอนสอบข้อเขียน ให้หลักการเพื่อความเป็นธรรมในการให้คะแนนแก่กรรมการทุกสนาม ภาคเช้าก็ออกเยี่ยมสนามสอบจนครบ เที่ยงกลับไปกินข้าวกับ ผอ.โพยม จันทร์น้อย โรงเรียนศรีบุณยานนท์ เพราะท่านเตรียมแกงปักษ์ใต้ไว้หลายอย่าง บ่าย 14 .30 น. เดินทางไปโรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม เพื่อเฝ้ารับพระราชทานเข็มที่ระลึกจากสมเด็จเจ้าฟ้าหญิงอุบลรัตน์ฯ เนื่องในโอกาสที่ท่านเสด็จมาเปิดกิจกรรม To Be Number One ทางโรงเรียนเขาจัดเจ้าหน้าที่ต้อนรับอย่างดี พร้อมอาหารการกิน เสด็จประมาณ 1 ทุ่ม เมื่อรับพระราชทานเข็มที่ระลึกแล้ว ร่วมกิจกรรมของเยาวชนที่มีความจงรักภักดีพระองค์ท่านเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกลุ่มที่เลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด สายฝนเทลงมาอย่างหนัก แต่ไม่กระทบกิจกรรมเพราะโรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม มีอาคารเรียนต่อเชื่อมกนทุกอาคาร ไม่ได้อยู่ร่วมกิจกรรมจนจบเพราะไม่ค่อยสบาย เดินทางกลับประมาณ 21 นาฬิกา

วันอังคารที่ 20 กันยายน 2559 วันนี้มีประชุมการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาของเขต โดยนำแผนการศึกษาจังหวัดมาเป็นกรอบ อยากให้ปรับวิสัยทัศน์บ้าง มอบให้สำรวจความต้องการจากครูที่ไปร่วมโครงการที่สุพรรณบุรี พรุ่งนี้ มีแฟ้มงานค่อยข้างมาก เรื่องงบประมาณที่ต้องเร่งดำเนินการหลั่งไหลลงมาจาก สพฐ. ในเวลาใกล้สิ้นปีงบประมาณ จึงมีข้อจำกัดค่อนข้างมาก ให้นโยบายทำให้เกิดประโยชน์ ครูมีส่วนร่วม และถูกระเบียบ


วันพุธที่ 21 กันยายน 2559 ให้รถมารับที่บ้านพัก 08:30 น. ใช้ถนนกาญจนาภิเษกวงแหวนตะวันตก ไปเข้าสายบางปะหันที่ปทุมธานี ตรงไปจังหวัดอ่างทอง สมทบกับคณะผู้เกษียณอายุราชการที่แหล่งผลิตตุ๊กตาชาววัง บ้านบางเสด็จ แต่ทำและจำหน่ายบริเวณวัดท่าสุทธาวาส ตำบลบ้านบางเสด็จ ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ เป็นเรือนไทยทรงสูง อยู่บริเวณวัดท่าสุทธาวาส ในพื้นที่ตำบลบ้านบางเสด็จ ตำบลนี้เดิมชื่อ บ้านวัดตาล ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นชื่อบ้านบางเสด็จเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถได้เสด็จพระราชดำเนินพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราษฎรผู้ประสบอุทกภัยในปี พ.ศ2518 ซึ่งสร้างความปลื้มปิติให้แก่ราษฎรเป็นอันมาก เพื่อเป็นการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณจึงได้เปลี่ยนชื่อบ้านวัดตาลเป็น บ้านบางเสด็จ ศูนย์ตุ๊กตาชาววังที่บ้านบางเสด็จเป็นโครงการที่สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.ล2519 เพื่อเป็นอาชีพเสริมเพิ่มพูนรายได้ให้แก่ราษฎร ภายในหมู่บ้านบางเสด็จนี้ นอกจากจะได้ชมทัศนียภาพอันร่มรื่นและสวยงามริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วยังสามารถชมการปั้นตุ๊กตาชาววังที่สวยงามจากบ้านเรือนราษฎรละแวกนั้นได้อย่างเป็นกันเอง มีการรวมกลุ่มในรูปของสหกรณ์โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ศูนย์ตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จ ซึ่งจะจัดให้สมาชิกมาสาธิตการปั้นตุ๊กตาชาววังพร้อมกับจัดจำหน่ายในราคาที่ย่อมเยา ตุ๊กตาชาววังทำจากดินเหนียวแสดงให้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนและ วัฒนธรรมประเพณีไทยต่าง ๆ เช่น การละเล่นของเด็กไทย วงมโหรีปี่พาทย์ สุภาษิตคำพังเพยไทย หรือรูปผลไม้ไทยหลากหลายชนิดซึ่งล้วนมีความสวยงามน่ารักและเหมาะที่จะซื้อเป็นของฝากหรือของที่ระลึกเป็นอย่างยิ่ง แต่วันนี้ไม่ได้อุดหนุนอะไรเพราะที่บ้านก็มีจนรกแล้ว จุดศึกษาต่อมาคือหมู่บ้านทำกลอง หมู่บ้านทำกลอง ตั้งอยู่ที่ ตำบลเอกราช หลังตลาดป่าโมก ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา การเดินทางใช้ถนนสายใน ผ่านหน้าที่ทำการเทศบาลอำเภอป่าโมกซึ่งขนานไปกับลำคลองชลประทาน ระยะทางประมาณ 17 กิโลเมตร ตลอดสองข้างทางจะเห็นร้านขายกลองเป็นระยะๆ ชาวบ้านแพเริ่มผลิตกลองมาตั้งแต่ พ.ศ. 2470 โดยจะเริ่มหลังฤดูเก็บเกี่ยว วัตถุดิบที่ใช้ทำกลองได้แก่ ไม้ฉำฉาเพราะเป็นไม้เนื้ออ่อน ที่สามารถขุดเนื้อไม้ได้ง่ายกับหนังวัว เราสามารถชมกรรมวิธีการทำกลอง ตั้งแต่เริ่มกลึงท่อนไม้เรื่อยๆไปจนถึงขั้นตอน การขึ้นกลอง การฝังหมุด กลองที่ทำมีตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงกลองขนาดใหญ่เช่น กลองทัด ซึ่งเราจะได้เห็นถึงฝีมือการทำที่มีคุณภาพ ประณีต สวยงามและยังสามารถซื้อไปเป็นของที่ระลึกกลับบ้าน ให้เขาซื้อกลองทอมไปหนึ่งคู่ ไว้ใช้ในห้องสโมสร จุดสุดท้ายในจังหวัดอ่างทองคือการไปกราบพระนอนที่วัดขุนอินทประมูล ผมมาวัดนี้ครั้งที่สาม ชอบมาก แวะทานอาหารกลางวันที่ร้านแม่ลาปลาเผา สิงห์บุรี ก่อนเดินทางไปบึงฉวาก จังหวัดสุพรรณบุรี บึงสลากวันนี้ดูเงียบเหงา คิดถึงอดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 21 นายบรรหาร ศิลปอาชา ผู้ล่วงลับไปแล้ว ตอนมีชีวิตได้สร้างอะไรไว้มากมายที่สุพรรณบุรี คณะทำงานจัดที่พักออกเป็น 2 ส่วน ข้าราชการพักริมบึก ลูกจ้างประจำพักรีสอร์ทด้านบนที่ถนนคั่น เวทีกิจกรรมต่างมีเป็นของตนเอง ผมสามารถไปได้ทั้ง 2 เวที เวทีข้าราชการเน้นกิจกรรมถอดประสบการณ์จากผู้เกษียณอายุราชการ เวทีลูกจ้างมีเกษียณคนเดียวจึงเน้นสัมมนาประสิทธิภาพ มีฝนตกมาบ้างแต่ไม่กระเทือนต่อกิจกรรมของงาน หลับนอนกันประมาณ 5 ทุ่ม


วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน 2559 ตื่นเช้ากว่าปกติเพราะต้องรีบเดินทางกลับนนทบุรี ในขณะที่คณะจะศึกษาดูงานตลอดวัน หลังอาหารเช้าเดินทางท่ามกลางสายฝนปรอย ๆ ถึงสำนักงานประมาณ 09:30น. ได้เตรียมดูวาระการประชุมเล็กน้อย วันนี้มีการประชุม อกศจ. วินัย เพื่อพิจารณารับทราบการลงโทษวินัยไม่ร้ายแรงข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พิจารณามาหลายนัด จนผมเองในฐานะเลขานุการก็เริ่มปล่อยวางเหมือนกัน เคยเข้มแข็งกระตือรือร้นเรื่องการทำงานมาตลอด มายุคนี้ดูจะง่อนแง่นเต็มที ความสามารถยังมีเต็ม แต่ไม่อยากแสดงออก เพราะแต่ละคนก็เก่ง จึงไม่อยากไปแข่งขัน ด้วยเหนื่อยมามาก ร้ายกว่านั้นหลายคนคิดว่าเราบ่มีท่า ก็น่าจะจริงของเขา เพราะเราเอาภาระ 3 เขต มาแบกไว้ รายละเอียดประกอบวาระก็เพิ่งนำมาวันประชุม อย่างนี้เลขานุการไหนจะเสนอได้คล่องแคล่ว จะบอกตรง ๆ ก็เหมือนฟ้องกันเอง พี่ใหญ่ต้องอดทน ดูไปเหมือนเทียนไขที่เผาตัวเองให้แสงสว่าง ควรอยู่หรือควรเผ่นต้องชั่งน้ำหนักดู การพิจารณาก็ยังเป็นไปในแนวทางเดิม ทั้งที่ประเด็นเหลือเพียงว่าเราจะเห็นตามที่ผู้มีอำนาจสั่งลงโทษไว้หรือไม่ ถ้าเห็นพ้องก็ รับทราบ ไม่เห็นพ้องจะเห็นเป็นประการใดก็ว่ามา ฉะนั้น ข้อสงสัยต่าง ๆ ในสำนวน จึงเป็นเรื่องที่เลยเวลาของการสอบสวนมาแล้ว จะเห็นเป็นประการใดก็ฟันธงออกมา ผมในฐานะเปรตในหมู่ปราชญ์ ไม่อยากออกความเห็นใด ๆ แม้จะถูกมองว่ารู้แล้วไม่ชี้ เงียบจึดีที่สุด เลิกประชุมทานข้าวที่ห้องสโมสร บ่ายไม่ค่อยมีแฟ้มเพราะข้าราชการส่วนหนึ่งเดินทางไปสุพรรณบุรี


วันศุกร์ที่ 23 กันยายน 2559 ขับรถมาจอดที่เขตแต่เช้าตรู่ เดินทางไปร้านอาหารบิ๊กฮ้อ อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อนัดหมายประชุมสัมมนาโรงเรียนขนาดเล็กในจังหวัดนนทบุรี 16 แห่ง ในวันนี้ ที่เลือกเอาจุดนี้เพราะมีโครงการควบรวมนำร่องที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเคยมาลงพื้นที่โรงเรียนดีมากอัปถัมภ์และโรงเรียนคลองหนึ่ง เห็นว่ามีความเหมาะสมจะควบรวม วันนี้โรงเรียนดีมากอุปถัมภ์ จึงทำโครงการเปิดรั้วโรงเรียน คณะสัมมนาจะได้ลงไปดูพื้นที่จริงมาเป็นวันถุดิบในการอภิปรายปัญหา ถึงเช้าก่อนใครเลยไปนั่งกอนข้าวแกงปักษ์ใต้ในร้านค้า ประมาณ 9 นาฬิกาจึงเปิดประชุมชี้แจงโครงการและบรรยายพิเศษ จากนั้นเดินทางไปภาคสนาม คือโรงเรียนดีมากอัปถัมภ์และโรงเรียนคลองหนึ่ง เขามีกิจกรรมหลายอย่าง มีขนมนมเนยมากมายให้กินฟรี มีทอดผ้าป่า ดูงานและร่วมกิจกรรมถึงเที่ยงจึงกลับออกมารับประทานอาหารกลางวันที่ร้านบิ๊กฮ้อ บ่ายสัมมนาปัญหากันจนหมดประเด็น เลิกประชุมแล้วเดินทางกลับสำนักงานเขตท่ามกลางสายฝน โรงเรียนขนาดเล็ก ของ สพป.นนทบุรี เขต 1 มีเพียงโรงเดียว ของ สพป.นนทบุรี เขต 2 มี 15 โรง กระทรวงศึกษาธิการบอกว่า ศึกษาธิการจังหวัด ต้องรับผิดชอบทั้งจังหวัด ได้แต่เปล่งวาจา สาธุ แปลว่า น้อมรับ

นายกำจัด คงหนู

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 1


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน  "เรื่องเล่าจากเจ้าพระยา"



ความเห็น (0)