คลื่น01

Ibnu Ahmad
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

Music is a fluvial. What make it dirty is song of sediment.

ดนตรีเป็นดั่งสายน้ำ มันจะใสหรือขุ่นอยู่ที่ตะกอนที่เป็นดั่งเนื้อเพลง

ความขาวขุ่นของมันเปรียบเสมือน negative meaning (NM) ความหมายโดยรวมของเนื้อเพลง

NM ไม่จำเป็นต้องเป็นคำหยาบหรือลามก เพียงใจความในเนื้อเพลงมันมีผลต่อการกระตุ้นอารมณ์ความอ่อนไหวให้เรารู้สึกแย่และจมปลักกับปัญหาในยามที่เราอ่อนแอ นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม NM

ในทางกลับกัน ความใสสะอาดของมัน...

อัซตัฆฟิรุ้ลลอฮฺ วัลลอฮูอะลัม

-------------------------

#การฟังเพลงในอิสลาม

การฟังเพลงในอิสลามนั้นมีฮุกุ่มปลีกย่อยที่ต้องมาขยายก่อนที่จะทำการฮุกุ่ม

ทัศนะของบรรดาอุลามะ มีดังนี้

๑.การฟังเพลงที่ไม่มีเสียงดนตรีประกอบนั้น ไม่ฮารอม หากเนื้อเพลงไม่เป็นเนื้อเพลงที่ไม่ดี หรืออื่นๆ ทัศนะอุลามะทั้งหมด

๒. หากเพลงมีเสียงดนตรีประกอบนั้น อุลามะมีทัศนะที่ต่างกัน

๒.๑บางอุลามะกล่าวว่า อนุญาต แม้ว่า จะมีหรือไม่มีดนตรีประกอบ

๒.๒บางอุลามะกล่าวว่า...ไม่อนุญาตหากมีดนตรีประกอบ แต่หากไม่มีดนตรีประกอบ ก็อนุญาต

๒.๓บางอุลามะกล่าวว่า...ไม่อนุญาต แม้ว่าจะไม่มี หรือมีดนตรีประกอบ

ท่านอิบนุฮัซฺมินฺ รอฮิมาฮุลลอฮ ได้ระบุว่า "ผู้ใดมีเจตนาในการฟังเพลงเพื่อให้มีส่วนช่วยในการทำมะอฺซิยะฮฺต่ออัลลอฮฺ (ซ.บ.) ผู้นั้นย่อมเป็นคนเลว (ฟาซิก) และผู้ใดมีเจตนาเพื่อสร้างความผ่อนคลายทางจิตใจของตนเพื่อที่จะได้มีพลังในการตออัต (ภักดี) ต่ออัลลอฮฺ (ซ.บ.) และมีความกระฉับกระเฉงในการประกอบคุณงามความดี ฉะนั้นผู้นั้นคือผู้ประพฤติดี (อ้างแล้ว หน้า 292)

อย่างไรก็ตามการฟังเพลงหรือการร้องเพลงก็มีเงื่อนไขที่ต้องคำนึงถึง กล่าวคือ

๑.เนื้อหาของเพลงต้องไม่มีสิ่งที่ขัดต่อหลักคำสอนของศาสนาหรือกระตุ้นปลุกเร้าให้กระทำสิ่งที่ขัดต่อหลักการ

๒. บางทีเนื้อหาอาจจะไม่ได้ขัด แต่วิธีการขับร้องของนักร้องอาจจะนำไปสู่สิ่งต้องห้ามได้ ก็ต้องระวัง

๓.ต้องไม่ฟังเพลงจนเกิดความบกพร่องในหน้าที่หรือการประกอบศาสนกิจหรือใช้เวลาไปในสิ่งดังกล่าวโดยมิเกิดประโยชน์ อนึ่งในกรณีของเพลงที่เกี่ยวกับศาสนาและปลุกจิตสำนึกความเป็นมุสลิมและไม่มีดนตรีประกอบ เช่น อนาชีดทั้งหลายในสังคมมุสลิมนั้นเป็นสิ่งที่อนุญาตให้ฟังได้โดยไม่มีข้อขัดแย้ง

มีนักวิชาการบางท่าน ว่า เพลงนั้นฮารอมเเบบ อิจมะ

แต่อุลามาอฺอีกหลายท่านในยุคก่อน ที่กล่าวว่า อนุญาตให้ฟังได้ เช่น

๑. ท่านอีหม่าม อัลฆ่อซาลีย์ ในหนังสือ อิฮยาอุลูมิดดีน

๒. ท่านอีหม่าม อัชเชากานีย์ ในหนังสือ

‎إبطال دعوى الإجماع في تحريم مطلق

๓. ท่านอีหม่าม อับดุลฆ่อนีย์ อันนาบลุซซีย์ ในตำรา

‎إيضاح الدلالات في سماع

๔. ท่านอิซซุดดีน อิบนุ อับดิสสาลาม ในหนังสือ

‎رسالة السماع وقواعد

๕. ท่านอิบนุกุตัยบะห์ ในหนังสือ

‎الرخصة في السماع

๖. ท่าน อัลกิศรอนีย์ ในหนังสือ السماع

๗. ท่านอีหม่าม อัศศะฮบีย์ ในหนังสือ

‎الرخصة في الغناء والطرب

๘. ท่าน อิบนุฮัศมิน ในหนังสือ المحلى

๙. ท่าน อิบนุลอารอบีย์ ในหนังสือ احكام القران

๑๐. ท่าน อิบนุตอฮิร อัลมักดีซีย์ ในหนังสือ السماع

มาดูคำกล่าว ของท่านอีหม่าม อัศซะฮบีย์ รอฮิมาฮุลลอฮ์ ตามภาพ...( ใครอ่านไม่ออก ลองให้นักวิชาการที่ฮุกุ่มว่า ฮารอมเเบบ อิจมะ เเปลให้ )

www.facebook.com/ibnufatim/posts/10207427714204414

ทัศนะของบรรดาอุลามะอิสลามเกี่ยวกับการฟังเพลง หรือ ร้องเพลง

1. ฮารอมโดยที่ไม่มีเงื่อนไข ไม่ว่าจะมีเสียงดนตรีประกอบหรือไม่ก็ตาม

2. ฮารอมโดยที่มีเงื่อนไข คือ หากเนื้อร้องมีคำหยาบคาย คำลามก อนาจาร เชิญชวนให้ทำความชั่ว ประเภทนี้ ฮารอมถึงเเม้ว่าจะไม่มีเสียงดนตรี หรือ มีเนื้อหาที่ดี เเละไม่มีดนตรี เเต่ฟังเพลง หรือร้องเพลง จนทำให้เกิดมะซียัต เช่น ล่วงเลยเวลาละหมาด

3. ฮารุส คือ อนุญาติให้ฟังได้ ในกรณีที่มีเนื้อหาเเพลงที่ดี เท่านั้น หากมีดนตรีมาเเทรก มักรุฮ เเต่มีบางอุลามะกล่าวว่า ไม่มักรุฮ

4. ฮารุสฟังเพลง หรือ ร้องเพลง ไม่ว่า จะมีดนตรี หรือไม่มีดนตรี เเต่หาก การร้องเพลง เเละ การฟังเพลง ทำให้เกิดมะซียัต หรือ บาปในเรื่อง อื่น ๆ เช่น การปะปนหญิงเเละชาย ก็จะกลายเป็น ฮารอมอารีดีย์

www.facebook.com/ibnufatim/posts/10206567498099549

ท่านอีหม่าม อัลฆ่อซ่าลีย์เเละอิบนุ อารอบีย์ กล่าวว่า... เพลงเเละเสียงดนตรีนั้น อนุญาตให้ฟังได้ เเต่มีเงื่อนไข คือ สิ่งนี้ควรมีคำพูดที่ดีงาม เเละไม่มีสิ่งที่เป็นฮารอมอารีดีมาปะปน....

ท่านยังได้กล่าวอีกว่า...เสียงเกิดมาจาก ๒ ประเภท

๑. สิ่งมีชีวิต เช่น สัตว์ เเละเสียงที่มนุษย์สร้างขึ้นมา เช่นกลอง กีตาร์ ฯลฯ

๒. สิ่งที่ไม่มีชีวิต เช่น เสียงคลื่นทะเล เสียงก่อนหิน กระทบ ฯลฯ

ส่วนฮาดิษที่ห้ามนั้น...สำหรับท่าน เเล้วเป็นฮาดิษที่ไร้น้ำหนัก...

หากฟังเสียงดนตรีไม่ได้.....เราก็ไม่สามารถฟังนกเขาขันได้

ทำเป็นเสียงเพลง หรือ ไก่ขัน หรือ เสียงอื่นๆ..

เเละท่านได้รวบรวมทัศนะทั้งหมดมาวิเคราะห์เเละเปิดเผยว่า..เเท้จริงท่านอีหม่าม ชาฟีอีย์ไม่ได้ฮุกุ่มว่า เสียงเพลงนั้นฮารอม....เเละเสียงเพลงจะฮารอมฟังก็ต่อเมื่อ มีสิ่งที่ฮารอมมาปะปน เช่น เนื้อเพลงออกไปทางลามก มีการเต้นรำที่ฮารอม เป็นต้น.....

ท่านอิบนุ ฮัสมิน รฮ....

ได้กล่าวว่า..ใครก็ตามฟังเพลงเเล้ว ทำให้คลายเครียด หรือ พักผ่อน หรือ ทำให้เกิดความขยันในการทำงาน มีกำลังใจ หรือ สิ่งที่ดีอื่นๆ สามารถฟังได้เเละเป็นสิ่งที่ดีงาม..

‎قال الإمام أبو حامد الغزالي في بيان تحريم الغناء والموسيقى في الملاهي وشرب الخمر: "فالغناء والموسيقى في الملاهي محرم لتحريم الخمر؛ لأنّ الغناء في الملاهي يدعو إلى شرب الخمر، فإنّ اللذّة الحاصلة بها، إنّما تتمّ بالخمر، ولمثل هذه العلّة حرّم قليل الخمر" ولأن الغناء في الملاهي يشوّق إلى شرب الخمر، فهو منهيٌ عن السماع لخصوص هذه العلّة فيه"، ونقد الإمام أبو حامد الغزالي جميع القائلين بتحريم الغناء من العلماء المسلمين، بقوله أن الشافعي لم يحرم الغناء أصلاً، ويقدم على ذلك دليل وهو قول يونس بن عبد الأعلى: سألت الشافعي رحمه الله عن إباحة أهل المدينة السماع، فقال الشافعي: لا أعلم أحداً من علماء الحجاز كره السماع إلاّ ما كان منه في الأوصاف. ويضيف الإمام الغزالي: "وأمّا الحداء وذكر الأطلال والمرابع وتحسين الصوت بالحان الأشعار فمباح. وحيث قال : أنّه لهوٌ مكروه يشبه الباطل. فقوله لهو صحيح، ولكن اللهو من حيث أنّه لهو ليس بحرام ، فلعب الحبشة ورقصهم لهو ، وقد كان صلى الله عليه وسلم ينظر إليه ولا يكرهه بل اللهو واللغو لا يؤاخذ الله تعالى به". "وأما قوله يشبه الباطل، فهذا لا يدل على اعتقاد تحريمه، بل لو قال هو باطل صريحاً، لما دلّ على التحريم، وانّما يدلّ على خلوّه من الفائدة، فالباطل ما لا فائدة فيه، على أنّه أراد بالكراهة التنزيه

www.facebook.com/ibnufatim/posts/10205383012648153


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Conservation Theory



ความเห็น (0)

หมายเลขบันทึก

616155

เขียน

27 Sep 2016 @ 18:47
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
อ่าน: คลิก