ว่าที่นักศึกษากิจกรรมบำบัด

สวัสดีค่ะ ชื่อภัคณพิชญ์ ชื่อเล่นว่าภัคนะคะ ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่มหาวิยาลัยมหิดล คณะกายภาพบำบัด สาขากิจกรรมบำบัด นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เขียนบล็อคเกี่ยวกับอนาคตอาชีพตัวเองเป็นครั้งแรกนะคะ



ถ้าจะเล่าเรื่องย้อนกลับไปก่อนที่จะสมัครเข้าเรียนกิจกรรมบำบัด ในตอนแรกจริงๆไม่เคยได้ยินว่ามีวิชาชีพนี้อยู่ในประเทศไทยเลยค่ะ ได้รู้จักเป็นครั้งแรกก็ตอนที่ถามเพื่อนที่โรงเรียนมัธยมปลาย และตอบคำถามให้ฟังว่า “นักกิจกรรมบำบัดคืออาชีพที่นั่งอยู่อีกห้องแล้วก็วิเคราะห์พฤติกรรมอาการคนไข้ แล้วก็คิดกิจกรรมให้คนไข้ได้ทำตาม เอาไปใช้รักษาผู้สูงอายุ เด็กออทิสติกไม่ก็คนที่มีอาการทางจิต” ตอนนั้นก็เริ่มสนใจอาชีพแปลกๆที่เพื่อนบอกเป็นครั้งแรก ก็เลยลองมาสมัครสอบรับตรงของมหาวิทยาลัยมหิดลดูค่ะ

พอสมัครแล้วตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะคิดเลย คิดว่าสาขากิจกรรมบำบัดรับคนน้อยมากๆ ถ้าเกิดมีเด็กเก่งๆเข้ามาสมัครแล้วได้ก็คงไม่ถึงเราหรอก แต่ในที่สุดก็ประกาศผลออกมาว่าได้สอบสัมภาษณ์ต่อค่ะ ตอนนั้นทั้งภัคทั้งพ่อแม่ดีใจมากที่ติดสอบสัมภาษณ์แล้วก็เริ่มเตรียมตัวมาสอบ พอหาข้อมูลไปหาข้อมูลมา ก็เริ่มรู้สึกแล้วว่าสิ่งที่เพื่อนพูดมาก็ไม่ใช่ทั้งหมดของวิชาชีพกิจกรรมบำบัด จริงๆแล้วตอนหาข้อมูลหายากมากค่ะเพราะแทบไม่รู้อะไรเลยนอกจากชื่อของสาขากิจกรรมบำบัดเท่านั้น ตอนนั้นอ่านมาก็เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างตอนไปสอบสัมภาษณ์ใจยังตุ้มๆต่อมๆว่าที่คิดมาจะถูกรึเปล่าเลยค่ะ

กิจกรรมบำบัดตามที่ได้หาช้อมูลมาตอนนั้นเข้าใจว่า “กิจกรรมบำบัดคือการที่เรานักกิจกรรมบำบัดเข้าไปปรับปรุงและช่วยเหลือทั้งที่พักอาศัยหรือว่าการใช้ชีวิตให้ผู้ป่วยได้ใช้ชีวิตได้อย่างใกล้เคียงปกติหรือเป็นปกติที่สุด” ถึงจะหาข้อมูลมาได้ตอนนั้นก็ยังจินตนาการไม่ออกว่า เอ้... จริงๆแล้วทำอะไรกันแน่

วันที่มาสอบสัมภาษณ์เป็นวันที่ 16 มีนาคม 2559 วันที่สอบก็จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงคือ ช่วงตรวจร่างกายและสอบสัมภาษณ์

ตอนตรวจร่างกายที่คณะเทคนิคการแพทย์ก็มาเช้าตั้งแต่ 6 โมงเช้าเลยค่ะ จนถึงประมาณ 9 โมงก็ตรวจร่างกายเสร็จ มีชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วันความดัน จำได้เลยว่าตอนนั้นตื่นเต้นมากๆ หัวใจเต้นเร็วผิดปกติจนคุณหมอสั่งให้นั่งพักก่อน 5 นาที แล้วค่อยกลับมาตรวจใหม่ แต่อัตราการเต้นหัวใจก็ยังไม่ลดคุณหมอก็เลยเขียนเท่าที่เป็นลงไปเลย ตรวจปัสสาวะ แล้วก็พบแพทย์ตรวจโรคอื่นๆค่ะ ต่อจากนั้นก็หาทางไปตรวจ X ray ที่ตู้รถ ผู้หญิงให้ไปเปลี่ยนเสื้อคล้ายๆกับเสื้อผู้ป่วยในโรงพยาบาล เพราะไม่ให้ใส่โลหะหรือของบังรังสี เป็นช่วงที่ชุลมุนมาก ใกล้เวลาสอบสัมภาษณ์ของหลายๆคณะแล้วทำให้วุ่นวายมาก ส่วนถ้าเป็นผู้ชายก็ถอดนาฬิกา สร้อยออกแล้วก็เข้า X ray ได้เลย

พอจบจากการตรวจร่างกายก็เดินทางถึงคณะ อย่างแรกก็เอาเอกสารส่งให้เจ้าหน้าที่ แล้วก็ขึ้นมารอที่ห้องกับพ่อแม่ก่อน พี่ก็เปิดวีดิโอเกี่ยวกับคณะให้ดู จำได้เลยว่าได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นมากๆจากรุ่นพี่ในคณะ พี่มาให้คำแนะนำตอนสอบสัมภาษณ์แล้วก็เอาเรื่องเล่าในคณะหรือในมหาลัยมาเล่าให้ฟัง ช่วยปรับอารมณ์ให้ดีขึ้นมากๆเลยค่ะ พอประมาณ10โมงกว่าๆ พี่ก็พาไปห้องคอมของคณะ ไปทดสอบวัดไอคิว วัดอารมณ์แล้วก็วัดแนวคิดเกี่ยวกับสาขาที่เรียน

การทดสอบวัดไอคิวก็ไม่มีอะไรมาก ให้เวลา 25 นาที โจทย์ 42 ข้อ เป็นรูปภาพมาให้หาภาพต่อไปคืออะไร คล้ายๆกับข้อสอบความถนัดแพทย์เลยค่ะ การทดสอบวัดอารมณ์ก็ให้เหตุการณ์มาแล้วติ๊กๆว่าจริง ค่อนข้างจริง ค่อนข้างไม่จริง ไม่จริง ง่ายๆ ไม่มีอะไรมาก การทดสอบสุดท้ายก็เป็นคำถามเกี่ยวกับสาขาที่เรียนมีทั้งหมด 3 ข้อ 1 คิดว่านักกิจกรรมบำบัดที่ดีควรมีบทบาทหน้าที่อย่างไรในประเทศไทย 2.ประเภทคนไข้ของนักกิจกรรทบำบัด 3 คิดว่าตัวเราในอีก 5 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร

มาถึงโค้งสุดท้ายคือตอนจะสอบสัมภาษณ์แล้วค่ะ ตอนนั้นตื่นเต้นมากจนเสียงสั่น เพื่อนที่เตรียมสอบข้างๆก็บอกให้ใจเย็นๆ ย้อนกลับไปคิดถึงตอนนั้นแล้วก็ตลกตัวเองดีเหมือนกัน 5555 ตอนไปสอบสัมภาษณ์อาจารย์ก็ถามมาไม่น้อยเหมือนกันเลยค่ะ ที่จำได้ก็มีทำไมถึงเลือกเข้ากิจกรรมบำบัด คิดว่ากิจกรรมบำบัดทำอะไร จบไปทำอะไร เรียนอะไรบ้างเป็นคำถามพื้นฐาน ถ้าเกิดมีน้องๆคนไหนเข้ามาอ่านเตรียมสอบ ในเวลาสอบจริงๆก็ขอให้เป็นตัวเองมากที่สุด สำคัญคือสตินะคะ




ปัจจุบันก็ผ่านการสอบและได้เข้าเรียนเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ เรียนพึ่งก็ผ่านมาได้ 4 สัปดาห์กว่าๆ ตอนนี้กำลังตั้งใจเรียนค่ะ สู้ๆ