การปฏิรูปการศึกษาไทย (ตอนที่ ๑๐)

การศึกษาไทยที่ทำลายศักยภาพและสุขภาวะของเด็กและเยาวชน จนไม่สามารถจะคิด จะพูด จะทำ และใจปิด ไม่สามารถจะศึกษาเรียนรู้ต่อไป แม้จะเรียนจากครูหรือใครๆ ได้ ถ้าไม่เรียกว่าการศึกษา -1.0 จะจัดให้อยู่ในเวอร์ชั่นไหนดีล่ะครับ

"คนไทย-สังคม 4.0"

คนเป็นปัจจัยหลักของความสำเร็จหรือความล้มเหลวของทุกๆ เรื่อง ดังนั้น ไทยแลนด์ 4.0 จะสำเร็จหรือล้มเหลวจึงขึ้นอยู่ที่ "คน"

หากต้องการจะทำให้เกิดไทยแลนด์ 4.0 คนไทยและสังคมไทย ก็จะต้องเป็น "คนไทย-สังคมไทย 4.0" ด้วย

"คนไทย-สังคมไทย 4.0" เป็นอย่างไร? และจะทำให้เกิดขึ้นได้อย่างไร? คงจะเป็นเรื่องที่ผู้ที่ผลักดันไทยแลนด์ 4.0 คือ รัฐบาล จะต้องให้นิยาม คิดเพื่อวางแผนยุทธศาสตร์และลงมือทำให้เกิดการปฏิรูปจนเกิดผลสำเร็จขึ้น

การให้นิยาม คิดและวางแผนยุทธศาสตร์ คงจะไม่ได้ยากสักเท่าใด แต่การลงมือทำให้เกิดการปฏิรูปจนเกิดผลสำเร็จ เป็นเรื่องที่ยากและท้าทายกว่ากันมากนัก

เมื่อพูดถึง "คน" คงจะไม่ใช่หมายถึงคนเพียงไม่กี่คน แต่หากไม่ได้หมายถึงคนไทยทั้งหมด ก็คงหมายถึงคนส่วนใหญ่ของประเทศ โดยเฉพาะคนที่เป็นผู้นำในภาคส่วนต่างๆ ในองคาพยพของประเทศ

การพัฒนาคนในทุกๆ สังคม ใช้ระบบการศึกษาเป็นเครื่องมือหลัก ดังนี้การพัฒนา "คนไทย-สังคมไทย 4.0" ก็จะต้องใช้ "การศึกษา 4.0" เป็นเครื่องมือหลัก

ผมได้เขียนมาก่อนหน้านี้แล้วว่า ในขณะนี้การศึกษาไทยอยู่ที่เวอร์ชั่น -1.0 (อ่านรายละเอียดได้ที่ https://www.gotoknow.org/posts/612087 )

หากจะเปลี่ยนจากการศึกษา -1.0 เป็น การศึกษา 4.0 คงจะต้องปฏิวัติไม่ใช่ปฏิรูป

ทำไมการศึกษาไทยจึงอยู่ที่เวอร์ชั่น 4.0 ?

ผมเขียนไว้แล้ว่า "การให้เด็กและเยาวชนเอาแต่ท่องจำวิชาเพื่อสอบเป็นการทำลายศักยภาพและสุขภาวะของเด็กและเยาวชน ทำลายความสนใจใฝ่รู้ ความกระตือรือร้น ความใฝ่ฝัน จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ ฯลฯ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญและจุดเน้นของการศึกษาสมัยใหม่ ในศตวรรษที่ 21 การศึกษาไทยจึงยังล้าหลังและติดค้างอยู่ในเวอร์ชั่น -1.0"

ศาสตราจารย์ ดร.สุพจน์ หาญหนองบัว อดีตคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้นิยามว่า การศึกษา 1.0 เป็นการศึกษาที่เด็กเรียนจากอาจารย์ การศึกษา 2.0 เด็กศึกษาค้นคว้าด้วยตัวเอง การศึกษา 3.0 เด็กสร้างความรู้ และการศึกษา 4.0 เด็กสร้างนวัตกรรม

การศึกษาไทยที่ทำลายศักยภาพและสุขภาวะของเด็กและเยาวชน จนไม่สามารถจะคิด จะพูด จะทำ และใจปิด ไม่สามารถจะศึกษาเรียนรู้ต่อไป แม้จะเรียนจากครูหรือใครๆ ได้ ถ้าไม่เรียกว่าการศึกษา -1.0 จะจัดให้อยู่ในเวอร์ชั่นไหนดีล่ะครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การปฏิรูปการศึกษาไทย



ความเห็น (0)