ตั้งแต่ที่โพสต์เรื่อง การสลับระหว่างตำแหน่งประธาน (subject) กับกริยา (verb) หรือที่รู้จักกันในชื่อ inversion ไปสักพักหนึ่งแล้วนั้น ฉันจึงมีเวลาในการเขียนเกี่ยวกับไวยากรณ์ที่มากขึ้น ฉันไม่ค่อยได้ใช้หนังเรียนแล้วในตอนนี้ ฉันจึงคิดที่สอนไวยากรณ์ที่เป็นตัวของตัวเอง และคิดว่าสิ่งนี้จะทำให้คนอื่นๆสนใจได้ บทเรียนที่ฉันจะสอนในวันนี้เป็นบทเรียนที่ฉันได้เตรียมมาสักระยะแล้ว จุดมุ่งหมายของมันจะอยู่ที่นักเรียนระดับประถมที่เป็นผู้ใหญ่ (adult elementary students) แต่หากปรับสักนิด ก็คงใช้ได้กับระดับอื่นๆ

จุดประสงค์ของบทเรียนก็คือการแนะนำและฝึกปฏิบัติบุรุษที่สามใน Present Simple ในบริบทครอบครัวและเพื่อนๆ เธอต้องมีรูปของเพื่อนหรือญาติก็ได้ การใช้รูปพี่น้องคือสิ่งที่สุดยอด และจะดียิ่งขึ้นหากคนข้างนั้นเป็นคุณ อย่างไรก็ตาม คุณสามารถนำรูปจาก Google และบอกว่าเป็นคนที่คุณรู้จัก

เริ่มต้นคือการโชว์ภาพที่คุณเลือก

ถามนักเรียนว่ารูปนี้คือใคร (นี่เป็นน้องสาวของฉัน) หลังจากที่นักเรียนคาดเดาได้ถูกต้องแล้ว ขอให้พวกเขาตอบคำถามนี้เป็นคู่ Do you have brothers or sisters? How many?

ในขณะที่รอคำตอบอยู่นั้น (eliciting) เธอสามารถใช้กิจกรรมนี้เป็นแบบทดสอบเพื่อวินิจฉัย และให้นักเรียนคุยเกี่ยวกับคู่ของเขา (เช่น My partner has two sisters) นี่เป็นวิธีการหนึ่งที่จะได้รู้ว่านักเรียนมีความรู้เรื่องบุรุษที่ 3 มากน้อยเพียงใด ในขั้นตอนนี้ มีแนวโน้มที่ว่านักเรียน อาจผลิตภาษาประเภท my partner have one brother หากคุณไม่อยากจะให้นักเรียนใช้ภาษาที่ผิดแล้วหละก็ ขอให้เด็กๆมานำเสนอเป็นรายบุคคลน่าจะดีกว่า

กลับไปดูที่รูปใหม่ และบอกนักเรียนว่าเธอจะต้องบรรยายสิ่งที่ตัวเธอและพี่สาวน้องสาวชอบ ตอนสุดท้ายนักเรียนต้องพิจารณาว่าชอบเหมือนกันและต่างกันอย่างไร อ่านประโยคนี้ด้วยเสียงอันดัง และจัดนักเรียนให้อยู่เป็นคู่เพื่อดูว่าแต่ละคนเหมือนหรือต่างกัน

I like basketball. My sister likes volleyball.

I like Japanese food. She likes Italian food.

I like rock music. She likes MPB.

หลังจาก 1 หรือ 2 นาที ล้วงคำตอบให้ได้ทุกคน และถามว่าคุณเหมือนหรือต่างกัน ต่อจากนั้นให้เด็กๆประเมินความคิดเห็น

ตอนนี้กลับมาที่กระดานดำใหม่ (ถ้ามี Projector จะดีมากๆเพราะประหยัดเวลา) แต่คุณสามารถเขียนได้ในกระดานดำ ให้เขียนประโยคทั้ง 3 บนกระดานดำ

ถามนักเรียนว่าทำไมจึงมี s ที่กริยาในทุกประโยคที่ขึ้นต้นด้วย my sister น่าจะมีนักเรียนสักคนหนึ่งที่ตอบว่า เพราะว่ามีคำว่า she อยู่ ต้องทำให้มั่นใจให้ได้ว้าเด็กๆรู้เรื่อง she กับกริยาที่เติม s พยามขยายเรื่องนี้ไปที่ he และ it ด้วย

กลับมาที่กระดานดำใหม่ ตอนนี้ขอให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด เพื่อยืนยันว่าเด็กๆจะได้มีการทำแบบฝึกหัดที่เป็นข้อเขียนไว้

Use He/She/It + verb+__ for most verbs in the present simple.

ขั้นตอนนี้ครูสามารถที่จะให้การฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับการพูดแบบง่ายๆเอาไว้ โดยการขอให้นักเรียนทำประโยคข้างล่างให้สมบูรณ์โดยทำเป็นคู่ หากก่อนหน้านี้คุณนิยามนักเรียนของคุณว่าเป็นเด็กๆ ก็สมควรมีทางเลือกมากกว่า she เช่น my mother/father, my best friend เป็นต้น

My brother/ sister likes………….. หรือ My best friend likes……….

ให้เวลานักเรียนประมาณ 1-2 นาที หลังจากนั้นให้นักเรียนนำเสนอ หากนักเรียนไม่สามารถเติม s ทั้งที่มีตัวอย่างบนกระดานดำอยู่แล้ว ให้แก้ไขโดยการชี้ที่ตัว s ในประโยค

ในการสอนประโยคปฏิเสธ ให้นำเสนอประโยคข้างล่างนี้ และให้ใช้กริยาช่วยในประโยคที่เว้นว่างไว้

My sister likes volleyball.

I _____ like volleyball.

I like basketball.

My sister _____ like basketball.

อย่าลืมให้ความรู้เรื่องการออกเสียง และตัว z ในเสียง doesn’t ด้วย หลังจากนั้นต้องให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดที่เป็นการเขียน

In the negative, use He/She/It +_______ + verb.

ต่อจากนั้นให้นำเสนอการฝึกแบบควบคุม (controlled practice) อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ให้เน้นไปที่การออกเสียง

My brother/sister doesn’t like …

My best friend doesn’t like …

ให้เวลานักเรียนแค่ 1-2 นาที ต่อจากนั้นให้นำเสนอคำตอบ ในขั้นตอนนี้ คุณสามารถดำเนินการจากการฝึกปฎิบัติแบบควบคุมไปสู่การใช้กริยาที่ไม่เป็นไปตามกฎ (irregular verb) ซึ่งก็คือ has และการเติม es หากคุณข้ามขั้นตอนนี้ ก็จงอย่าใช้สองกิจกรรมสุดท้ายที่เป็นเรื่องการเติมข้อมูลแบบการปฏิบัติควบคุมเสีย (the controlled practice gap fill)

จงแสดงบางประโยค และให้นักเรียนเติมประโยคให้สมบูรณ์

My sister has a car, but she goes to work by subway.

In the morning, she watches Cartoon Network.

The 3rd person singular form of have is _____.

When a verb ends in O, SS, SH, X or CH, add ____ to make the third person singular.

คุณอาจดึงความสนใจของนักเรียนในเรื่องกริยาบางชนิด เช่น has, goes, watches ตลอดจนการเติมเสียง z หรือ iz

เมื่อพูดถึงเรื่องการปฏิบัติแบบควบคุม อาจนำเสนอเป็นสไลด์ หรือใบงานก็ได้ แต่ควรจะมีการผสมกันระหว่างบุรุษที่ 1 กับบุรุษที่ 3 มั้งเอกพจน์และพหูพจน์ เพื่อทำให้ใบงานนั้นดูน่าท้าทายมากยิ่งขึ้น อันดับแรกก็ให้นักเรียนเติมประโยคด้วยตัวเองก่อน และตรวจสอบเป็นคู่

1. My brother ______ (speak) English very well.

2. My best friend ______ (work) in a multinational company.

3. I ______ (love) Japanese food.

4. My sister ______ (like) to watch reality shows.

5. My husband/wife _________ (not like) dogs.

6. My parents ______ (live) in São Paulo.

7. I ______ (not have) children.

8. My father ______ (have) an old car.

9. My best friend ______ (go) to work by bus.

พยายามให้เด็กๆตอบก่อน และให้ประเมินร่วมกัน เช่น My brother is like he, so you use the S’ หรือ my parents is like they, so you don’t use the S’

ต่อจากนั้นบอกนักเรียนให้ดูประโยคต่างๆอีกครั้ง และถามว่าหากประโยคเหล่านั้นจริงกับนักเรียนหรือไม่ หากไม่จริง ก็ขอให้แก้ไข เพื่อทำให้ประโยคเหล่านั้นเป็นจริง เช่น my brother doesn’t speak English veru well. หรือ my friend Daniel speak English very well.

สำหรับการการปฏิบัติภาษา (freer practice) จัดนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน และบอกว่าให้นำเสนอนักเรียน 1 คนต่อเพื่อนๆทั้งชั้น

แปลและเรียบเรียงจาก

Ricbarros. Teaching grammar without a book: third person singular.

https://ricardobarroselt.wordpress.com/2016/05/03/teaching-grammar-without-a-book-third-person-singular/