ทฤษฎีการขัดแย้ง

(Conflict Theory)

สาระสำคัญของทฤษฎีการขัดแย้ง

1. ทุกหน่วยของสังคมอาจเปลี่ยนแปลงได้

2. ทุกหน่วยของสังคมเป็นบ่อเกิดของการขัดแย้ง

3. ทุกหน่วยของสังคมมีส่วนส่งเสริมความไม่เป็นปึกแผ่นและการเปลี่ยนแปลง

แนวความคิดหรือฐานคติที่เกี่ยวกับองค์การสังคมของ Mark

1. ความสัมพันธ์ทางสังคมแสดงลักษณะเป็นระบบ ความสัมพันธ์เต็มไปด้วยความสนใจที่ขัดแย้งกันอยู่ในตัว

2. ระบบสังคมต่างเป็นตัวจ่ายการขัดแย้งอย่างมีระบบ

3. การขัดแย้งจึงเป็นลักษณะที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และมีอยู่มากมายในระบบสังคม

4. การขัดแย้ง มักแสดงออกมาเป็นความสนใจที่ตรงกันข้ามกันของคนสองพวก

5. การขัดแย้ง มักเกิดจากการแบ่งปันสิ่งของที่หายาก ที่เห็นได้ชัด คือ อำนาจ

6. การขัดแย้งเป็นแหล่งสำคัญของการเปลี่ยนแปลง ในระบบสังคม

7. ทุกสังคมจะมีคนกลุ่มหนึ่งควบคุมบังคับคนอีกกลุ่มหนึ่ง ให้เกิดความเป็นระเบียบในสังคม

สาเหตุของการขัดแย้ง

1. การขัดแย้งเกิดจากการที่กลุ่มไม่ได้ประโยชน์ เกิดความสงสัยข้องใจความถูกต้องของการแบ่งปันทรัพยากร

2. การขัดแย้งเกิดจากการไม่ได้ประโยชน์ สืบเนื่องมาจากลักษณะเชิงเปรียบเทียบมากกว่าลักษณะเด็ดขาด

ประโยชน์ของการขัดแย้ง

1. การขัดแย้งที่มีความเข้มข้นจะทำให้ขอบข่ายของกลุ่มขัดแย้งแต่ละกลุ่มมีความชัดเจน

2. การขัดแย้งที่มีความเข้มข้นและการแบ่งงานอย่างชัดเจนระหว่างสมาชิกของกลุ่มขัดแย้งแต่ละกลุ่ม จะทำให้เกิดการรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลางของโครงสร้างอำนาจการตัดสินใจ

3. การขัดแย้งที่มีความเข้มข้นและเชื่อว่าจะมีผลกระทบไปทุกส่วนของแต่ละกลุ่มจะทำให้เกิดความมั่นคงขึ้นในแต่ละกลุ่มขัดแย้ง

4. ความสัมพันธ์ขั้นปฐมภูมิระหว่างสมาชิกกลุ่มขัดแย้งและความขัดแย้งมีความเข้มข้น สามารถบังคับให้ยอมรับบรรทัดฐานและค่านิยมของกลุ่มได้

5. โครงสร้างสังคมของกลุ่มขัดแย้งที่เข้มงวดน้อยและการขัดแย้งระหว่างกันมากไม่ จะเปิดโอกาสให้แต่ละกลุ่มสามารถเปลี่ยนแปลงระบบไปในแนวทางส่งเสริมการปรับตัวและความมั่นคง

6. ความขัดแย้งที่เกิดบ่อยๆ จะทำให้สามารถเป็นเครื่องแสดงการไม่ลงรอยกันในค่านิยมสำคัญ และจะสามารถรักษาดุลยภาพได้มากขึ้น

7. ความขัดแย้งที่เกิดบ่อยและไม่เข้มข้นมาก จะทำให้แต่ละกลุ่มขัดแย้ง สามารถสร้างระเบียบบรรทัดฐานกำกับการขัดแย้งขึ้นมาได้

8. ระบบสังคมที่ไม่เข้มงวดมาก จะทำให้การขัดแย้งสามารถสร้างสมดุลและระดับสูงต่ำของอำนาจในระบบขึ้นมาได้

9. ระบบสังคมที่ไม่เข้มงวดมาก จะทำให้การขัดแย้งเป็นสาเหตุให้เกิดความสัมพันธ์แบบผสม มีการยึดเหนี่ยวกันและบูรณาการของระบบเพิ่มขึ้น

ตายเพราะไม่เรียน

ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภภิกษุผู้ว่ายากรูปหนึ่ง ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธกว่า

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นเนื้อตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในป่า ใกล้เมืองพาราณสี มีเนื้อน้องสาวอยู่ตัวหนึ่ง วันหนึ่ง เนื้อน้องสาวได้พาลูกเนื้อมาหาพี่ชาย แล้วมอบให้พี่ชายสอนมายาของเนื้อให้ เนื้อผู้ลุงจึงบอกให้เนื้อผู้หลานมาหาในวันพรุ่งนี้เพื่อจะสอนมายาของเนื้อ แต่เนื้อผู้หลานไม่มาตามนัดตามเวลาที่พูดกันไว้

เวลาผ่านไปถึง ๗ วัน เนื้อผู้หลาน ผู้ไม่มีประสบการณ์และยังไม่ทันได้เรียนรู้มายาของเนื้อ ท่องเที่ยวหากินไปจึงติดบ่วงนายพรานถูกฆ่าตาย แม่เนื้อผู้น้องสาวจึงร้องไห้ไปหาพี่ชายต่อว่าสอนหลานยังไง เขาจึงบอกว่า
" เจ้าอย่าเสียใจต่อบุตร ผู้ไม่รับโอวาทสั่งสอนนั่นเลย บุตรของเจ้าไม่เรียนเอามายาของเนื้อเอง ไม่มีความประสงค์จะเรียนรู้และตั้งอยู่ในโอวาทเลย "

แล้วได้กล่าวเป็นคาถาว่า
" แม่ขราทิยา ฉันไม่สามารถจะสั่งสอนเนื้อตัวนั้น ผู้มีกีบเท้า ๘ กีบ
มีเขาคดตั้งแต่โคนจรดปลาย ผู้ล่วงเลยโอวาทเสียตั้ง ๗ วันได้ "

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

ผู้ที่ไม่ฟังคำสั่งสอนพ่อกับแม่ครูอาจารย์ มักพบแต่ความฉิบพาย