​วิพากษ์ร่าง พรบ. ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ... ตอนที่ 5 : เก็บตก “ความเห็นต่าง”

วิพากษ์ร่าง พรบ. ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ... ตอนที่ 5 : เก็บตก “ความเห็นต่าง”

18 สิงหาคม 2559

ทีมวิชาการ สมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย [1]

ตลอดระยะเวลา 3-4 เดือนที่ผ่านมา นับมาจากวันที่ วันที่ 10 พฤษภาคม 2559 ซึ่งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศมีมติเห็นชอบร่าง พรบ. ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ... [2] ตามที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปประเทศด้านการปกครองท้องถิ่นเสนอ มีข้อมูลค่อนข้างสับสนอลวนกับข้อมูล ข่าวสาร พอสมควร แต่ยังเหลือประเด็นวิพากษ์โต้แย้งอีกมาก ลองมาเก็บตกความเคลื่อนไหวล่าสุด โดยเฉพาะใน “ความเห็นต่าง” ในข้าราชการส่วนท้องถิ่น

กระแสคัดค้านการเข้าสู่ระบบแท่งของท้องถิ่น

เมื่อ 15 สิงหาคม 2559 นายพิพัฒน์ วรสิทธิดำรง ปลัด อบต. นายกสมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ไม่เคยสนับสนุนการเข้าสู่ระบบแท่งมาตั้งแต่ปี 2555 ปัจจุบันคนท้องถิ่น หรือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งหมายรวมถึงทั้งฝ่ายการเมือง และฝ่ายประจำท้องถิ่น ควรหันหน้ามาร่วมกันหาทางแก้ไขมากกว่าที่จะคอยจ้องจับผิดกัน เพราะสุดท้ายก็อยู่ในเรือลำเดียวกัน หนีกันไม่ได้” [3] แต่ในช่วงที่ผ่านมา อาจทำให้ความร่วมมือต่อสู้เรียกร้องของข้าราชการส่วนท้องถิ่นอ่อนกำลังลงด้วยกระแส “ความเห็นต่าง” ของปลัด อปท. หัวเรือใหญ่ 3 คน แต่ ณ เวลานี้ “การสงวนจุดต่าง แสวงหาจุดร่วม” เพิ่งเริ่มบังเกิด

โดยการเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ทบทวนเนื้อหาของร่าง พรบ. ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ... รวม 7 ข้อ โดยมีประเด็นที่น่าสนใจประเด็นหนึ่งก็คือ “ประเด็นหน่วยงานกำกับดูแล อปท. ตามร่าง มาตรา 27“ [4]

นอกจากนี้ นางกิตติยา ทิพยโสตถิ ประธานสมาพันธ์ข้าราชการสายทั่วไป/วิชาการ อปท. ได้เรียกร้องขอความเป็นธรรม ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย [5] ในประเด็นสำคัญรวม 2 ข้อคือ (1) ขอเป็น “ตัวแทนข้าราชการส่วนท้องถิ่น ใน ก.ถ.” ให้ชัดเจนว่า ต้องมาจากสายบริหาร อำนวยการ วิชาการ และทั่วไป ในสัดส่วนที่เท่ากัน และ (2) ขอให้ชะลอหลักเกณฑ์ฯ ที่มีผลกระทบต่อข้าราชการ อปท. ประเภททั่วไปและประเภทวิชาการ ที่บรรจุก่อน 1 มกราคม 2559 ซึ่งต่อมาสมาพันธ์ข้าราชการสายทั่วไป/วิชาการ อปท. กับพวก ได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการบริหารงานบุคคลกลาง (ก.กลาง) ต่อศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขดำที่ บ. 212/2559 เมื่อ 1 สิงหาคม 2559 [6] เพื่อร้องขอ (1) เพิกถอนประกาศ คำสั่ง ที่มีผลกระทบต่อข้าราชการ อปท. ประเภททั่วไปและประเภทวิชาการ ที่บรรจุก่อน 1 มกราคม 2559 และ (2) ขอทุเลาและให้ความคุ้มครองชั่วคราวจนกว่าจะมีคำตัดสินของศาลปกครองสูงสุด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งต่อต้านที่ชัดเจน แม้จะลดความขัดแย้งว่า “ไม่ว่าจะระบบซีหรือระบบแท่งไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาคือความชอบธรรมเป็นธรรม” ก็ตาม

องค์กรกำกับดูแลการบริหารงานบุคคลส่วน “ท้องถิ่น”

ตามร่างหนังสือนายพิพัฒน์ นายกสมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย เมื่อ 15 สิงหาคม 2559 ในประเด็นองค์กรที่กำกับดูแล อปท. ด้านการบริหารงานบุคคล ที่ถือว่าสำคัญมาก นายพิพัฒน์ เสนอว่า “สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่น (มาตรา 27) และสำนักงานคณะอนุกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่นจังหวัด (มาตรา 32) [7] ไม่เห็นพ้องด้วยกับ การกำหนดให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่น เป็นเพียงส่วนราชการระดับกองหรือสำนัก ในบังคับบัญชาของรองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และท้องถิ่นจังหวัด เนื่องจาก บุคลากรของ อปท. มีจำนวนมาก และมีสังกัดหลากหลาย มีปัญหาที่จำเป็นต้องใช้ความรวดเร็วในการแก้ไข ดังนั้น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ จึงควรให้ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่น เป็น หน่วยงานอิสระในสังกัดกระทรวงมหาดไทย โดยมีเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่น ขึ้นตรงต่อประธานคณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่น (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย) มีสถานะเทียบเท่ากรม และสำนักงานคณะกรรมอนุการข้าราชการส่วนท้องถิ่นจังหวัด มีสำนักงานในระดับจังหวัด มีสถานะเทียบเท่าสำนักหรือกอง ขึ้นตรงต่อเลขาธิการ ก.ถ. โดยการกำกับของผู้ว่าราชการจังหวัด”

“สมาพันธ์สายทั่วไป/วิชาการ” ยื่นฟ้อง ก.กลาง

เมื่อ 1 สิงหาคม 2559 นางกิตติยา ประธานสมาพันธ์ข้าราชการสายทั่วไป/วิชาการ อปท. ได้ยื่นฟ้องคณะกรรมการบริหารงานบุคคลกลาง (ก.กลาง) ต่อศาลปกครองกลาง และได้ชี้แจงสรุประบบแท่งว่า [8] ผู้มีอำนาจควรให้ “ความธรรม” แก่กลุ่มแท่งทั่วไปและวิชาการ เพราะมีกลุ่มได้ประโยชน์แบบสุด ๆ และกลุ่มที่เสียหายก็เสียหายสุด ๆ เมื่อท้องถิ่นไม่เข้าแท่งพร้อม ก.พ. แต่บอกว่าใช้ตามแบบก.พ. ไม่ได้ จึงจ้างหน่วยงานศึกษาก่อน แต่เมื่อมีผลการศึกษามาแล้ว กลับไม่นำผลมาใช้ กลายเป็น “แท่งเทพแท่งทาส” (เหลือสองแท่งจากเดิมสี่แท่ง)

นางกิตติยา สรุปว่าได้ดำเนินการแล้วใน 3 เรื่อง คือ (1) ทำหนังสือขอทบทวนใน 2 ข้อเสนอของสมาพันธ์ฯ และอีก 2 ข้อของชมรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ช.ปภ. อปท.) และชมรมช่างเวียงแก่น (2) ร่วมเครือข่ายข้าราชการพลเรือนเข้าร้องทุกข์ต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี และผู้เกี่ยวข้อง (3) ยื่นฟ้อง ก.กลาง 3 ก. ต่อศาลปกครองกลาง พร้อมยื่นคำร้องขอความคุ้มครองชั่วคราว

“สหพันธ์ท้องถิ่นไทย” เริ่มก่อตั้ง

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2559 ท่ามกลางกระแสความหลากหลายของกลุ่มข้าราชการส่วนท้องถิ่น ที่มีทั้งความเห็นต่าง และเสียงก่นด่ากันในโลกออนไลน์โซเชียลเน็ตเวิร์ก หรืออื่นใด ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีของข้าราชการส่วนท้องถิ่นอีกกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่ง ในการก่อตั้ง “สหพันธ์ท้องถิ่นไทย” โดยประธาน นายสุเชษฐ์ คงดำ [9] ปลัด อบต. เป็นการรวมกลุ่มของข้าราชการส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศที่มีความหลากหลาย ทั้งสายบริหาร อำนวยการ วิชาการ และทั่วไป ด้วยเป้าหมายปณิธานให้คนท้องถิ่นทำงานร่วมกับทุกฝ่ายได้อย่างมีความสุข มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีความมั่นคงในชีวิตราชการ สามารถจัดบริการสาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ทางราชการและถือเอาประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนมาเป็นที่ตั้ง

ตัวอย่างผลกระทบการเข้าสู่ระบบแท่ง

ในความเห็นต่าง และมุมมองที่หลากหลาย ที่พยายามหยิบประเด็นความแตกต่างในระหว่างแท่ง ไม่ว่าความได้เปรียบเสียเปรียบในระหว่างแท่ง หรืออื่นใด มีข้าราชการสายวิชาการและสายทั่วไปที่เป็นผู้ได้รับผลกระทบจาก “การเปลี่ยนระบบและการแช่แข็ง” (การชะลอการบังคับฯ) ขอยกตัวอย่างปัญหาผลกระทบ และข้อเรียกร้อง ในเรื่อง “การเลื่อนระดับ” เพื่อการเยียวยาข้าราชการที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งไม่กล่าวถึงคือ “เงินเดือนที่ลดลงจากการเลื่อนระดับ” เช่น เดิมระดับ 6 ว ปรับเป็นระดับ 7 ว ระยะเวลาดำรงตำแหน่งครบ แต่ติดปัญหาได้ปรับเข้าระบบแท่งไปแล้ว ซึ่งหากยังใช้ระบบซีเดิม การปรับระดับ จากระดับ 6 ว ไประดับ 7 ว จะมีเงินปรับพอกขั้นบันได ประมาณ 1,120 บาท เป็นต้น หากคิดคำนวณจากอายุราชการที่เหลืออยู่จะเป็นเม็ดเงินจำนวนมาก เช่น หากเหลืออายุราชการ 20 ปี ก็ = 1,120 x 20 x 12 = 268,000 บาท เป็นต้น แม้จะบอกว่า “เงินที่หายไปได้ชดเชยกับความก้าวหน้าแล้ว” แต่ในข้อเท็จจริงการเข้าสู่ระบบแท่งคือ ระดับ 6-7 อยู่แท่งเดียวกัน แล้วเงินที่หายไปดังกล่าวจะหมายความว่าอย่างไร

นี่ยังไม่ได้พิจารณาเรื่องอื่นในความก้าวหน้าในชีวิตข้าราชการ ในเรื่องระดับควบ การเปลี่ยนแท่ง การเข้าสู่ตำแหน่งอำนวยการ และ ตำแหน่งบริหาร รวมทั้งสิทธิสวัสดิการในเรื่องเงินประจำตำแหน่ง และขั้นเงินเดือน ในตำแหน่ง “ชำนาญการพิเศษ” ในสายวิชาการ หรือ ตำแหน่ง “อาวุโส” ในสายทั่วไป

จึงเกิดคำถามจากผู้ที่บรรจุก่อนการเปลี่ยนระบบ เมื่อ 1 มกราคม 2559 ว่า “ระบบแท่งดีกว่าระบบซีอย่างไรบ้าง” และหากมีการปรับระบบซี(เดิม) กับระบบแท่ง(ใหม่) ให้เหมาะสมตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้แล้ว “ข้าราชการส่วนท้องถิ่นจะต้องไม่เสียสิทธิน้อยไปกว่าเดิม จะทำได้หรือไม่ อย่างไร” [10]

ข้อเสนอของข้าราชการ อปท. “กลุ่มนิติกร”

เร็ว ๆ นี้มีข้อเสนอที่น่าสนใจของข้าราชการ อปท. “กลุ่มนิติกร” ซึ่งจะเสนอต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี สรุปประเด็นที่สำคัญได้แก่ (1) โครงสร้าง ขนาด จำนวนประชากร มีความแตกต่างกัน อปท. ควรมีขนาดเหมาะสม เพื่อให้สามารถพัฒนา อปท.ได้ (2) เรื่องการกระจายอำนาจ ไม่เหมาะสมกับเงินงบประมาณที่ได้รับ คือ “กระจายอำนาจ แต่ไม่กระจายเงิน” (3) การกำกับดู แล ของ ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ มีผลประโยชน์ทับซ้อน เพื่อประโยชน์ของตนเอง เช่นเรื่องเงินอุดหนุน และงบประมาณช่วยเหลือที่ไม่อยู่ในความรับผิดชอบของท้องถิ่น (4) ผู้บริหารท้องถิ่นมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด จนก่อให้เกิด ระบบอุปถัมภ์ การเล่นพรรคเล่นพวก การข้ามอาวุโส การข้ามผู้บังคับบัญชาฝ่ายประจำ (5) การบริหารงานบุคคลท้องถิ่นทุจริตมาก การสอบ ส่วนกลางน่าจะจัดสอบเอง โดยไม่มีข้อยกเว้น (6) การโอนย้าย ข้าราชการส่วนท้องถิ่นระดับผู้บริหารงาน อปท. ควรจะมีหน่วยงานกลางรับผิดชอบ มิฉะนั้น อาจก่อให้เกิดการทุจริต และเล่นพรรคเล่นพวก (7) อปท. ควร สังกัด “สำนักนายกรัฐมนตรี” หรือแยกออกมาเป็น “กระทรวงของตนเอง” ไม่ควรสังกัดกระทรวงมหาดไทย เพราะภารกิจ มีกฎหมาย เฉพาะของตนเองแล้ว และ ลักษณะงาน แยกมาจากกระทรวงมหาดไทย

ร่างกฎหมายดี ๆ จาก คปก.

ท่ามกลางความสับสน ความต้องการมีศักดิ์ศรี การร่วมกันเพื่อสร้างแนวร่วมในการแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ จึงได้เกิด “การรวมกลุ่ม” ของข้าราชการส่วนท้องถิ่นมากมายหลายกลุ่ม ทั้งเป็นกลุ่ม “แบบไม่ทางการ” (Informal) อาทิ การจัดตั้ง “สมาพันธ์” หรือ “สหพันธ์” หรือ “กลุ่ม” หรือ “ชมรม” ฯลฯ และ เป็นกลุ่ม “แบบทางการ” (Formal) อาทิ การจดทะเบียนจัดตั้ง “สมาคม” เป็นต้น ซึ่งเป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐานของ “ข้าราชการ” ในการรวมตัวกันเป็นสมาคม สหภาพ สหพันธ์ สหกรณ์ ฯ ตามร่างกฎหมายการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นอีกฉบับหนึ่ง ที่เสนอโดย “คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.)” ในเรื่อง “การรวมกลุ่มจัดตั้งเป็นสหภาพ (Syndicates) ของข้าราชการส่วนท้องถิ่น” [11] อันเป็นส่วนที่ดี ที่ควรนำมาใช้ นอกเหนือจากส่วนที่ดีอื่น ๆ

ใน “ความเห็นต่าง” ณ วันนี้ ขอฝากคนท้องถิ่นทุกคนว่า “การปกครองส่วนภูมิภาค และการปกครองส่วนท้องถิ่น” ถึงเวลาหรือยังที่จะต้อง “แยกออกจากกัน” ให้ชัดเจน ระหว่าง “รัฐศาสตร์” กับ “รัฐประศาสนศาสตร์” กล่าวคือ ให้การปกครองส่วนภูมิภาค ให้ใช้หลัก “การปกครอง” หรือ “รัฐศาสตร์” ส่วนการปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ให้ใช้หลัก “การบริหาร” หรือ “รัฐประศาสนศาสตร์” เพราะความจำเป็น “แยกการปกครองและการบริหารออกจากกัน” ฉะนั้น “อปท.” จึงควรแยกออกจาก กระทรวงมหาดไทย ที่เน้นอำนาจทางการปกครอง มิใช่อำนาจทางการบริหาร เหมือนดังเช่นสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่แยกออกจากกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากท้องถิ่นมีภารกิจเฉพาะที่แตกต่างจากภารกิจของกระทรวงมหาดไทย อีกทั้งได้มีกฎหมายบัญญัติอำนาจหน้าที่ให้แก่ อปท. หลายฉบับรองรับไว้แล้ว



[1] Phachern Thammasarangkoon & Ong-art saibutra & Vajarin Unarine, Municipality Officer ทีมวิชาการสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย, หนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม 2559ปีที่ 67 ฉบับที่ 23124 หน้า 10, การเมืองท้องถิ่น : บทความพิเศษ & หนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ปีที่ 63 ฉบับที่ 47 วันศุกร์ที่ 19 – วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม 2559, หน้า 66

[2] ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ... , (ฉบับ สปท.), http://www.thailocalgov2013.com/upload/ส่วนที่%20๒%20ร่างพรบ_ฉบับสปท_.pdf

[3] ร่วมคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (บางมาตรา), 15 สิงหาคม 2559, http://www.topicza.com/news11929.html?f=2900

[4] มาตรา 27 ให้มีสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยปฏิบัติหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่น เรียกโดยย่อว่า “สำนักงาน ก.ถ.” และ สำนักงาน ก.ถ. มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(1) เป็นเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินงานในหน้าที่ของ ก.ถ.

(2) พัฒนาข้าราชการการส่วนท้องถิ่นให้มีความรู้ ความสามารถ ความซื่อสัตย์ สุจริต คุณธรรม และมีทัศนคติที่ดี เพื่อการปฏิบัติราชการมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งส่งเสริมให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติราชการ

(3) ส่งเสริม เสนอแนะ และให้คำปรึกษาแก่ อ.ก.ถ.วิสามัญ อ.ก.ถ.จังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และแนวทางการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น

(4) วิเคราะห์ วิจัย และจัดทำยุทธศาสตร์ จัดระบบเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นของข้าราชการส่วนท้องถิ่น และโครงสร้างส่วนราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

(5) พัฒนา ส่งเสริม วิเคราะห์ วิจัย เกี่ยวกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ ระบบ หลักเกณฑ์ วิธีการ และมาตรฐานด้านการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นของข้าราชการส่วนท้องถิ่น

(6) ติดตามและประเมินผลการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นของข้าราชการส่วนท้องถิ่น

(7) จัดทำระบบฐานข้อมูลทะเบียนประวัติ การรักษาทะเบียนประวัติ การควบคุมการเกษียณอายุราชการของข้าราชการส่วนท้องถิ่น

(8) ดำเนินการเกี่ยวกับแผนกำลังคนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

(9) จัดให้มีการดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือสอบคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งข้าราชการส่วนท้องถิ่นให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารท้องถิ่นและตำแหน่งประเภทอำนวยการท้องถิ่น หรือตำแหน่งอื่นที่ ก.ถ. ประกาศกำหนด

(10) ดำเนินการเกี่ยวกับการให้ทุนการศึกษาเพื่อพัฒนาบุคคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

(11) ส่งเสริม ประสานงาน เผยแพร่ ให้คำปรึกษา แนะนำ และดำเนินการ เกี่ยวกับการจัดสวัสดิการและ การส่งเสริมคุณภาพชีวิตสำหรับข้าราชการการส่วนท้องถิ่น

(12) ดำเนินการเกี่ยวกับการรับรองคุณวุฒิของผู้ได้รับปริญญา ประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือคุณวุฒิอย่างอื่น เพื่อประโยชน์ในการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น และการกำหนดอัตราเงินเดือนหรือค่าตบแทน รวมทั้งระดับตำแหน่งและประเภทตำแหน่ง สำหรับคุณวุฒิดังกล่าว

(13) จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นของข้าราชการส่วนท้องถิ่นเสนอต่อ ก.ถ.

(14) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ กฎหมายอื่น และตามที่ ก.ถ. มอบหมายเสนอต่อ ก.ถ.

[5] ระบบแท่งท้องถิ่นเพื่อประโยชน์ของคนอปท.ในภาพรวมหรือของคนบางกลุ่ม, สมาพันธ์ข้าราชการสายทั่วไป/วิชาการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, ธันวาคม 2558, https://www.change.org/o/สมาพันธขาราชการสายทัวไปวิชาการ_องคกรปกครองสวนทองถิน & กิตติยา ทิพยโสตถิ (Kittiya Tippayasotti) ประธานสมาพันธ์แท่งวิชาการ-ทั่วไป, ให้อ่าน คนที่ไม่เข้าใจระบบซีระบบแท่งจะได้เข้าใจ และคนที่เข้าใจอยู่แล้วหากมีอะไรเพิ่มเติมให้แจ้งมา, 22 กรกฎาคม 2559, http://www.topicza.com/news9443.html?f=2900 & "สัดส่วนผู้แทนใน ก.ถ." เลขาธิการ สปท. ส่งเรื่องให้ "กมธ.สปท.ด้านการปกครองท้องถิ่น" พิจารณาแล้ว, 16 สิงหาคม 2559, http://www.thailocalmeet.com/index.php?topic=62811

[6] สมาพันธ์ข้าราชการท้องถิ่น “ยื่นศาลปกครอง” ขอให้คุ้มครองสิทธิข้าราชการที่บรรจุก่อน 1 มกราคม 59 ให้คงสิทธิเดิมตามระบบซี, 4 สิงหาคม 2559, http://www.thailocalmeet.com/index.php?topic=62763.0

[7] มาตรา 32 ให้มีสำนักงานคณะอนุกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่นจังหวัด โดยให้สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด ปฏิบัติหน้าที่สำนักงานคณะอนุกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่นจังหวัด เรียกโดยย่อว่า “สำนักงาน อ.ก.ถ.จังหวัด” และ สำนักงาน อ.ก.ถ. มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(1) เป็นเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินงานในหน้าที่ของ อ.ก.ถ.จังหวัด

(2) พัฒนาข้าราชการการส่วนท้องถิ่นให้มีความรู้ ความสามารถ ความซื่อสัตย์ สุจริต คุณธรรม และมีทัศนคติที่ดี เพื่อการปฏิบัติราชการมีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งส่งเสริมให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติราชการ

(3) ส่งเสริม เสนอแนะ และให้คำปรึกษาแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกี่ยวกับแนวทาง หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น

(4) ดำเนินการเกี่ยวกับรักษาทะเบียนประวัติ ควบคุมการเกษียณอายุราชการและข้อมูลกำลังคน

(5) รวบรวมข้อมูล ศึกษาและวิเคราะห์เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ อ.ก.ถ.จังหวัด

(6) ร่วมมือและประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้

(7) ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการส่วนท้องถิ่น แล้วจัดทำเป็นรายงานและรายงานประจำปี เพื่อนำเสนอ อ.ก.ถ.จังหวัด

(8) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ กฎหมายอื่นที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น และตามที่ อ.ก.ถ.จังหวัดมอบหมาย

[8] 4 ข้อเรียกร้องของสมาพันธ์ข้าราชการสายทั่วไป/วิชาการ อปท. เพื่อความเท่าเทียมกัน, 7 สิงหาคม 2559, http://www.topicza.com/news11145.html

1. ให้มีการแก้ไข....ผู้แทนข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่เข้าไปทำหน้าที่ใน ก.ถ. มาจากการที่ปลัดเลือกกันขึ้นมาเอง ตาม พรบ.บริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 เป็นตัวแทนข้าราชการองค์กรส่วนท้องถิ่นที่มาจาก สายบริหาร อำนวยการ วิชาการ และทั่วไป ในสัดส่วนที่เท่ากัน

2. ให้มีการเพิกถอนคำสั่ง ประกาศ มติ ของ ก.กลาง ทุกฉบับที่ส่งผลกระทบต่อข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ด้อยกว่า แย่กว่าระบบซีเดิม

3. ให้มีการทุเลาคำสั่งประกาศ มติ.ฯลฯ ให้กับข้าราชการ อปท.ที่บรรจุก่อนวันที่ 1 มกราคม 2559ให้กลับไปใช้สิทธิ์ตามระบบซีเดิม จนกว่าศาลปกครองสูงสุดจะมีคำสั่งต่อไป

4. ให้ ก.กลาง ปฏิบัติตามมติ ก.ถ. และผลการศึกษาวิจัยจาก สปร. เรื่องการขยายระดับควบให้กับแท่งทั่วไป/วิชาการ ด้วยเหตุผลที่ ก.กลาง เคยให้กับครม. เมื่อปี 2550 ไม่ยอมให้ข้าราชการ อปท.เข้าสู่ระบบแท่ง พร้อมกับข้าราชการพลเรือน เนื่องจากเรามี ก.ถ. และ ก.กลาง เป็นของตนเอง ระบบแท่งของ อปท.ไม่จำเป็นต้องเหมือนระบบแท่งของ ก.พ. และต้องดีกว่า เพราะโครงสร้างที่แตกต่าง รวมไปถึงงบประมาณที่ อปท.จัดเก็บในพื้นที่มาจ่ายเป็นค่าตอบแทนให้กับข้าราชการใน อปท.ของตนเอง ซึ่งไม่ได้หมายความว่า จะจ่ายให้แต่แท่งบริหาร/อำนวยการแบบจัดเต็ม แล้วมาตัดทอนในส่วนของแท่งทั่วไป/วิชาการ ปริมาณงาน ค่างาน ของแท่ง บริหาร/อำนวยการมาจากไหน......เนรมิตขึ้นมา หรือเกิดจากการทำงานของสายทั่วไป/วิชาการ....

[9] สุเชษฐ์ คงดำ ถึง ชาวท้องถิ่นปัญญาภิวัฒน์, 23 กรกฎาคม 2559

[10] ดู NENGNENG, จะระบบซีหรือระบบแท่งไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาคือความชอบธรรมเป็นธรรม, โดย Ekkawat N Korat โพสบนเฟชบุ๊คในเรื่องระบบซี ระบบแท่ง, 29 มกราคม 2559, http://www.nengnengneng.net/archives/8562#sthash.dJ8QYOW6.tBV5TFtO.dpuf

[11] เวทีสัมมนาร่างพระราชบัญญัติการบริหารงานบุคคลองค์กรบริหารท้องถิ่น พ.ศ…. ฉบับคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย(คปก.), 29 มิถุนายน 2559 ณ โรงแรมเบสท์เวสเทิร์น พลัส แวนด้า แกรนด์ จังหวัดนนทบุรี, http://www.lrct.go.th/th/?p=19959

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Local Administration



ความเห็น (0)