วันที่ 60 ความกล้าชนะความกลัว (15 สิงหาคม 2559)

ตกใจ มาโรงเรียนแต่เช้าพอเปิดประตูเข้าห้องวิทยาศาสตร์ถึงกับตกใจ โต๊ะฉันเปลี่ยนไป โต๊ะครูพี่เลี้ยงและโต๊ะฉันถูกจัดใหม่ เมื่อเปิดประตูห้องเข้ามาจะเห็นโต๊ะของฉันเป็นอันดับแรก ถัดไปด้านหลังจะเป็นโต๊ะของครูพี่เลี้ยง ซึ่งนั่นหมายความว่าถ้าฉันทำอะไรครูรู้หมด 555 ความรู้สึกเหมือนโดนครูคุม ตกใจอีกรอบเมื่อครูเปิดประตูห้องเข้ามาคือวันนี้ครูมาเช้าผิดปกติ จนฉันอดไม่ได้ที่จะถามครูว่าทำไมวันนี้ครูมาเช้าจังคะ ครูก็บอกว่าลูกครูไม่สบายไม่ได้มาโรงเรียน ครูจึงไม่ต้องรอลูก ครูเคยบอกว่าเมื่อก่อนตอนที่ครูยังไม่มีลูก ครูมาโรงเรียนเช้าแต่พอมีลูกภาระอื่นก็เยอะขึ้น แล้วครูก็บอกว่าเปิดเข้ามาห้องตกใจล่ะสิ ช่วงหยุดวันแม่ครูมาอยู่เวรแล้วก็จัดโต๊ะใหม่ ฉันก็บอกว่าทำไมครูไม่โทรหาหนูให้มาอยู่เวรเป็นเพื่อน ครูก็บอกว่าไม่อยากรบกวน อยากให้ฉันพักผ่อนเยอะ ๆ คือหยุดวันแม่ไม่ได้กลับบ้าน อยู่หอจนเบื่อ วันนี้จึงอยากมาโรงเรียนเป็นพิเศษ

นักเรียนหาย คาบสองมีสอนห้อง ป.5/4 คือนักเรียนหายไปเกือบครึ่งห้อง ช่วงนี้ทางโรงเรียนมีกิจกรรมเยอะมาก นักเรียนบางส่วนก็ไปช่วยงานของโรงเรียน แต่การเรียนการสอนก็ต้องดำเนินต่อไป แต่ฉันชอบนะเวลาที่สอนนักเรียนน้อย ๆ คือเราคุมได้ง่ายและสอนได้เต็มที่ บางคนที่ไม่เคยถามพอเพื่อนไม่อยู่กันเยอะก็กล้าถามมากขึ้น

เวรกินข้าว วันนี้ครูพี่เลี้ยงเป็นเวรคุมนักเรียนกินข้าว ซึ่งครูที่อยู่เวรกับครูพี่เลี้ยงอีกสองคนติดธุระจึงเป็นหน้าที่ของฉันที่ต้องคุมนักเรียนตรงประตูทางเข้า แต่ก็ทำเป็นประจำอยู่แล้ว วันนี้จึงรีบกินข้าวก่อน แกงฮังเลและต้มจืด อร่อยนะแต่มันไปนิดนึง 555 จากนั้นก็คุมนักเรียนให้เข้ามาในห้องทีละห้อง ดูแลความสงบเรียบร้อยก่อนกินข้าว หลังจากนักเรียนกินข้าวเสร็จก็ยืนตรงประตูทางออกเพื่อที่จะดูว่านักเรียนกินข้าวหมดหรือเปล่า ส่วนใหญ่จะเน้นให้กินข้าวให้หมด พอเด็กเห็นครูยืนอยู่ตรงประตูก็จะรู้ทันทีว่าต้องกินข้าวให้หมด มิเช่นนั้นจะไม่ได้ออกไป นี่ไม่ได้โหดนะ แต่อยากให้นักเรียนรู้คุณค่าของอาหารก็เท่านั้นเอง

กะทันหัน วันนี้ท้องฟ้ามืดครึ้ม ไม่มีแดด ตอนแรกจะให้นักเรียนทดลองเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของน้ำสีและโคลน ซึ่งต้องให้นำไปวางไว้กลางแดดแล้วสังเกตการเปลี่ยนแปลงก่อนและหลังวางแดด แต่วันนี้ไม่มีแดดจึงต้องเปลี่ยนเรื่องที่สอนแบบกะทันหัน ซึ่งฉันก็เตรียมอุปกรณ์การทดลองไว้บางส่วนจะเหลือก็แต่น้ำแข็ง จะไปหาน้ำแข็งมาจากไหน คิดได้ว่าเคยเห็นเขาเอานมแช่ถังน้ำแข็งจึงไปดูปรากฎว่ามีจริง ๆ ด้วย

ความกล้าชนะความกลัว เป็นครั้งแรกที่จะได้ใช้ชุดตะเกียงแอลกอฮอล์ จำไม่ได้ว่าใช้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่แต่รู้ว่านานมาก ๆ ฉันจึงเตรียมอุปกรณ์และพยายามรื้อฟื้นความทรงจำว่าใช้ยังไง สิ่งไหนที่ไม่รู้หรือไม่แน่ใจก็ถามครูพี่เลี้ยง ครูก็ทดสอบว่าฉันรู้จริงหรือเปล่า สมัยเรียนมัธยมห้องประจำของฉันอยู่ห้องเคมี ซึ่งเต็มไปด้วยอุปกรณ์วิทยาศาสตร์และสารเคมี ฉันคุ้นเคยกับสิ่งเหล่านี้ ก่อนที่จะสอนนักเรียนเราก็ต้องทดลองก่อนเพื่อให้แน่ใจและไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด ครูพี่เลี้ยงก็ได้แต่ยิ้ม ครูก็พูดว่าครูคงไม่ต้องช่วยแล้วนะ ตอนแรกฉันบอกว่าไม่กล้าสอนคนเดียวเพราะกลัวเกิดอันตราย แต่เริ่มมีความมั่นใจในตนเองเพราะครูพี่เลี้ยงก็ติดธุระสำคัญจึงไม่ได้อยู่ดูตอนที่ฉันสอน แต่ก็บอกว่าถ้ามีอะไรก็ถามครูหนิงซึ่งเป็นครูวิทยาศาสตร์อยู่ห้องข้าง ๆ พอนักเรียนเข้ามาในห้องกว่าจะคุมชั้นเรียนได้ปรากฎว่าน้ำแข็งละลายเกือบหมด มีนักเรียนคนหนึ่งอาสาว่าจะไปเอาน้ำแข็งให้ จากนั้นก็ให้นักเรียนศึกษาวิธีทำการทดลองอย่างละเอียดและคอยเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัย พูดกับตัวเองว่าเอาน่ะไม่ลองก็ไม่รู้ ความกลัวก็เริ่มหายไป อธิบายอุปกรณ์และวิธีการใช้อุปกรณ์และตะเกียงแอลกอฮอล์อย่างถูกต้องเมื่อแน่ใจว่านักเรียนเข้าใจและมีความพร้อมจึงให้ทำการทดลองทีละกลุ่มเพื่อความปลอดภัย เริ่มทำการทดลองโดยนำเกล็ดน้ำแข็งสองก้อนใส่ในขวดรูปชมพู่แล้วครอบปากขวดด้วยถุงพลาสติกให้แน่น จากนั้นสังเกตการเปลี่ยนแปลงของน้ำแข็งจะเห็นว่าน้ำแข็งมีการละลาย เมื่อน้ำแข็งละลายกลายเป็นน้ำจนหมดก็ให้นำไปตั้งไฟโดยใช้ชุดตะเกียงแอลกอฮอล์ ขั้นตอนนี้สำคัญมากและต้องระมัดระวังเรื่องความปลอดภัย ฉันเป็นคนจุดไฟแล้วให้นักเรียนสังเกตการเปลี่ยนของน้ำในขวดรูปชมพู่และถุงพลาสติก จะเห็นว่าน้ำในขวดเริ่มร้อนขึ้นและลดลงเรื่อย ๆ ถุงพลาสติกพอง จากนั้นดับไฟแล้วให้สังเกตการเปลี่ยนแปลงจะเห็นว่ามีไอน้ำเกาะรอบขวดรูปชมพู่และถุงพลาสติกมีฝ้าสีขาวและแฟบลง นักเรียนตื่นเต้นกับการทดลองนี้มากแต่ครูก็ต้องดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด เมื่อกลุ่มแรกผ่านไปก็ทำการทดลองกลุ่มถัดไปจนเสร็จทุกกลุ่ม พอทดลองเสร็จก็อภิปรายผลการทดลองร่วมกันและให้นักเรียนบันทึกผลการทดลองพร้อมตอบคำถาม ทันใดนั้นเองครูหนิงซึ่งอยู่ห้องข้าง ๆ ก็เดินเข้ามาถามว่ามีใครเป็นอะไรหรือเปล่าพอดีครูแอร์ (ครูพี่เลี้ยง) โทรมาถามว่ามีครูบอกว่ามีนักเรียนไปห้องพยาบาล ฉันก็บอกว่านักเรียนห้องนี้ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ นี่รู้เลยว่าครูพี่เลี้ยงเป็นห่วง เอ๊ะ!หรือกลัวไฟไหม้ห้องวิทยาศาสตร์เนี่ย พอสอนเสร็จก็โทรกลับไปหาครูอีกครั้งเพราะครูโทรมาแล้วไม่ได้รับ ครูบอกว่าไม่มีอะไรแค่เป็นห่วง ฉันก็บอกว่าสบายมากหายห่วงได้ค่ะ ขอบคุณความกล้าที่ชนะความกลัว หวังว่าห้องที่เหลือคงจะผ่านไปได้ด้วยดี

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของนางสาวศิริพร นำเปี้ย (ภาคเรียนที่ 1/2559)



ความเห็น (0)