ทำไม ? ผมเปลี่ยนทางเดิน (3)

เช้าวันรุ่งขึ้น พี่ไปทำงานกลับมาตอนเย็นบอกข่าว

โรงเรียนนายร้อย จปร. กำลังประกาศรับสมัครเหลือเวลาอีก 3 วันจะหมดเขตรับสมัคร

สนใจไหม ผมตอบว่า นี่แหละคือ เป้าหมายที่วางไว้

ตอนเช้าพี่ไปออกทำงาน สักครู่ก็กลับมา พูดว่า

แต่งตัวเข้ากรุงเทพฯ ไปสมัครสอบวันนี้เลย

กลับมาบ้านพักแล้ว ผมคร่ำเคร่งอ่านหนังสือทบทวนวิชาที่เรียนมา

ผลที่ได้รับหลังการสอบคือ ไม่มีรายชื่อผมเข้าสอบสัมภาษณ์

ผมยืนอ่านรายชื่อซ้ำถึง 3 เที่ยว ไล่ไปทีละชื่อ กลัวพลาด

แต่แล้วพี่ผมก็ลากตัวออกมาห่างจากป้ายประกาศผล

ไม่ได้ก็คือไม่ได้ เราไปค้นหาข่าวประกาศสอบแห่งอื่นกันต่อเถอะ

พี่ชายแวะไปร้านขายหนังสือพิมพ์ ซื้อมาหนึ่งฉบับ อ่านประกาศสมัครสอบเข้าเรียนต่อ

เฮ้ย..นี่ไง โรงเรียนจ่าอากาศที่ดอนเมืองใกล้บ้าน กำลังประกาศรับสมัคร เอาไหม?

มีหรือที่ผมจะตอบว่าไม่เอา วันรุ่งขึ้นรีบไปสมัครทันที

คราวนี้ผมมีเวลาทบทวนความรู้ ม.6 ที่เรียนมาหนึ่งสัปดาห์ ก่อนเข้าสอบ

วันสอบผมทำข้อสอบง่ายกว่าที่ จปร. ส่วนใหญ่ผมทำได้

นึกในใจว่า ชีวิตเราต้องเป็นทหารอากาศแน่ๆ

วันประกาศผล ผมอุตส่าห์ตื่นแต่เช้า นั่งรถประจำทางไปคนเดียวเพราะใกล้บ้าน

พอเดินไปถึงป้ายประกาศผล ผมค่อยๆ ไล่นิ้วไปทีละรายชื่อ

แล้วก็แทบจะกระโดดตัวลอยด้วยอาการดีใจจนเนื้อเต้น มือสั่นระริก

ยืนดูชื่อตนเองนาน 10 นาที นึกขึ้นได้ว่าจะต้องไปสอบสัมภาษณ์อีก จึงดูวันเวลาจนแน่ใจ

กลับมาบ้าน เล่าให้พี่ฟัง เราต่างก็ดีใจ เตรียมตัวไปสัมภาษณ์ และวิ่งทดสอบพละกำลัง

พี่ชายลางานไปเป็นเพื่อน เมื่อทหารหน้าห้องเรียกชื่อ ผมเดินเข้าห้องสัมภาษณ์

ทหารอีกนายพาผมเข้าห้องตรวจสายตาก่อน โดยให้ผมดูสีต่างๆ ตามที่ไม้ชี้ตำแหน่ง

แล้วให้บอกเดี๋ยวนั้น เป็นสีอะไร ใช้เวลาประมาณ 10 นาที

จากนั้นผู้ทดสอบบอกให้ผมไปฟังผลการตรวจในห้องข้างๆ

สักครู่มีเสียงเรียกให้ผมเข้าไปในห้อง เมื่อนั่งลงหน้าโต๊ะเรียบร้อย ท่านพูดว่า

ขอแสดงความเสียใจด้วยที่คุณ ตาบอดสี จึงไม่ผ่านและไม่ต้องไปทดสอบวิ่งแล้ว

ผมรู้สึกใจหายวูบ นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ความหวังพังทลายเป็นครั้งที่ 2

เดินคอตกออกมาจากห้องสอบพร้อมกับน้ำตาซึมที่เบ้าตา หูอื้อ พี่ไม่ถาม

ออกเดินนำหน้าไปที่ป้ายรถประจำทาง กลับบ้านโดยไม่ได้พูดกันเลย

ถึงบ้านแล้ว ผมทนเก็บกดไม่ไหวเข้าไปนั่งร้องไห้ในห้องน้ำ

ความหวังที่รอคอยจะได้เรียนต่อหมดสิ้นแล้ว ความคิดว้าวุ่น เราจะทำยังไงดีหนอ

ในคืนนั้น พี่ยื่นโทรเลขจากบ้านให้ผม

อ่านข้อความพ่อถามพี่ว่า “ผมหนีออกจากบ้าน มาที่นี่หรือเปล่า”

ผมถาม พี่โทรเลขไปบอกพ่อหรือยัง พี่ตอบว่า ยัง แต่มึงไม่ต้องกังวล

กูได้ข่าวจากเพื่อนที่ทำงาน วิทยาลัยครูสวนสุนันทากำลังจะประกาศรับสมัคร

นักศึกษาครู ระดับ ป.กศ. ต้นและ ป.กศ.สูง มึงสนใจอาชีพครูไหม

พี่..พูดตรงๆ ผมไม่ชอบอาชีพครูเลย

ถ้ายังงั้นก็เตรียมตัวกลับบ้านไปทำสวนกับพ่อแม่

แล้วพี่คิดว่ายังไง

จริงอยู่..อาชีพครู เรียบๆ ง่ายๆ สงบ แต่มีโอกาสเรียนสูงถึงระดับปริญญาเอก

ไม่หวือหวาเหมือนทหารที่มึงอยากเป็น ถ้าเป็นกูก็เลือกสอบเข้าเรียนวิทยาลัยครู

หางานทำง่าย จบแล้วทำงานเป็นข้าราชการเหมือนกัน ถ้ามึงสอบเข้าเรียนได้

พี่จะออกค่าใช้จ่ายให้ ไม่ต้องรบกวนพ่อแม่

ตกลง..พี่ ผมจะไปสมัครสอบที่วิทยาลัยครูสวนสุนันทา เมื่อประกาศรับสมัคร

วันสอบก่อนเข้าห้อง ผมดูจำนวนผู้เข้าสอบทั้งหมด พันกว่าคน แต่รับเพียง 120 คน
ใจหายเหมือนกัน แต่หลังการสอบ ผมรู้สึกมั่นใจว่า เราน่าจะสอบเข้าเรียนได้
แต่คิดว่าถ้าเราทำได้คนอื่นก็คงทำได้เช่นกัน
วันประกาศผล ผมไปถึงวิทยาลัยเห็นคนยืนมุงที่ป้ายประกาศแน่นไปหมด
แทบหาช่องว่างเบียดเข้าไม่ได้ เพราะมันมีอยู่ป้ายเดียว อีกป้ายเป็นของ ป.กศ.สูง
ผมค่อยๆ เบียดแทรกเข้าไปจนได้ยืนชิดกระดานป้าย
ใช้นิ้วไล่ลงมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ลำดับ 1 เป็นต้นมา หมดแผ่นแรกไม่มีชื่อผม
ไปต่อแผ่นที่ 2 หมดลำดับที่ 60 ก็ยังไม่มีชื่อผม ใจเริ่มหวั่นไหว ไม่แน่ใจตัวเอง
ไปต่อแผ่นที่ 3 ได้ยินเสียงข้างหลังพูดเสียงดัง นั่นชื่อกูนี่ มึงเห็นไหม ผมเริ่มทำใจ
แต่แล้วหัวใจผมก็พองโต นิ้วมือทั้งสองสั่น เมื่อเห็นชื่อผมอยู่ลำดับที่ 80 ผมมองแล้วมองอีก
ชื่อก็ตรงและนามสกุลก็ใช่ จึงยืนตัวชา ปากอยากจะร้องตะโกนบอกพี่ให้เสียงไปถึงหลักสี่
ผมสอบเข้าเรียนครูได้แล้ว พี่มาดูซิ เร็วๆ มาช่วยกันดูว่าใช่ไหม?
ผมเรียนปีแรกผ่านไปแบบไม่มีปัญหา แต่พอเข้าปีสอง มีกิจกรรมมากขึ้น
ทำให้การเดินทางกลับหลักสี่มีปัญหาตกรถไฟที่บางซื่อบ่อยๆ ต้องกลับโดยรถประจำทาง
ถึงหลักสี่เกือบสี่ทุ่ม พี่จึงตัดสินใจให้ผมไปอาศัยวัดบวรนิเวศวิหารกับเพื่อนพี่
แต่อยู่ได้เพียง 3 เดือน ทนความแออัดไม่ไหว จึงไปอยู่ห้องเช่าร่วมกับเพื่อน
ที่หลังวัดสระปทุมในราคาเดือนละ 200 บาท จ่ายกันคนละครึ่ง
จนกระทั่งเรียนจบได้ประกาศนียบัตร เห็นเพื่อนห้องเดียวกันสมัครเรียนต่อ ป.กศ.สูง
ผมอยากเรียนต่ออีกสัก 2 ปีก็ได้อนุปริญญา จึงไปบอกพี่ คำตอบที่ได้รับคือ
กูไม่ส่งมึงเรียนแล้ว จะเก็บเงินไว้แต่งงานปีหน้า
เหมือนฟ้าผ่าเปรี้ยงกลางแสงแดด ความหวังพังทลายอีกแล้ว แทบไม่เชื่อหูตัวเอง
มึงเรียนจบแค่นี้ก็หาอาชีพครูทำได้แล้ว เดือนละ 600 บาท ตัวคนเดียวก็พอกิน
ถ้าอยากเรียนต่อก็เก็บเงินไว้ แล้วมาเรียนต่อทีหลังก็ได้ หรือจะไปสอบเอาวุฒิ พ.ม.
ในระหว่างรับราชการครู ก็ได้วุฒิอนุปริญญาเหมือนกัน เงินเดือนก็มากกว่าด้วย เชื่อพี่เถอะ
เพราะความอยาก ทำให้เกิดทุกข์ใจ ชีวิตคนอื่นจะเหมือนเราไหม
ชีวิตลุ่มๆ ดอนๆ เราทำกรรมใดไว้ มันถึงไม่แน่นอนดังที่คิดหวังอยู่เสมอ
นั่งหน้าเศร้าได้ 2 วัน ผมได้ข่าวประกาศเปิดรับสมัครสอบบรรจุครูวุฒิ ป.กศ. และ ป.กศ.สูง
ในโรงเรียนประชาบาลเขตกรุงเทพฯ และฝั่งธนบุรี
ผมตัดสินใจสมัครสอบทันที ไม่คิดเรียนต่อ มุ่งหน้าหางานทำอย่างพี่แนะนำดีกว่า
และแล้วชีวิตผมก็พลิกผันอีกจนได้

ด้วยความปรารถนาดี
ชนะ เวชกุล

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ธรรมะ ทำไม?



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ตามมาชื่นชม

อดทนมากๆครับ