รัฐใดบ้างที่มีจุดเกาะเกี่ยวกับสัญญาขายส้มระหว่างบริษัทตามกฎหมายไทยและบริษัทตามกฎหมายสิงค์โปร์ ซึ่งทำในมาเลเซีย ?

Archanwell
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

กรณีศึกษาสัญญาระหว่างบริษัท ส้มฝาง จำกัด และ บริษัท เจเจจีจี จำกัด

: การกำหนดจุดเกาะเกี่ยวของสัญญาระหว่างรัฐและนิติสัมพันธ์ที่ทำระหว่างบริษัทตามกฎหมายไทยและบริษัทตามกฎหมายต่างประเทศ

โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร

เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๓

------------

ข้อเท็จจริง

------------

บริษัทส้มฝาง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทมีวัตถุประสงค์ในการทำสวนส้มเพื่อการส่งออก โดยมีสวนส้มตั้งอยู่ที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ได้ตกลงทำสัญญาขายส้มแก่บริษัท เจเจจีจี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทค้าส่งผลไม้ตามกฎหมายสิงคโปร์

สัญญาซื้อขายทำในประเทศมาเลเซีย

ในขณะทำสัญญาซื้อขาย บริษัทส้มฝาง จำกัด เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศไทย โดยมีสมาชิกทุกคนเป็นคนสัญชาติไทย บริษัทนี้มีสาขาตั้งอยู่ในประเทศมาเลเซีย

ส่วนบริษัท เจเจจีจี จำกัด เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายสิงคโปร์ โดยสมาชิกข้างมากที่ครอบงำบริษัทมีสัญชาติอังกฤษ และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศมาเลเซีย แต่ปรากฏว่า สำนักงานตามตราสารจัดตั้งถูกระบุว่า อยู่ในประเทศสิงคโปร์

------------

คำถาม

------------

โดยหลักกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล ถามว่า สัญญาซื้อขายที่เกิดขึ้นมีจุดเกาะเกี่ยวกับรัฐใดบ้าง ? เพราะเหตุใด ?[1]

------------

แนวคำตอบ

------------

ในประการแรก ผู้ออกข้อสอบต้องการให้ผู้สอบได้วางหลักกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลพื้นฐานในเรื่องหลักอำนาจอธิปไตยของรัฐ จะเห็นว่า คำถามระบุชัดเจนให้ผู้สอบแสวงหาจุดเกาะเกี่ยวระหว่างนิติสัมพันธ์ของเอกชนกับรัฐ ซึ่งก็หมายความว่า ผู้สอบต้องตระหนักว่า โดยหลักกฎหมายระหว่างประเทศ รัฐมีอำนาจอธิปไตยเหนือนิติสัมพันธ์ของเอกชนที่เกิดขึ้นดินแดนของประเทศไทยหรือเกี่ยวข้องกับประชากรไทย เราจึงอาจสรุปหลักคิดได้ว่า นิติสัมพันธ์ของเอกชนจึงอาจมีจุดเกาะเกี่ยวกับรัฐได้ โดยผ่านข้อเท็จจริง ๕ ประการ กล่าวคือ (๑) นิติสัมพันธ์ย่อมมีความสัมพันธ์กับรัฐโดยหลักบุคคลโดยสัญชาติของประธานแห่งนิติสัมพันธ์ (๒) นิติสัมพันธ์ย่อมมีความสัมพันธ์กับรัฐโดยหลักบุคคลโดยภูมิลำเนาของประธานแห่งนิติสัมพันธ์ (๓) นิติสัมพันธ์ย่อมมีความสัมพันธ์กับรัฐโดยหลักดินแดนโดยถิ่นที่ทำนิติสัมพันธ์ (๔) นิติสัมพันธ์ย่อมมีความสัมพันธ์กับรัฐโดยหลักดินแดนโดยถิ่นที่นิติสัมพันธ์มีผล และ (๕) นิติสัมพันธ์ย่อมมีความสัมพันธ์กับรัฐโดยหลักดินแดนโดยถิ่นที่ทรัพย์สินอันเป็นวัตถุแห่งนิติสัมพันธ์ตั้งอยู่

ในประการสอง ผู้ออกข้อสอบต้องการให้ผู้สอบได้ปรับใช้ทฤษฎีจุดเกาะเกี่ยวระหว่างรัฐและนิติสัมพันธ์ที่ได้วางหลักแล้วต่อไป เมื่อพิจารณาตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ จะเห็นว่า สัญญาซื้อขายตามข้อเท็จจริงมีจุดเกาะเกี่ยวกับ ๓ ประเทศ กล่าวคือ

  • ประเทศไทยทั้งนี้ เพราะประเทศนี้มีจุดเกาะเกี่ยวกับสัญญาโดยผ่านสัญชาติของบุคคลกล่าวคือ (๑) เมื่อบริษัทผู้ขายเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทยจึงมีสัญชาติของประเทศไทย ประเทศนี้จึงมีสถานะเป็นรัฐเจ้าของสัญชาติของบริษัทผู้ขาย และ (๒) เมื่อผู้ขายเป็นนิติบุคคลที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ประเทศไทย ประเทศนี้จึงมีสถานะเป็นรัฐเจ้าของภูมิลำเนาตามกฎหมายเอกชนของบริษัทผู้ขาย
  • ประเทศสิงคโปร์ทั้งนี้ เพราะประเทศนี้มีจุดเกาะเกี่ยวกับสัญญาโดยผ่านสัญชาติของบุคคล กล่าวคือ เมื่อบริษัทผู้ซื้อเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายสิงคโปร์จึงมีสัญชาติของประเทศสิงคโปร์ ประเทศนี้จึงมีสถานะเป็นรัฐเจ้าของสัญชาติของบริษัทผู้ซื้อ
  • ประเทศมาเลเซียทั้งนี้ เพราะประเทศนี้มีจุดเกาะเกี่ยวกับสัญญาโดยผ่านภูมิลำเนาของบุคคลและโดยผ่านถิ่นที่ทำนิติสัมพันธ์ กล่าวคือ (๑) เมื่อบริษัทผู้ซื้อเป็นนิติบุคคลที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในประเทศสิงคโปร์ จึงภูมิลำเนาตามกฎหมายเอกชนอยู่ในประเทศสิงคโปร์ ประเทศนี้จึงมีสถานะเป็นรัฐเจ้าของภูมิลำเนาตามกฎหมายเอกชนของบริษัทผู้ซื้อ และ (๒) เมื่อสัญญาซื้อขายทำในประเทศมาเลเซีย ประเทศนี้จึงมีสถานะเป็นรัฐเจ้าของถิ่นที่ทำสัญญาซื้อขาย

โดยสรุป สัญญาซื้อขายระหว่างบริษัทส้มฝางฯและบริษัทเจเจจีจีฯ จึงมีจุดเกาะเกี่ยวกับ ๓ ประเทศ กล่าวคือ (๑) ประเทศไทย (๒) ประเทศสิงคโปร์ และ (๓) ประเทศมาเลเซีย อันทำให้สัญญาซื้อขายดังกล่าวมีลักษณะระหว่างประเทศแบบแท้




[1] ข้อสอบในวิชากฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล หลักสูตรปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ ปีการศึกษา ๒๕๕๒ ภาคที่ ๒

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ARCHANWELL#Business4Society



ความเห็น (0)