​คนท้องถิ่นต้องมีสำนึกและพอเพียง

​คนท้องถิ่นต้องมีสำนึกและพอเพียง

4 สิงหาคม 2559

ทีมวิชาการ สมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย [1]

มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่ต้องอยู่ร่วมกัน ต้องมีกฎกติการะเบียบมายึดถือบังคับใช้ มิใช่การอยู่ร่วมกันแบบใช้อำนาจตามอำเภอใจ ไม่ว่าจะเป็นการดำรงชีพในครอบครัว หรือในองค์กร หรือในสังคมทั่วไป

ตลอดระยะ 30 ปีผ่านมา สังคมไทยมีภาวะวิกฤตวิปริตที่เกิดจากความไม่สมดุลของการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน แม้ภาพภายนอกเศรษฐกิจเจริญ ประชาชนมีชีวิตสะดวกสบายขึ้น แต่ปัญหาสังคมยังมีมากและรุนแรงยิ่งขึ้น ความเจริญทางวัตถุ ทำให้คนตกเป็นทาสของวัตถุนิยม และบริโภคนิยม (materialism & consumerism) [2] ค่านิยมสังคมเปลี่ยนแปลงทาง “เชิงลบ” มากขึ้น เห็นแก่ตัวมากขึ้น เห็นแก่ผู้อื่นหรือเพื่อส่วนรวมน้อยลง

อดีตนายกรัฐมนตรีท่านอานันท์ ปันยารชุน กล่าวเป็นห่วงใยเรื่องคอร์รัปชันไทยว่า เดิมคอร์รัปชันเป็นเรื่องการให้ค่าน้ำชา ค่าสินบน การให้ของชำร่วย ช่วยเหลือในด้านต่างๆ ระหว่างบุคคลกับบุคคล หรือกลุ่มกับกลุ่มเท่านั้น แต่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น “ความฉ้อฉล” และ “กลโกง” ที่มีความลึกลับสลับซับซ้อนมากขึ้นมาก นำไปสู่การยึดครองพื้นที่ของประเทศทั้งหมด ทุกพื้นที่ ทุกกิจกรรม ทุกส่วนของประเทศได้ [3] และนอกจากนี้ ยิ่งสังคมปัจจุบันมี “การแข่งขัน” ก็ยิ่งทำให้ “การแบ่งปัน” หดหายไปด้วย [4]

สำนึก รับผิดชอบ และประโยชน์สาธารณะ

มีคำเกี่ยวพันในบริบทของท้องถิ่นหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อยู่สองสามคำ ได้แก่ คำว่า “สำนึก รับผิดชอบ และประโยชน์สาธารณะ” (Consciousness, Accountability & Public interest) ที่มีปัญหาว่าจะดำเนินการอย่างไรเพื่อให้มีการประสานสอดคล้องเหมาะเจาะบังเกิดผลดี มีประสิทธิภาพต่อการให้บริการสาธารณะ และเป็นที่ “ชื่นชอบพออกพอใจ” ของประชาชน โดยเฉพาะในสังคมแวดวงท้องถิ่น

คำว่า “สำนึกรับผิดชอบ” [5] แม้เป็นสองคำ แต่รวมเป็นคำเดียวกันได้ ที่มีความหมายถึง ความรู้สึกของคนในเชิงสร้างสรรค์สิ่งใดๆ ในสังคมที่สำคัญให้มีค่าดีขึ้น ในที่นี้ก็คือ “สังคมที่เราอยู่” มีคำอื่นที่ตามมา อาทิ “สำนึกรักบ้านเกิด” (Homeland back) [6] และ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง[7] (Sufficiency Economy) เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังเกี่ยวข้องกับ “คุณธรรมจริยธรรม” [8] (Moral & Ethics) หรือ “ความดี” ของคนท้องถิ่นด้วย เพราะ “ความดี” มีผลงานได้รับการยอมรับจากคนทั่วไป แต่ “คุณธรรม” มันเป็นคุณค่าประจำตัวบุคคล มันไม่มีใครแย่งชิงเอาไปได้ แต่ความดีอาจมีคนแย่งเอาผลงานความดีของเราไปได้ หากเปรียบเทียบ “คุณธรรมคือที่ดินมีโฉนดเป็นกรรมสิทธิ์ แต่ความดีก็คือที่ดินที่เป็นเพียงที่ครอบครอง” เท่านั้น

ประโยชน์สาธารณะ [9] หมายรวมสรุปว่า เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวม เป็นประโยชน์โดยรวมแก่ประชาชนทั่วไปและประเทศชาติเป็นสำคัญ เพราะประประโยชน์แก่คนกลุ่มหนึ่ง แต่อาจไม่เป็นประโยชน์แก่คนอีกกลุ่มได้

จุดเริ่มต้นของการกลับบ้านเกิด หรือ “การรักบ้านเกิด”

สังคมไทยที่ผ่านมาเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน (Transition) ที่คนหนุ่มสาวคนวัยทำงานรุ่นปัจจุบัน ได้เติบโตมาเป็นกำลังหลักของสังคมบ้านเมืองในปัจจุบันคือจากช่วง 20-30 ปีที่แล้ว ซึ่งหลายต่อหลายคนเป็นเด็กจากบ้านนอกชนบทท้องไร่ท้องนา

ข้อมูลอย่างหยาบมีว่า สังคมไทยมีเกษตรกร 4 ล้านครัวเรือน [10] ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่อยู่ในท้องถิ่นชนบทบ้านนอก เมื่อเรียนจบการศึกษาลูกหลานคนบ้านนอกจึงมีทางเลือกอยู่ 2 ทาง คือ (1) กลับมาเป็นข้าราชการในท้องถิ่น ที่อาจมีวิถีชีวิตที่ฟุ่มเฟือย กู้หนี้ยืมสิน ดำรงชีพด้วยเงินในอนาคต ในจำนวนนี้จะเป็นบุคคลากร พนักงานและลูกจ้าง อปท. ร่วม 3 แสนคน (จากทั้งหมด 5-6 แสน) [11] ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นครอบครัวที่ประกอบอาชีพเกษตรกรอยู่แล้ว หรือ (2) กลับมาสืบสานอาชีพเกษตรกรรมและเลี้ยงดูแลพ่อแม่แก่เฒ่าที่บ้านเกิด

แต่ ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะกลับมาทำงานที่บ้านทั้งในฐานะข้าราชการ หรือเกษตรกรก็ตาม สามารถที่จะน้อมนำหลัก “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ตามแนวทางพระราชดำริมาดำเนินการได้ เพราะการกลับบ้านเกิดยังพอมีผืนดินที่ทำกินของพ่อแม่เหลืออยู่ คงมิใช่เพียงว่าทุกคนต่างรู้หลักแนวทางตามปรัชญา แต่ไม่ทำหรือปฏิบัติ มีเพียงสัญลักษณ์โลโก้ติดที่เสื้อ หรือติดอวดไว้ข้างรถ ด้วยคำเท่ห์ที่เรามักพบเห็นเสมอ โดยเฉพาะคนที่รับราชการตามต่างจังหวัด ซึ่งเป็นเพียง “เชิงสัญลักษณ์” มากกว่าเชิงปฏิบัติ ที่ดีแต่พูดแต่ไม่ทำ เท่านั้น

3 ลักษณะปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง [12]

(1) พอประมาณ หมายความว่าไม่น้อยไม่มากไป บริโภคอยู่ในเกณฑ์พอดี

(2) มีเหตุผล หมายความว่า ตัดสินใจในระดับพอเพียง จะต้องมีเหตุผล และพิจารณาจากเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง และตลอดจนคำนึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้น พิจารณาด้วยความรอบครอบนั่นเอง

(3) การมีภูมิคุ้มกันในตัวเอง การเตรียมพร้อม หรือเตรียมตัวรับกับการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ หรือสถานการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น

5 หลักดำเนินการเศรษฐกิจพอเพียง [13]

(1) ทางสายกลางในการดำเนินชีวิต ตั้งแต่ระดับครอบครัว ชุมชน ทุกระดับ

(2) มีความสมดุลระหว่าง คน สังคม สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ มีความสมดุลในการผลิต ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

(3) มีความพอประมาณ ความพอเพียงในการผลิตและการบริโภค บนพื้นฐานของความพอประมาณอย่างมีเหตุผล ไม่ขัดสน ไม่ฟุ่มเฟือย

(4) มีภูมิคุ้มกัน ในการดำเนินชีวิต สุขภาพ มีศักยภาพ ทักษะในการแก้ไขปัญหาและความรอบรู้อย่างเหมาะสมพร้อมรับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลง

(5) รู้เท่าทันโลก มีความรู้สติปัญญารอบครอบ มีความอดทน ความเพียร มีจิตสำนึกในคุณธรรมและความซื่อสัตย์

คนท้องถิ่นต้องใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการทำงาน

ฉะนั้น คนท้องถิ่นทั้งหมดทั้งข้าราชการลูกจ้าง รวมนักการเมืองท้องถิ่น ต้องทำตัวให้เป็น “แบบอย่าง” ของประชาชน ของคนในชนบท ด้วยการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ซึ่งปรัชญาดังกว่าสามารถใช้ได้กับทุกอาชีพไม่ใช่เฉพาะเกษตรกร ยิ่งเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น ที่ปฏิบัติงานด้วยความเสี่ยงสูง ในการสนองนโยบายของนักการเมืองท้องถิ่น ในฐานะที่เป็นผู้นำนโยบายไปสู่การปฏิบัติงาน หากไม่มีหลักยึดในการดำเนินชีวิต และปฏิบัติราชการ โดยสนองตัณหานักการเมืองประเภท “ได้ครับผม เหมาะสมครับเจ้านาย” ก็จะไม่มีภูมิคุ้มกันในตัวเองเลย ยิ่งจะทำให้มีโอกาสพลาดในการปฏิบัติราชการสูง ส่งผลถึงอนาคตและชีวิตความก้าวหน้าในราชการที่ดับสูญดังที่เห็นเป็นข่าว

คนท้องถิ่นต้องช่วยกันรณรงค์ น้อมนำกระแสพระราชดำรัส “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ไปใช้เป็นแนวทางปฏิบัติในวิถีชีวิตให้ได้ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีที่ใกล้ตัว ให้เกิดเป็นรูปธรรม เพื่อความสบายพระทัยของในหลวงว่าคนท้องถิ่นใส่ใจในพระราชพระราชดำริอย่างแท้จริง สมกับที่พระองค์ได้ทรงทุ่มเทพระวรกายช่วยเหลือพสกนิกรอย่างยากลำบากเหน็ดเหนื่อยมาตลอดชีวิต

คนท้องถิ่นถือเป็นกลุ่มกำลังสำคัญ ที่จะถ่ายทอด “อาชีพเกษตรกรรม” จากรุ่นสู่รุ่นได้ โดยหันกลับไปดูแลเรือกสวนไร่นา เพราะรุ่นพ่อแม่ที่แก่ชราทำไม่ไหว โดยเฉพาะในเวลาหลังเลิกงาน หรือวันหยุด หากไม่มีคนท้องถิ่นที่มีความรู้ความสามารถเหล่านี้ไปช่วยสานต่อ สังคมเกษตรกรรมก็คงดับสูญ หรือไม่ต่อเนื่อง และยากที่สังคมชนบทจะเข้มแข็งได้

ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก

คู่สามีภริยาที่รับราชการส่วนท้องถิ่นทั้งสองคนแห่ง อ.แม่สอด จ.ตาก ถือเป็นตัวอย่างของคนท้องถิ่นที่ทำการเกษตรผสมผสานหลังเลิกงาน สามีเลิกยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข และหันหลังให้กับความฟุ้งเฟ้อ มาใช้ชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทำการเกษตรจนมีผลผลิต ส่งตลาดร้านค้าตลอดทั้งปี จากผืนดิน 13 ไร่เดิมทำไร่ข้าวโพดที่ว่างเปล่า หันมา “ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก เหลือกินแจกจ่าย เหลือแจกจ่ายส่งขายลดรายจ่ายในครัวเรือน ปลูกไม้ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง แบ่งพืชเก็บเกี่ยวระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว” [14]

เรื่องกล้าไม้ไม่ต้องลงทุน เพาะเมล็ดเอง ใช้น้ำหมักชีวภาพ ทำปุ๋ยหมักใช้เอง ปัจจุบันนอกจากใช้เวลาว่างเป็นประโยชน์แล้ว ยังมีรายได้จากผลผลิตทุกฤดูกาล เลี้ยงดูแลครอบครัวได้ ประสบความสำเร็จเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ชาวบ้านคนในท้องถิ่นได้เห็นเป็นรูปธรรม เพื่อให้ทุกคนได้รู้ว่า การใช้ชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้นเหมาะสมกับทุกคนและทุกอาชีพ โดยเฉพาะคนที่ทำงานอยู่ใกล้ชิดพี่น้องประชาชนอย่างเช่นข้าราชการส่วนท้องถิ่น

ผลดีในการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้

เมื่อข้าราชการส่วนท้องถิ่น และคนท้องถิ่นทั้งหมดได้ลงมือปฏิบัติตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจนเป็นผลสำเร็จแล้ว จะทำให้คนท้องถิ่นร่วม 3 แสนครอบครัวมีครอบครัวที่เข็มแข็ง ไม่เป็นหนี้สินใคร มีชีวิตที่พอเพียง ทำให้สังคมไทยน่าอยู่ขึ้น

อีกทั้งเพื่อให้สังคมไทยได้หลุดพ้นออกจากการติดบ่วง “กับดักของคนรายได้ปานกลาง” (Middle Income Trap) [15] และสังคมผู้สูงอายุ (Ageing & Aged Society) [16] ก็จะมีผู้ดูแล พร้อมก้าวเดินเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุได้อย่างองอาจ ยั่งยืน มั่นคง (Sustainable) ก็เพราะว่า สังคมเรามี “ภูมิคุ้มกันที่ดี” มี “รายได้ที่มั่นคง” ย่อมทำให้ “ลดปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน” ลงได้ และข้าราชการท้องถิ่นก็ “ไม่ทำตัวรับใช้นักการเมืองที่ทุจริตมิชอบ”

สาเหตุประการหนึ่งที่ทุกวันนี้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่านไม่เป็นผลสำเร็จ ก็เพราะ “คนไทยรู้ แต่ไม่นำไปปฏิบัติ” โดยเฉพาะพวกที่เรียกตัวเองว่า “ข้าราชการ” ในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หากมีแบบอย่างที่ดีแก่ประชาชน ย่อมทำให้ประชาชนทั่วไปได้ทำตามปฏิบัติตาม เรามาช่วยกันคนละไม้คนละมือ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงย่อมสำเร็จ” ได้ คนท้องถิ่นต้องช่วยกันนะ



[1] Phachern Thammasarangkoon & Ong-art saibutra & Vajarin Unarine, Municipality Officer ทีมวิชาการ สมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย, หนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม 2559 ปีที่ 67 ฉบับที่ 23110 หน้า 10, การเมืองท้องถิ่น & หนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ปีที่ 63 ฉบับที่ 45 วันศุกร์ที่ 5 – วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม 2559, หน้า 66, เจาะประเด็นร้อน อปท.

[2] สมพร เทพสิทธา, การควบคุมทางสังคม, ภาวะวิกฤตทางสังคมไทย, 2541, http://www.baanjomyut.com/library_3/extension-5/social_control/02.html & พระไพศาล วิสาโล, “บริโภคนิยม vs วัตถุนิยม”, Pantip, 7 มกราคม 2557, http://pantip.com/topic/31482636

วัตถุนิยม หมายถึงการกินอาหารเพราะติดในรสอร่อย ต้องการเครื่องปรับอากาศ เพราะมันให้ความเย็น หรือต้องการรถเบนซ์ เพราะไปไหนมาไหนสบาย ไม่เหนื่อย นี่เป็นความสุขอันเนื่องจากประสาททั้งห้า แต่บริโภคนิยมลึกกว่านั้น จุดหมายของการบริโภคมิใช่ความสุขทางประสาททั้งห้าเท่านั้น แต่ต้องการมากกว่านั้น คือ เมื่อได้บริโภคแล้ว คุณรู้สึกว่าคุณได้เป็นอะไรบางอย่าง

[3] สุทธิชัย หยุ่น, เมื่อสังคมไทยมีคนเก่ง แต่ขาดคนดี, 22 ตุลาคม 2556, http://nanasarasitthi.blogspot.com/2013/10/blog-post_22.html & 2555, www.snf.or.th/tha/index.php/articles/93-good-man

[4] ประยุทธ์ โพธิ์แก้วกุล , ในสังคมที่มีแต่ “การแข่งขัน” “การแบ่งปัน” ก็จะหายไป, 2559.

[5] สำนึกรับผิดชอบของคนไทยต่อสังคมปัจจุบันในภาวะวิกฤติ, 17 กรกฎาคม 2554, http://www.gotoknow.org/posts/449618

สรุป จิตสาธารณะ หรือจิตสำนึกสาธารณะ คือ จิตสำนึก (Conscious) เป็นการตระหนักรู้ตัว หรือเป็นจิตส่วนที่รู้ตัว รู้ว่าทำอะไร อยู่ที่ไหน เป็นอย่างไรขณะที่ตื่นอยู่นั่นเอง

[6] เพลงรักบ้านเกิด, ศิลปิน : แฮมเมอร์, http://xn--72c9bva0i.meemodel.com/เนื้อเพลง/รักบ้านเกิด_แฮมเมอร์& สายธาร, “รักกันเข้าไว้ ด้วยสายใยแห่งความสัมพันธ์ สำนึกรักบ้านเกิด”, 4 พฤษภาคม 2552, https://www.gotoknow.org/posts/259245 & บุญชัย เบญจรงคกุล, ประธานกรรมการ, มูลนิธิร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด, http://www.rakbankerd.com/rbk_foundation/2551/menu1_1.html

[7] จุมพล วิเชียรศิลป, แนวคิดเศรษฐกิจแบบพอเพียง (Sufficiency Economy), มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, 2550, http://www.stou.ac.th/Offices/rdec/nakornnayok/Main/NK-STOU_Porpeng/Data/แนวคิดเศรษฐกิจแบบพอเพียง.pdf

[8] กิตติยา โสภณโภไคย, “คุณธรรม” “จริยธรรม” และการดำรงอยู่กับสังคมประชาธิปไตย (ความหมาย และแนวคิดเชิงทฤษฎี), สำนักส่งเสริมมาตรฐานจริยธรรม สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน, http://www.ombudsman.go.th/10/ethical/ethical0.pdf & ชโลบล อังสโวทัย กับพวก, คุณธรรม จริยธรรม หัวใจสำคัญของเจ้าหน้าที่ของรัฐ (Moral and Ethics), 2554, http://www.acfs.go.th/documentfile/acfs_23-06-54-06.pdf

[9] ดำรง เสียมไหม, ผลประโยชน์สาธารณะ (Public Interest) ของไทยคืออะไร, 10 มิถุนายน 2551, http://planadmin.blogspot.com/2008/06/public-interest.html

[10] ข้อมูลสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (2557) ประเทศไทยมีพื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมด 320 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ทำนา 149 ล้านไร่ (ร้อยละ 46) มีชาวนาเกือบสี่ล้านครัวเรือน

[11] จำนวนบุคลากรของ อปท. จากข้อมูล สถ. 23 มีนาคม 2558 (1) ผู้บริหารและสมาชิกสภา 153,601 คน (2) ข้าราชการประจำ (2.1) ข้าราชการ 173,547 คน (2.2) ลูกจ้างประจำ 19,687 คน (2.3) พนักงานจ้าง 211,279 คน รวม 404,513 คน รวมบุคลากรทั้งหมด 558,114 คน (ข้อมูล ดร.จรัส สุวรรณมาลา, 2557, ข้าราชการท้องถิ่น จำนวน 392,945 คน)

[12] จุมพล วิเชียรศิลป, แนวคิดเศรษฐกิจแบบพอเพียง (Sufficiency Economy),อ้างแล้ว, หน้า 8

[13] การดำเนินวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง, http://www.agriinfo.doae.go.th/2knowleag/en/km30-10-51(suff).doc & เศรษฐกิจพอเพียง, จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี, https://th.wikipedia.org/wiki/เศรษฐกิจพอเพียง

องค์ประกอบปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบด้วยคุณลักษณะ 3 ประการ และเงื่อนไข 2 ประการ หรือที่เรียกว่า 3 ห่วง 2 เงื่อนไข คือ 3 ห่วง : ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี, 2 เงื่อนไข : ที่จะทำให้การตัดสินใจ และการกระทำเป็นไปพอเพียง จะต้องอาศัยทั้ง เงื่อนไขคุณธรรม และเงื่อนไขความรู้

[14] ลดาวัลย์ ศรีสุวรรณ, ปลูกทุกอย่างที่กิน..แต่..ไม่ได้กินทุกอย่างที่ปลูก, 27 กันยายน 2552, https://www.gotoknow.org/posts/301231

[15] กับดักของประเทศรายได้ปานกลาง (Middle Income Trap), 28 พฤศจิกายน 2554,

http://www.siamintelligence.com/middle-income-trap/

[16] ประเทศไทยในปี 2558 เข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุ” (Aging Society) สัดส่วนประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 10 และ ในปี 2564 (อีก 5 ปี) จะเป็น “สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ” หรือ “สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์” (Aged Society) สัดส่วนประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Local Administration



ความเห็น (0)