วันเดียวเที่ยวสกลนคร

วันหยุด 5 วันในช่วงเข้าพรรษาของปี 2559 " เรา" ฉันหมายถึง ฉันและคู่หูจะแอบหนีจากตัวเองไปตามหาแรงบันดาลใจ

ก่อนเดินทาง 3 วัน ฉันสำรวจการเดินทางแบบแบกเป้ไปสะหวันเขต ประเทศเพื่อนบ้านไว้ แต่ต้องม้วนเสื่อไป เพราะเวลา 5 วันที่ว่า เราสามารถเจียดให้เป็นเวลาของตัวเองได้เพียง 1 วันเท่านั้น แล้วจากขอนแก่นเราควรจะไปไหนดี



สกลนคร....เป็นคำตอบที่ปลื้มมากที่สุด สามารถไปกลับภายในวันเดียวได้ ป๊ะไปเที่ยวสกลนครกัน

พรุ่งนี้ไปแต่เช้านะ ประโยคที่จำได้ก่อนนอน ตีห้าเลย...ว่างั้น แต่พอรุ่งสาง ในวันเดินทาง เรายังพลิกตัวไปมาบนเตียงจนเกือบ 7 โมงเช้าถึงลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว กว่าจะออกจากบ้านได้ก็ปาไป 7.30 น. เราใช้เวลาเดินทางไปสกลนคร 3 ชม. โดยประมาณ ใช้เส้นทางหมายเลข 213 ผ่าน จ.กาฬสินธุ์ ไปทาง อ.สมเด็จ มีช่วงขึ้นเขาภูพานเล็กน้อย ฝนไม่ตก อากาศดี ฟ้าใส แดดจ้า ป่าเขียว ระหว่างทางก็แวะปั๊มไปเรื่อย และฟังรวมฮิตของบีทเทิ่ลส์ (The Beatles) ไปตลอดทาง

ขึ้นภูพานไปได้แป๊บ...ก็อดยิ้มให้กับเจ้าไดโนเสาร์ ที่ยืนต้อนรับเราอยู่ด้านหน้าผาเสวย ที่เป็นจัดพักรถและจุดชมวิว ช่วงที่เราไปเค้ากำลังปรับปรุงสถานที่อยู่ หากแล้วเสร็จ คงจะสวยและรองรับนักท่องเที่ยวได้ดี

ลงเขาภูพานตรงโค้งปิ้งงู แสดงว่าอีกไม่กี่นาทีเราจะถึงตัวอำเภอเมืองสกลนคร...10 โมงกว่าแล้ว เราบ่ายหน้าตรงออกไปที่ ต. ท่าแร่ เพื่อไปดูอาคารบ้านเก่า ป้ายไปท่าแร่ไม่ยักจะมีบอก จนเราต้องเปิด Google Map อ๋อ เราบ่ายหน้ามาถูกทางแล้วหล่ะ มันออกมาทางเดียวกับทางไปจ. นครพนม ไม่เห็นป้ายไม่แปลกใจเพราะเป็นแค่ตำบล ป้ายทางหลวงจะแสดงแค่เขตอำเภอและจังหวัดเท่านั้นเอง




ท่าแร่...คนจะคุ้นชินกับเรื่องราวของคนกินเนื้อหมา...ฉันเป็นคนรักหมา แต่หากการบริโภคเป็นวัฒนธรรมก็คงไม่ว่ากัน ไปที่นี่เราตั้งใจจะกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อในรีวิว...ไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นเนื้อหมา...ราคาเนื้อหมาเท่าที่ทราบแพงกว่าเนื้อวัวมาก ท่าแร่เป็นเมืองน่ารัก เป็นเมืองเบาๆ ไม่เยอะรุ่งรัง สะอาด ตกแต่งบ้านเรือนสวยงามมีสไตล์ เราแวะกันที่คฤหาสน์เวียดนามโบราณที่มีอายุ 100 ปี


ก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้านในรีวิวนี้หาง่ายมาก อยู่ท้ายอาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล ขายกันในตึกรูปแบบโบราณแบบ 4 คูหา น้ำ-ผักบริการตนเอง กินแบบเฝอ...ที่มีพริกสดเผา กะปิ ซอสพริก แล้วก๋วยเตี๋ยวถ้วยใหญ่ก็เสิร์ฟมาในราคาชามละ 30 บาท เมื่อคิดเงิน โว๊ะ!!! ไมมันถูเยี่ยงนี้ ก๋วยเตี๋ยว 2 ชาม น้ำอัดลมพี่บิ๊ก 2 ขวด น้ำแข็งเปล่า 2 แก้ว 84 บาท ดูโฉมหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวสิคะ มันน่าอินไหมคะ


ขยับจากร้านก๋วยเตี๋ยวเรามาต่อกันที่โบสถ์คาทอลิกที่ได้ชื่อว่าสวยงามติดอันดับ 1ใน 10 ของประเทศไทย (อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล) ฉันได้มีเวลานั่งสงบนิ่งพักใหญ่ และได้หยอกหมาเฝ้าโบสถ์...ทำให้อารมณ์ดี และรู้สึกว่ามีเวลาเป็นของตัวเองจริงๆ วิหารแห่งนี้มีประตูทางเข้าที่ติดกับถนนใหญ่หมายเลข 213 เป็นประตูวัดแบบไทย มีลายเครือเถาประดับด้วยลายไม้กางเขน เป็นการผสมผสานวัฒนธรรมที่น่าสนใจจริงๆ


เมืองสกลนครนี่ใครรักกีฬาประเภทวิ่ง เดิน หรือปั่นจักรยาน ที่นี่เลย หนองหาญพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง เขียวชะอุ่มในฤดูฝน มองเห็นตัวเมืองสกลและทิวเขาลิบๆ อยู่อีกฟากหนึ่ง บรรยากาศดีมากมาย

แวะชมอุทยานบัวในเวลาบ่ายๆ ความสวยของบัวหลากพันธุ์ ทำให้เรายอมสู้ความแรงของแดดไปชมสระบัวกันทีเดียว อุทยานนี้อยู่ก่อนถึงต.ท่าแร่ค่ะ ประมาณ 4 กม. เราเลือกไปท่าแร่ก่อนแล้วย้อนออกมา



หลังจากสนุกกับแสงแดดแล้ว...เที่ยววันเดียวของเราต้องไปเก็บอาร์ซีในตัวอำเภอเมือง...เราไปไหว้พระธาตุเชิงชุม เนื่องจากเป็นวันหยุดช่วงวันเข้าพรรษาทำให้มีพุทธศาสนิกชนมาวัดมากมาย เราไปถึงบ่ายกว่าๆ แดดตรงหัว ทำให้หน้ากล้องมองไม่เห็นภาพอะไรเลย...พระธาตุจึงยอดขาดเกือบทุกรูป

ทุกเสาร์-อาทิตย์ หรือวันไหนที่มีงานด้านพระพุทธศาสนาถนนหน้าวัด จะปิดเพื่อทำเป็นถนนคนเดินในชื่อ ถนนผ้าคราม..จะซื้อผ้าย้อมครามไม่ต้องตะเวนเลยค่ะจะใช้เองหรือจะเป็นของฝากหาได้ที่นี่ มีทั้งเป็นผ้าผืนและที่ตัดเย็บสำเร็จ ให้เลือกหาได้ตามใจชอบและถูกจริตกับตังค์ในกระเป๋า ฉันก็ได้เดรสมาตัวหนึ่งในราคา 850 บาท ภูมิใจมากมายที่ต่อราคาลงมาได้จาก 1,000 บาท(แบบที่ไม่ถูกแม่ค้าไล่ตีที่ต่อราคาเยอะ)

มาถึงสกลนครถิ่นของพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง เราจะพลาดพิพิธภัณฑ์หลวงปู่มั่น ภูริตทัตโต ที่อยู่ในวัดสุทธาวาสได้อย่างไร เราใช้เวลาที่วัดแห่งนี้ไม่นานนัก เราได้กราบรูปหล่อหลวงปู่มันเพื่อคีวามเป็นสิริมงคล และจดจำคำสั่งสอนของท่านมาเป็นหลักในชีวิตประจำวันใช้วินิจฉัยความดีที่ทำด้วยกาย วาจา ใจของตน เช่น “ศีลพึงรู้ได้ด้วยการอยู่ร่วมกัน ความสะอาดพึงรู้ได้ด้วยการงาน ปัญญาพึงรู้ได้ด้วยการสนทนา”


บ่ายคล้อยพลังเราเริ่มหมด...ของพักกินกาแฟแป๊บ...เท่าที่ขับรถผ่าน...สกลนครมีร้านกาแฟชิคๆ หลายร้าน เราเลือกร้าน Get Ideas ตั้งอยู่ริมถนน 213 เลย หาง่าย มีที่จอดรถ นอกจากกาแฟแล้ว ยังมีเบอเกอรี่ และอาหารจานสะดวกด้วย ด้านบนจัดเป็นแกลลอรี่ ขอบอกเบอเกอรี่ที่นี่อร่อยถูกใจทั้งนม เนย รสชาติไม่หวานมาก ช่วงที่ไปนี่มีโปรโมชั้นชื้อ 2 แถม 1 กินไม่หมดก็ Take home to Khon Kean เลยคร่า


ออกจากร้านกาแฟเป็นเวลา 4 โมงเย็น เรายังอยากไปพระธาตุนารายณ์เจงเวง ห่างจากตัวเมืองประมาณ 6 กิโลเมตร ตามถนนสายสกลนคร-อุดรธานี อยู่ในซอยตรงข้ามมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ป้ายบอกทางอาจจะไม่มากเท่าพระธาตุเชิงชุม แต่ถ้ามาสกลนครแล้วหากมีเวลาควรจะแวะกราบนมัสการพระอุรังคธาตุที่พระธาตุนารายณ์เจงเวง ซึ่งเป็นศิลปะขอมสร้างด้วยหินทรายไม่แน่ใจว่าเป็นศิลปะแบบไหน ซุ้มประตูแกะสลักเป็นรูปนารายณ์บรรทมสินธุ์...นอกจากความเป็นสิริมงคลแล้ว เรายังจะได้เรียนรู้ถึงการแผ่ขยายของความเจริญ วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของชนชาติขอมในอดีต...ความยิ่งใหญ่ และความสามารถของผู้มีอำนาจ เป็นสิ่งที่นำมาใช้ได้ถึงปัจจุบันนี้


5 โมงเย็น เราชวนกันกลับขอนแก่น ต้องเดินทางอีก 3 ชม.หน่ะนะ กลับเถอะ

ออกจากเมืองสกลนครมา เราแวะซื้อร้านค้าชุมชนบนเขาภูพาน มีจำหน่ายเป็นระยะๆ ก็ขายของป่า เช่น เห็ด หน่อไม้ หวาย น้ำผึ้ง...สนุกสำหรับคนชอบของป่า ปลอดสารพิษกันเลยเชียว


เกือบทุ่มเราถึงจังหวัดกาฬสินธุ์...ไม่ต้องรีบแล้ว อีก 1 ชม . เราจะถึงขอนแก่น ชวนกันพักคนพักรถ ด้วยอาหารเย็นสไตล์อาหารพื้นเมืองที่ร้านบ้านไม้ชายทุ่ง ณ กาฬสินธุ์ ที่นี่รับรองความของอร่อยอาหาร คนกาฬสินธุ์พาครอบครัวมาทานอาหารและพักผ่อนกันมาก เราเองหากได้มามักจะมาอุดหนุนร้านนี้ เพราะอาหารบางอย่างจะทำทานก็เครื่องประกอบมากมายเหลือเกิน เช่น ซั่วไก่ แกงลาวหน่อไม้ดองใส่ผักกะแยง อ่อมกบใส่ผักกะแยง Reccomment Menu:ปลาช่อนลุยทุ่ง น้ำลาดสไตล์เมี่ยงคำแต่หอมกลิ่นข้าวคั่ว กินกับใบชะพลูและสมุนไพรทั้งหลายอร่อยมากมาย ทานข้าวเสร็จก็ค่อยๆขับกลับบ้าน และเราก็ถึงขอนแก่นโดยสวัสดิภาพ แล้วปิดทริปเที่ยวละไม วันเดียวเที่ยวสกลฯ ด้วยประการฉะนี้




สำหรับแรงบันดาลใจที่ฉันทำมันหายไป...ปรากฏว่าทริปนี้ฉันยังหามันไม่พบ...ฉันพบแต่ว่า ...ฉันมีเวลาเป็นของฉันเอง ที่ฉันไม่ต้องแบ่งปันกับใคร...ดูท่าฉันจะเป็นคนเห็นแก่ตัวนะ

สำหรับคู่หู...ฉันไม่รู้ว่านางจะจะเจอแรงบันดาลใจหรือไม่ พอถาม...นางก็ตอบว่า มีความสุขที่ได้ภาพสสวยๆ ที่นางเป็นตากล้อง ก็หวังว่าความสวยงามความสร้างสรรค์จากการถ่ายภาพ คงจะเป็นเชื้อไฟในการบันดาลใจของนางต่อไป


-----

Foot Note

-ค่าน้ำมันรถ 1000 บาท ระยะทางประมาณ 500 กม.

-ค่าอาหาร for 2 (เช้า ข้าวเหนียวหมูปิ้ง 55บ.) (กาแฟ Amezon 70บ.) (เที่ยง ก๋วยเตี๋ยว 84 บ.) (กาแฟบ่ายและเบอเกอรี่ 290 บ.) (เย็น อาหารพื้นบ้าน 680)=1,179

-

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน โลกละไม-ใจมีสุข



ความเห็น (0)