ฝึกลูกอย่างไรให้รับผิดชอบ?

ตอนกลางคืนสอนให้สวดมนต์ก่อนนอน

มีข้อเขียนจากมุมมองของคนเป็นแม่ ที่อยากจะเลี้ยงลูกให้มีคุณภาพ เติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแกร่ง สามารถช่วยเหลือตนเองได้
ด้วยเหตุว่าสิ่งแวดล้อมสมัยปัจจุบันที่ทำให้ลูกต้องดิ้นรน "ปากกัดตีนถีบ" เหมือนสมัยพ่อแม่นั้นหายากเสียนี่กระไร
กรณีดช.ต้นโมก นี่ก็เช่นกัน ด้วยเหตุว่าอายุยังไม่ครบ 8 ขวบดี(จะครบในเดือนหน้านี้) และเรียนอยู่ชั้น ป.2
ซึ่งข้าพเจ้าจำได้ว่า ตอนป.2 ของข้าพเจ้านั้น สามารถพายเรือไปตลาด เพื่อ "จ่ายตลาด" เล็กๆน้อยๆตามที่เตี่ยสั่งได้
เช่นซื้อมะเขือเปราะ 5 บาท ปลาทูนึ่ง1-2 เข่งประมาณนี้และยัง ก่อไฟด้วยเตาถ่านได้..หุงข้าวเช็ดน้ำได้ ฯลฯ
แต่กับต้นโมกนี้ แทบไม่มี "วิถีชีวิต" ดั่งเเช่นที่พ่อแม่เคยได้รับประสบการณ์นั้นเลย
เชื่อว่าพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกแบบ "ชนชั้นกลาง" นั้น มีเยอะมากในสังคมไทยยุคปัจจุบัน
และส่วนใหญ่ เด็กมีหน้าที่แค่ไปโรงเรียน เรียนหนังสือให้เก่ง เสาร์-อาทิตย์ถ้าไม่เรียนพิเศษตามสถาบันต่างๆ ก็อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือดูการ์ตูน
แม้ข้าพเจ้าจะมีชีวิตที่ยากลำบากในวัยเด็ก แต่ก็มีปณิธานอันแน่วแน่ที่จะไม่เลี้ยงดูลูกของตนให้เป็น "คุณหนู"
จริงๆ อยากให้ลูกวิ่งเล่นตามท้องนา เสาร์-อาทิตย์ไปลุยตามห้วยหนองคลองบึง แต่อนิจจา..ทำได้เพียงแค่ขี่จักรยานผ่านท้องไร่ท้องนาเฉยๆ
(โชคดีที่ยังอยู่ในชนบท ให้ลูกได้เห็นกอข้าว ต้นยาง และเห็นวิถีชีวิตชาวนาอยู่บ้าง)
ต่อไปนี้เป็นการเลี้ยงดูต้นโมกในแบบที่แม่คิดว่า "ต้อง" ทำอะไรสักอย่างเพื่อฝึกเขาให้โตขึ้นอย่างรู้จักรับผิดชอบ
1.เรียกมาช่วยล้างจาน โดยกำหนดให้ล้างน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียวก่อน ในปริมาณจานชามที่พอเหมาะไม่มากไม่น้อยไปและสอน ให้รู้จักจัดวางจานชามที่ล้างแล้วให้เป็นระเบียบ
2.มีหน้าที่ตักข้าวเผื่อพี่สาว เผื่อคุณพ่อคุณแม่ ห้ามตักเฉพาะส่วนของตนเอง
3.เมื่อรับประทานเสร็จต้องยกจานของตนไปไว้ในอ่างล้างจานด้วยตนเอง
4.ตอนกลางคืนสอนให้สวดมนต์ก่อนนอน (หัดมานานมากแล้ว จำไม่ได้ว่าตอนอายุกี่ขวบ)
5.ทุกวันพระ ถ้าตรงวันหยุด ต้องพาไปวัดเพื่อทำบุญไหว้พระ และสลับไปหลายวัดเราได้แต่หวังว่าเมื่อเขาโตขึ้น บุญกุศลจะติดตามเขาไป
ซึ่งเราผู้เป็นพ่อแม่ได้แต่ให้ศีลธรรม ความรู้ที่จะใช้เลี้ยงตัวในภายภาคหน้า
บุญกุศลจะช่วยส่งเสริมเขาในส่วนหนึ่ง

6.ต้องโดนตีถ้าแผลงฤทธิ์ แต่จะตีที่น่องให้เจ็บและหลาบจำ ต่อไปจะได้ไม่ทำผิดอีก แต่ไม่ตีพร่ำเพรื่อ กรณีต้นโมก ทุกคนในบ้านลงความเห็นว่า"แม่ตามใจ" ความจริงตอนถูกตีไม่มีใครเห็น และนานๆครั้ง

ร่วมเป็นกำลังใจในการเลี้ยงดูลูกหลานของเรา เพื่ออนาคตของประเทศไทยในวันข้างหน้าครับ
17 กรกฎาคม 2559




จะเห็นว่าขายังไม่ถึง เราก็ต้องหาเก้าอี้หรืออุปกรณ์เสริมมาช่วยครับ


เมื่อล้างเสร็จแล้ว รีบพูดว่า "คุณแม่ดู! เหมือนโคมไฟเลย!"(หมายถึงลักษณะถ้วยที่คว่ำอยู่)














บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ดช.ต้นโมก



ความเห็น (2)

ชื่นชมครับ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมากค่ะ ต้องพยายามฝึกเขาอีกมากเลยค่ะ...