เคยเขียนเรื่องเกี่ยวกับ Flow Cytometry ไว้บ้างเล็กน้อยในนี้ ซึ่งถือเป็น case study 1 เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเจออีกเรื่องหนึ่งเลยคิดว่าน่าจะบันทึกไว้เตือนความจำ โดยจะบันทึกไว้ในหัวข้อ Flow Cytometry
น้องลิ-พนิดา (คนเดิมกับในบันทึกอันก่อน) มาบอกว่าขอปรึกหน่อย (ปรึกษา) ว่ารายนี้ gate "lymphocyte" ไม่ได้ มีกลุ่มก้อนของอะไรก็ไม่รู้...มาก่อกวนมากเหลือเกิน ดูจากกระดาษที่ print ออกมาก็ดูไม่ออกว่ามันคืออะไร แต่สังเกตจาก data rate (event or cells/ sec) เห็นว่าสูงมากๆ ทั้งที่รายนี้มี WBC แค่ 2700 cells/cu.mm. เลยบอกให้ย้อมเซลล์ใหม่
เมื่อนำเซลล์ที่ย้อมใหม่ไป เข้าเครื่อง flow cytometer อีกครั้งหนึ่ง ปรากฏว่าให้ผลเหมือนเดิม data rate สูงมากเป็น 2000 คิดๆ...หรือว่า...sample นี้จะมี nucleated red cell เลยปรึกษาพี่ถ่าว-สมพร พี่ถ่าวดูผล CBC แล้ว ปรากฏว่าไม่ใช่ พี่ถ่าวให้ความเห็นว่าอาจจะเป็นเม็ดเลือดแดงที่ lyse ไม่หมด แต่เรามองไม่เห็นว่า lyse หมดหรือไม่ เพราะน้ำในหลอดทดลองเป็นสีแดง
ต้องเล่าย้อนถึงวิธีการย้อมเซลล์ การย้อมเซลล์เพื่อตรวจ CD4, CD8 นั้น ทำได้โดย
- ใช้เลือดครบส่วน (EDTA blood) เติม specific monoclonal antibody ที่ tag ด้วยสารเรืองแสงลงไป ตามปริมาตรที่กำหนด
- ตั้งให้ทำปฏิกิริยากัน 15 นาที
- เติม lysing buffer (ซึ่งมี formaldehyde อยู่ด้วย)
จากนั้นสามารถนำไปวิเคราะห์ผลได้เลย หรือเก็บเข้าตู้เย็นเพื่อรอวิเคราะห์วันรุ่งขึ้นได้
การย้อมแบบนี้ (no wash) เม็ดเลือดแดงจะถูกทำให้แตกหมด เพื่อไม่ให้รบกวนการอ่านผล แต่จะไม่มีการล้างเอาเศษเซลล์เหล่านี้ออก (จะเห็นส่วนผสมในหลอดเป็นเลือดสีแดงๆ น่ากลัวดี) การย้อมแบบ นี้มีข้อดีคือลดขั้นตอน แต่ข้อเสียคือ เราจะไม่มีทางรู้ว่า เม็ดแดงแตกหมดหรือไม่ ถ้าแตกไม่หมด....ปัญหาจะเกิด...อย่างรายนี้
วิธีแก้ไขมีสองแบบคือ
- ในการ analyse จะต้องปรับค่าบางอย่าง (discriminate ) ให้สูงขึ้นเพื่อตัดเอาส่วนที่เป็น red blood cell ออกจากหน้าจอ (ส่วนที่จะนำมาวิเคราะห์ผล) ให้เหลือเฉพาะของจริง (WBC) พอทำแบบนี้เราจะเห็นบริเวณที่ควรจะเป็น lymphocyte ชัดเจน
- นำหลอดทดลองอันเดิมนั้น มาปั่นล้างด้วย ISOTON buffer 1-2 ครั้ง ก็จะสังเกตเห็นตะกอน ถ้าเม็ดเลือดแดงแตกไม่หมดจะเห็นตะกอนเซลล์เป็นสีแดง สำหรับรายนี้ตะกอนเป็นสีแดง เลยต้องเติม lysing buffer ลงไปใหม่ แล้วตั้งไว้ข้ามคืน (ในตู้เย็น) เม็ดเลือดแดงจะแตกหมด...ถ้ายังไม่แตก ต้องเพิ่ม lysing buffer ลงไปอีก จนกว่าจะเห็นผล
เราทำทั้งสองวิธี ค่าที่ได้ให้ผลใกล้เคียงกัน แต่วิธีที่สองเสียเวลาและแรงงานมากไปหน่อย และอีกอย่างการปั่นล้างหลายครั้งต้องระวัง อาจไม่ดีต่อสุขภาพของผู้ทำแล็บ (เลือดอาจฟุ้งกระจายเป็นละอองฝอย-เพิ่มความเสี่ยง)
Note : พี่ถ่าวให้ข้อสังเกตว่า เลือดรายนี้มีเม็ดเลือดแดงเป็นแบบ hypo, aniso poiki, micro,spher และ target 1+ เหล่านี้...เป็นสาเหตุที่ทำให้แตกยากหรือไม่ ?
คือ NH4Cl และ NaHCO3, dissolve in distilled water and adjust pH to 7.4.