ระบบความเชื่อ 7

ยูมิ
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

2.ระบบความเชื่อ

การยอมรับสิ่งหนึ่งสิ่งใดโดยไม่จำเป็นว่าสิ่งเหล่านั้นจะมีอยู่จริงหรือไม่และถูกต้องตรงตามหลักวิทยาศาสตร์หรือไม่ การยอมรับอย่างนี้ถือได้ว่าเป็นวิถีแห่งความเชื่อ บางคนมีความเชื่อในฤกษ์ยามโดยยึดถือว่าวิถีชีวิตของตนล้วนเป็นไปตามระบบการโคจรของดวงดาวอยู่บนท้องฟ้าและส่งผลต่อการดำเนินชีวิตตนได้อย่างแท้จริง

จากความเชื่อของคนดังกล่าวนี้ จึงได้พัฒนามาเป็นศาสตร์ต่าง ๆ เช่น ไสยศาสตร์ โหราศาสตร์ ดาราศาสตร์ เป็นต้น แม้แต่การเชื่อในโชคลางการเชื่อในสิ่งของว่ามีความขลังทำให้จิตของคนที่มีความเชื่อเหล่านี้มีความกล้าหาญในการกระทำต่าง ๆ เหนือคนธรรมดาที่จะกระทำได้ สิ่งเหล่านั้นยังมีความเชื่อว่ามันเป็นพลังเร้นลับที่ไร้การควบคุมเพราอยู่นอกเหนืออำนาจจิตของคนนั้นที่จะควบคุมได้โดยถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สมควรยึดมั่นถือมั่น

ความเชื่อของคนเรายังสื่อถึงการยอมรับในอำนาจที่อยู่เหนือธรรมชาติ ถึงแม้ว่าพลังธรรมชาติเหล่านั้น คนธรรมดาไม่สามารถจะพิสูจน์ได้ว่าเป็นข้อเท็จจริงเพียงใด

ด้วยในสังคมคนกลุ่มหนึ่งต่างก็ให้ความเคารพยำเกรงต่ออำนาจเหนือธรรมชาติอย่างนี้ ย่อมหมายถึงความเชื่อที่ไม่เฉพาะว่าเป็นความเชื่อในเรื่องจิต มโน วิญญาณ ของคนเท่านั้น หากยังหมายถึงสิ่งที่เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติรวมอยู่ด้วย

2.หลักความเชื่อ

เมื่อคนจำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับความเชื่อจึงขอขยายหลักความเชื่อใหญ่ ๆ ออกเป็น 5 ข้อ ดังนี้

1. คนไม่อาจความเชื่อได้ เพราะถ้าคนขาดหลักความเชื่อแล้วจะไม่รู้ไม่เข้าใจตนเอง ส่งผลถึงการไม่รู้ไม่เข้าใจสิ่งอื่นที่มีอยู่ตามธรรมชาติด้วย เมื่อคนไม่เข้าใจก็จะไม่รู้จักปฏิบัติตนต่อสิ่งต่าง ๆ ที่เข้ามากระทบตน เมื่อปะทะหรือสัมผัสกับสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นก็จะไม่รู้จักแยกแยะสิ่งดีสิ่งไม่ดีจนอาจเป็นต้นเหตุแห่งมหันตภัยเข้ามาในชีวิตและไม่สามารถรักษาชีวิตตนเองได้ในทิศทางที่ควรจะเป็น

2.คนมีสิ่งที่สามารถมองเห็นได้ เข้าใจได้ หากคนไม่มีความสามารถหรือมีความเชื่อเป็นพื้นฐานแล้วคนก็จะไม่สามารถปฏิบัติตนให้เข้ากับสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องดีงาม เช่น พิธีกรรมทางศาสนา พิธีกรรมทางความเชื่อเรื่องทวด ผี สาง เทวดา เป็นต้น

3.คนมีความเชื่อมั่นเพราะเกิดมีความศรัทธาอย่างแรงกล้า ด้วยความมั่นใจว่าต้องเป็นไปอย่างนั้นแน่นอน เช่นคนมีความเชื่อว่า ตนสามารถบินไปได้เหมือนนกในอากาศซึ่งบินไปได้ทุกหนทุกแห่งตามที่ต้องการไปและความเชื่อดังกล่าวก็ได้พัฒนาการมาเป็นเครื่องบินอันเป็นทางเลือกหนึ่งที่คนต้องการเดินทางไปด้วยความรวดเร็ว หรืออีกมุมหนึ่งคนมีความเชื่อว่าตนมีพละกำลังแข็งแรงมากได้ด้วยการฝึกฝนตนเองจนมีการพัฒนาเป็นนักกีฬาต่าง ๆ เช่น กีฬายกน้ำหนัก กีฬาชกมวย และกีฬาอื่น ๆ เป็นต้น

4.คนมีความสุขใจเพราะมีความเชื่อว่าจะได้รับผลตามความเชื่อนั้น ยกตัวอย่าง การซื้อหวยก็เพราะมีความเชื่อว่าตนเองต้องถูกหวยได้รับรางวัลจึงเฝ้าติดตามซื้อหวยทุกงวด บางคนแม้จะซื้อหวยไม่ถูกเลยแต่ก็ยังมีความสุขใจที่ได้ซื้อหวยนั้น ด้วยความสุขใจบางอย่างที่เกิดกับบุคคลผู้ได้รับยกย่องในศาสตร์ต่าง ๆ ที่มีความเชี่ยวชาญแล้วได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ได้รับรางวัลมีการประกาศยกย่องเชิดชูนับถือจนเกิดความประทับใจมีความสุขใจลึก ๆ อยู่อย่างนั้น

5.คนมีความเชื่อทางศาสนา ศาสนามีประวัติความเป็นมายาวนานมากคือมาควบกับชาวโลกสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีศาสนาใหญ่ ๆ อยู่สองสายด้วยกันคือ ศาสนาสายเทวนิยมเป็นศาสนาที่ผู้นับถือได้มอบกายถวายตนให้แด่พระเจ้าซึ่งเป็นสิ่งสูงสุดและมีอำนาจดลบันดาลให้คนเป็นไปตามอำนาจของพระเจ้านั้น คนจึงอ้อนวอนขอพรต่อพระเจ้าเพื่อให้พระเจ้าประทานสิ่งต่าง ๆ ให้แก่ตนและพร้อมให้การปกป้องคุ้มครองให้ตนปลอดภัยและให้สำเร็จในสิ่งที่ตนปรารถนาทุกประการ ซึ่งศาสนาสายเทวนิยมนี้มีคำสอนมุ่งเน้นหลักความเชื่อเป็นสำคัญ

การนับถือศาสนาอีกสายหนึ่งคือสายอเทวนิยม เป็นศาสนาที่ผู้นับถือไม่ได้ให้ความสำคัญต่ออำนาจของเทพเจ้าใด ๆ ไม่ว่าอำนาจเหล่านั้นจะมีจริงอยู่หรือไม่ก็ตาม แต่เป็นศาสนาที่ผู้นับถือให้ความสำคัญกับการฝึกตน คนจะดีหรือไม่ดีก็ขึ้นอยู่ที่การกระทำของตน จึงมีคำกล่าวเป็นคติธรรมว่า อัตตา หิ อัตตะโน นาโถ แปลว่า ตนนั้นแลเป็นที่พึ่งแห่งตน

ซึ่งศาสนาสายอเทวนิยมนี้มีคำสอนมุ่งเน้นหลักความรู้เป็นสำคัญ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วัฒนธรรมท้องถิ่น



ความเห็น (0)