ระบบความเชื่อ 6

ยูมิ
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ความเชื่อและจริยธรรมทางศาสนา

1.ความนำ

สิ่งมีชีวิตในโลกนี้มีมาก คนเป็นสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างจากสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ก็ตรงที่คนล้วนเป็นสัตว์สังคมที่รู้จักใช้ความคิดพิจารณาอย่างมีเหตุผลพร้อมกับการพัฒนาตนเอง จนอาจจะกล่าวได้ว่าในบรรดาสัตว์โลกทั้งหลายนั้นคนคือผู้ที่เข้าครอบครองโลกมากที่สุดหรือคนเป็นเจ้าของโลกและคนกระทำการให้สิ่งอื่น ๆ ตกอยู่อยู่ภายใต้อำนาจของตน บ้างก็นำสิ่งเหล่านั้นมาใช้ประโยชน์เช่น คนเรียนรู้ที่จะจับช้างมาใช้งาน คนเรียนรู้จักคิดประดิษฐ์เครื่องบินให้บินไปเหมือนนกเพื่อไปยังจุดหมายของตนเองที่ได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้แล้ว คนเรียนรู้จักสร้างเรือเดินมหาสมุทรเพื่อบรรทุกสินค้าใหญ่ ๆ ข้ามทวีปได้ เป็นต้น

คนเราเรียนรู้จักการปรับตัวให้อยู่รอดในท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งแวดล้อมที่เลวร้ายเพียงใดก็ตามล้วนแต่ใช้ความชาญฉลาดเอาตัวรอดได้กว่าสัตว์อื่น ๆ แม้แต่เรื่องการดำเนินชีวิตและเป็นการสร้างความเข้าใจต่อสภาพสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่มีอยู่บนโลกใบนี้ก็ล้วนอยู่บนฐานความคิดความเชื่อหรือความศรัทธาที่กลับกลายมาเป็นวิถีแห่งความศรัทธาทางศาสนา ซึ่งเกิดมาจากคนมีประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสทั้ง 5 มีการเห็น มีการได้ยิน มีการได้กลิ่น มีการสัมผัสและการทดลอง จนก่อเกิดเป็นผลให้เห็นสามารถจับต้องได้และสิ่งที่นอกเหนือจากกายสัมผัสแล้ว ก็ยังมีความเชื่อที่มาจากธรรมชาติซึ่งไม่อาจสามารถคาดการณ์ได้ถึงปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

ด้วยสิ่งดังกล่าวนั้นทำให้คนเรายอมรับในอำนาจของธรรมชาติเพราะแม้แต่กฎเกณฑ์ที่จะเข้าควบคุมสิ่งเหล่านั้นว่าจะทำได้อย่างไรและโดยวิธีการอย่างใด ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลต่อแนวความคิดของคนด้วยการมีจินตนาการอย่างต่อเนื่องโดยการหาวิธีการควบคุมสิ่งที่ไม่อาจคาดเดาได้นั้น

ในความเชื่อต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เหนือธรรมชาติเหล่านี้เอาถือว่าเป็นตัวการผลักดันคนก่อให้เกิดอิทธิพลต่อการดำรงวิถีชีวิตของคนบนโลกใบนี้อย่างมาก เพราะเมื่อมีความเชื่อที่ถูกสั่งสมสืบทอดมาจากบรรพชนด้วยวิธีการจากรุ่นสู่รุ่นจนตกผลึกแห่งพัฒนาการมาสู่การมีกฎเกณฑ์ จารีต ทำเนียม ประเพณีที่ยึดมั่นถือมั่นสืบต่อกันมาแล้วจนกลับกลายเป็นลัทธิมีเจ้าของความคิดการกระทำมีสำนักปฏิบัติตามวิถีแห่งความคิดเหล่านั้นด้วย

จากความเชื่อความศรัทธาได้พัฒนาการไปสู่ข้อวัตรปฏิบัติ เพื่อให้สามารถต่อรองกับอำนาจเหนือธรรมชาติและนับต่อจากนั้นมาระบบความเชื่อจึงมีวิวัฒนาการไปสู่ความเชื่อทางศาสนาและเมื่อก่อเกิดเป็นศาสนาแล้วจะมีกฎระเบียบอันพึงปฏิบัติตามหลักคำสอนของศาสดาซึ่งเป็นผู้ประกาศศาสนา เพื่อเผยแผ่คำสอนชี้แนะแนวทางในการประพฤติปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของศาสนานั้น ๆ ดังเราได้ศึกษาศาสนาสากลในโลกนี้ ล้วนมีกฎระเบียบวินัยที่พึงลงมือปฏิบัติ อันเป็นจริยธรรมที่สำคัญยิ่งในการกำกับดูแลเพื่อไม่ให้ผู้ศรัทธามีการล่วงละเมิดในข้อวัตรปฏิบัติเหล่านั้นพร้อมกับมีการควบคุมไม่ให้ผู้นับถือมีการละเมิดศีลธรรมจรรยา ถึงแม้จะมีผู้ประพฤติผิดอยู่บ้างก็ต้องมีการลงโทษอย่างยุติธรรม ทั้งนี้ก็เพื่อการรักษาไว้ซึ่งกฎเกณฑ์ตามกติกาของศาสนาที่ตนเองเคารพนับถือ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วัฒนธรรมท้องถิ่น



ความเห็น (0)