2.ความหมายไทยคดีศึกษา
คำว่า ไทย มีความหมายได้หลายอย่าง ซึ่งมีทั้งการเขียนคำว่า ไท , ไต ก็มี ซึ่งในอดีต มีนักโบราณคดีกล่าวกันว่าคำนี้ มาจากภาษาจีน คือ เทียน แปลว่า ฟ้า หรือ ต้า แปลว่า ใหญ่ หรือ ไต้ แปลว่า สวรรค์ นั้นเอง
คำว่า ไต สื่อถึง ชนเผ่าไททางภาคเหนือของประเทศไทยและคนไทในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านมี ไตลื้อ ไตคำตี่ ไตสิบสองปันนาอยู่ในเขตประเทศจีน ไตอาหมอยู่ในรัฐอัสสัม ประเทศอินเดีย ไตลื้อที่อาศัยอยู่ทางเหนือสุดของประเทศลาวซึ่งอยู่ในแขวงพงสาลี ไตโหลงหรือไทใหญ่แห่งรัฐฉานอาศัยอยู่ในประเทศพม่า ไตคำตี่ ไตพ่าเก่ ไตอ้ายตอน อาศัยอยู่ในรัฐอัสสัม ประเทศอินเดีย
คำว่า ไท หรือ ไต นี้ ยังหมายถึงคนอีกด้วย คำว่า ไท หรือ ไต สื่อถึง พลเมือง , ประชาชนคนสามัญที่ไม่ใช่เจ้าขุนมูลนาย หรือ บริวารลูกเจ้าขุนมูลนาย เช่นใช้ในคำว่า ไพร่ฟ้า ข้าไท ตามหลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชหลักที่หนึ่งและหลักที่สาม
คำว่า ไทย , ไท , ไต สื่อถึง ชาว , คน ในภาษาท้องถิ่นไทยอีสานและภาษาไทยถิ่นอื่น เช่น ไทบ้านนอก หมายถึง คนบ้านนอก หรือใช้คำว่า ชาวบ้านนอก ไทเมือง หมายถึงคนอยู่ในเมือง ไทบ้านเพิ่น หมายถึงชาวบ้านอื่น เป็นต้น
คำว่า นักไทยคดีศึกษา หมายถึง ผู้เรียนรู้ เล่าเรียน ฝึกฝน เกี่ยวกับเรื่องราวของประเทศและชนชาติที่อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อันมีพรมแดนติดต่อกับลาว เขมร มาเลเซียและพม่า ( พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542. 2542 : 548-1104 )
กล่าวโดยสรุปได้ว่า ไทยคดีศึกษา เป็นการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องราววิถีชีวิตคนไท , ไทย , ไต ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านอันมีพรมแดนติดต่อกันและกลุ่มบุคคลที่อาศัยอยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเรียนรู้เข้าใจปรากฏการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้นและสภาพปัญหาต่าง ๆ พร้อมทั้งแสวงหาแนวทางช่วยแก้ปัญหาและการมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาท้องถิ่นในด้านต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับระบบความเชื่อในวิถีชีวิตของกลุ่มบุคคลในสังคมและวัฒนธรรมไทยตลอดจนถึงวัฒนธรรมของชนเผ่าไททั้งหลาย เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติและความมีศักดิ์ศรีของความเป็นคนไทให้ดำรงอยู่คู่กับโลกตราบนานเท่านาน