4 เรื่อง 4 มุมของ "มหาวิทยาลัยมหาสารคาม" (ในวารสารวิจัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่)

จัดเวทีอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการเขียนบทความวิชาการในมิติ “งานวิชาการรับใช้สังคม” อย่างต่อเนื่อง 2 -3 ครั้ง ก่อนเชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกมาให้ความรู้และช่วยวิพากษ์บทความ หรือกระทั่งการมาช่วยหนุนเสริมแรงคิดและแรงใจในการทำงานวิชาการรับใช้สังคม



การส่งเสริมและสนับสนุนให้นักวิชาการได้สกัดความรู้ออกจาก “งานบริการวิชาการแก่สังคม – งานวิจัยเพื่อท้องถิ่น หรือกระทั่งงาน “วิจัย มมส เพื่อชุมชน” เพื่อเผยแพร่ออกสู่สาธารณะ คือภารกิจอันท้าทายของคณะกรรมการบริหารโครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชนและทีมวิจัยระบบและกลไกงานวิชาการรับใช้สังคมของมหาวิทยาลัยมหาสารคามเป็นยิ่งนัก





จากความท้าทายข้างต้นมหาวิทยาลัยมหาสารคาม จึงวางหมุดหมายสำคัญด้วยการกระตุ้นให้นักวิชาการที่ทำงานวิชาการรับใช้สังคมได้เขียน “บทความวิชาการ” เผยแพร่ในวารสารต่างๆ โดยเริ่มจากการจัดเวทีอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการเขียนบทความวิชาการในมิติ “งานวิชาการรับใช้สังคม” อย่างต่อเนื่อง 2 -3 ครั้ง ก่อนเชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกมาให้ความรู้และช่วยวิพากษ์บทความ หรือกระทั่งการมาช่วยหนุนเสริมแรงคิดและแรงใจในการทำงานวิชาการรับใช้สังคม

ทั้งนี้ยังรวมถึงการจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยตรงกับนักวิชาการในมหาวิทยาลัยมหาสารคามที่ประสบความสำเร็จด้านการเขียนบทความจนได้รับการตีพิมพ์มาร่วมเป็นกรณีศึกษา ถัดจากนั้นจึงให้นักวิชาการกลับไปปรับปรุงแก้ไขบทความของตัวเองอีกครั้งเพื่อเสนอต่อบรรณาธิการวารสารต่างๆ โดยมีคณะกรรมการบริหารโครงการ “หนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน” และทีมวิจัย “ระบบและกลไกฯ” คอยทำหน้าที่เป็น “พี่เลี้ยง” ติดตามหนุนเสริมเป็นระยะๆ







ผลพวงการขับเคลื่อนจากปี 2558 มาจนถึงปัจจุบัน พบว่ามีนักวิชาการที่ทำงานวิชาการรับใช้สังคมของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม สามารถเขียนบทความและผ่านการลงตีพิมพ์ใน “วารสารวิจัยเพื่อการพัฒนาพื้นที่” (Area Based Development Research Journal) จำนวน 4 เรื่อง ดังนี้

  • กระบวนการสร้างเสริมการจัดการธนาคารข้าวและการลดต้นทุนในการผลิตข้าว กรณีศึกษา : บ้านหินปูน ตำบลเขวาใหญ่ อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม โดย ดร.นวลละออง อรรถรังสรรค์ (คณะการบัญชีและการจัดการ)
  • กระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างความมั่นคงในการประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกรบ้านยางน้อย อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม โดย ดร.วิภาวี ไทเมืองพล และคณะ (คณะเทคโนโลยี)
  • กระบวนการสร้าง “จินตภาพ อัตลักษณ์” ชุมชนเมืองมหาสารคาม โดย อาจารย์เมธี พิริยการนนท์ (คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์)
  • การจัดพิธีสรงกู่โดยชุมชน : ชุมชนกู่กาสิงห์ ตำบลกู่กาสิงห์อำ เภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด โดย อาจารย์วชิราภรณ์ วรรณโชติ และคณะ (คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์)

โดยสามเรื่องแรกตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิจัยฯ ปีที่ 7 ฉบับที่ 4 (ตุลาคม-ธันวาคม 2558) และอีกเรื่องเผยแพร่ในวารสารวิจัยฯ ปีที่ 8 ฉบับที่ 1 (มกราคม-มีนาคม 2559)






ที่มาที่ไป : ว่าด้วยงานบริการวิชาการและงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น

บทความ 3 เรื่องแรก คือผลพวงจากงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น อันเป็นงานวิจัยที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามได้ลงนามความร่วมมือกับ สกว.ฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่นที่มุ่งส่งเสริมและสนับสนุนให้อาจารย์ในมหาวิทยาลัยได้หันมาให้ความสำคัญกับการทำงานวิชาการเพื่อการรับใช้สังคมให้มากขึ้น



งานวิจัยทั้ง 3 เรื่อง (ธนาคารข้าว,เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ,อัตลักษณ์เมืองมหาสารคาม) เป็นงานวิชาการที่ต่อยอดมาจาก “งานบริการวิชาการแก่สังคม” ในชื่อโครงการ “หนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน” ซึ่งดำเนินการครั้งแรกพร้อมกันในปีงบประมาณ 2556 จากนั้นในปีงบประมาณ 2557 จึงยกระดับเป็น “งานวิจัยเพื่อท้องถิ่น” โดยทั้งสามเรื่องล้วนขับเคลื่อนต่อเนื่องในพื้นที่เดิมและใช้คณะทำงานเดิมบนฐานคิดการบูรณาการภารกิจหลักของมหาวิทยาลัยฯ สู่การรับใช้สังคมอย่างเป็นหนึ่งเดียวในแบบ 4 In 1” ที่ประกอบด้วย 1) การผลิตบัณฑิต 2) การบริการวิชาการ 3) การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม 4) การวิจัย

ยกเว้นก็แต่เรื่องพิธีสรงกู่ฯ เท่านั้นที่เป็นงานบริการวิชาการแก่สังคม (โครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน) แต่ก็ ขับเคลื่อนการเรียนรู้ด้วยฐานคิดอันเดียวกันในมิติ เรียนรู้คู่บริการ (Service Learning) ผ่านกรอบแนวคิดหลักสำคัญๆ คือการวิจัยเพื่อท้องถิ่น (Community Based Research) ที่เน้นกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Participatory Learning Process) เป็นหัวใจหลัก



บทความวิชาการ

งานบริการวิชาการแก่สังคม
(หนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน)

งานวิจัยเพื่อท้องถิ่น

กระบวนการสร้างเสริมการจัดการธนาคารข้าวฯ

โครงการการบริหารจัดการธนาคารข้าวเพื่อชุมชนบ้านหินปูน

กระบวนการสร้างเสริมการบริหารจัดการธนาคารข้าวเพื่อการลดต้นทุนในการผลิตข้าวที่เหมาะสมกับชุมชนบ้านหินปูน ต.เขวาใหญ่ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม

กระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างความมั่นคงในการประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำฯ

โครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดแก่สหกรณ์ประมงผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอำเภอโกสุมพิสัย จำกัด

โครงการกระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างความมั่นคงในการประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกรบ้านยางน้อย อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม

กระบวนการสร้าง
“จินตภาพ อัตลักษณ์” ชุมชนเมืองมหาสารคาม

โครงการส่งเสริมอัตลักษณ์เมืองด้วยอุปกรณ์ประกอบถนน เทศบาลเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม

โครงการการสร้างอัตลักษณ์ด้านประวัติศาสตร์ย่านเมืองเก่าของเทศบาลเมืองมหาสารคามโดยการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม

การจัดพิธีสรงกู่โดยชุมชนฯ

โครงการสำนึกรัก รู้ กู่กาสิงห์ : ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมท้องถิ่น และโครงการการสร้างประวัติศาสตร์ชุดความรู้เรื่อง “กู่” สู่การท่องเที่ยว
ในอาณาบริเวณทุ่งกุลาร้องไห้

-





ว่าด้วยทัศนะจากบรรณาธิการ :

ถัดจากนี้ไป คือทัศนะของรองศาสตราจารย์ ดร.กาญจนา แก้วเทพ ในฐานะบรรณาธิการวารสารวิจัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ ซึ่งท่านได้กรุณากล่าวถึงบทความทั้ง 4 เรื่องไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้

  • บทความเรื่อง “กระบวนการสร้างเสริมการบริหารจัดการธนาคารข้าวและการลดต้นทุน ในการผลิตข้าว กรณีศึกษา: บ้านหินปูน ตำบลเขวาใหญ่ อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม” ถึงแม้ว่าเรื่องธนาคารข้าวจะเป็นเรื่องที่แวดวงนักพัฒนาทำมาเป็นเวลากว่า 4 ทศวรรษแล้ว แต่ทว่าเมื่อนักวิชาการสายการบริหารและการบัญชีลงไปทำงานด้วย “เลนส์ทางวิชาการแบบใหม่” ก็ทำให้สามารถเผยเหลี่ยมมุมที่เคยเป็น unseen มาก่อนออกมา นอกเหนือจากข้อเด่นเรื่องการพา เที่ยวชมแง่มุมใหม่ ๆ ของการพัฒนาธนาคารข้าว (ซึ่งรอบด้านและจะส่งผลต่อความยั่งยืนของธนาคารข้าวเอง) ข้อเด่นอีกประการจากงานวิจัยชิ้นนี้ก็คือการสาธิตหลักการเรื่อง Action based-on research กล่าวคือ การออกแบบกิจกรรมทั้งหลายนั้นสร้างขึ้นมาบนผลการวิจัยที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่า“วัดตัวก่อน ค่อยตัดเสื้อ” ซึ่งให้ผลคือ “การเกาถูกที่คัน”





  • บทความเรื่อง “กระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างความมั่นคงในการประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกรบ้านยางน้อย อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม” น่าสนใจตรงที่กรณีที่ศึกษานั้น นักวิจัยได้เข้าไปชุมชนในช่วงจังหวะขาลง โดยที่ชุมชนที่ศึกษานั้นเคยขึ้นสู่จุดสูงสุดแห่งความสำเร็จมาแล้ว ข้อคิด จากงานวิจัยครั้งนี้ให้คำตอบว่า การนำวิชาการไปช่วยแก้ปัญหาสังคมนั้น เราคงไม่สามารถวาดหวังได้ว่า ชุมชน ที่เราทำงานด้วยจะเกิดภาวะปราศจากปัญหาหรือมีความเสถียร กล่าวคือ เราคงไม่สามารถกำจัดปัญหาของชุมชนให้หมดไปอย่างสิ้นซากหรืออย่างถาวร หากทว่าพลังทางปัญญาของนักวิชาการที่จะไปประสานกับพลังภูมิปัญญาของชุมชนนั้นน่าจะช่วยเสริมความเข้มแข็งให้ชุมชนมีความสามารถหรือเพิ่มสมรรถนะที่จะรับมือกับปัญหาได้ อันเป็นกระบวนทัศน์ใหม่ทางด้านสุขภาพที่เสนอว่า เราไม่สามารถจะสร้างสิ่งแวดล้อมให้ปราศจากเชื้อโรค/ปัญหาได้ แต่เราสามารถสร้างเสริมร่างกายที่แข็งแรงให้รับมือกับเชื้อโรคได้ ที่เรียกว่า “สร้างความแข็งแกร่งจากภายใน” (Strengthen from within)




  • บทความเรื่อง “กระบวนการ สร้าง “จินตภาพ” “อัตลักษณ์” ชุมชนเมืองมหาสารคาม” อ.เมธีได้ใช้ความรู้ด้านสถาปัตยกรรมซึ่งทำงานกับสิ่งที่จับต้องได้ไปรังสรรค์สิ่งอันจับต้องไม่ได้แต่ มีความหมายอย่างมาก อันปรากฏอยู่ในงานวิจัยชิ้นต่างๆ ที่ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2555 คือ อัตลักษณ์ ผู้เขียนได้ใช้ความรู้เชิงวิชาการไปขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ ในทุกขั้นตอน และมีวิธีการทำงานแบบสองล้อ คือทั้งทำงานวิจัยและทำกิจกรรมการพัฒนาควบคู่กันไป การขับเคลื่อนที่น่าสนใจในครั้งนี้ก็คือนอกจากจะขับเคลื่อนกิจกรรมแล้วยังขับเคลื่อนจิตใจ จิตสำนึกและจิตวิญญาณเรื่องอัตลักษณ์ของคน/เมืองสารคามไป พร้อมๆ กัน จากผลงานวิจัยหลายๆ ชิ้นที่สั่งสมบารมีมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2555 ได้เรืองแสงเปล่งรัศมีออกมาในงาน “นำฮอย 150 ปี เมืองมหาสารคาม







  • บทความเรื่อง “การจัดพิธีสรงกู่โดยชุมชน ชุมชนกู่กาสิงห์ ตำบลกู่กาสิงห์อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด” เป็นตัวอย่างรูปธรรมที่สามารถเป็นตัวแทนของปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมท้องถิ่นที่กำลังเกิดขึ้นทั่วหัวระแหงของสังคมไทยปัจจุบัน กล่าวคือ แม้ว่า ประเพณีท้องถิ่นจำนวนมากจะได้รับการฟื้นฟูรื้อฟื้นขึ้นมาด้วยมูลเหตุจูงใจต่างๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อความภาคภูมิใจของชุมชน หรือเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ฯลฯ หากทว่า “วิธีการและรูปแบบของการฟื้นฟูหรือสืบทอด” นั้นก็มีอย่างแตกต่างหลากหลาย โดยเชื่อมโยงกับปัญหา เริ่มต้นว่าใครเป็นผู้มีอำนาจในการฟื้นฟูครั้งนี้และผลที่ตามมาก็คือ รูปแบบ เนื้อหา ความหมายและเป้าประสงค์ของประเพณีท้องถิ่นที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาจะมีโฉมหน้าเป็นอย่างไร





นี่คืออีกหนึ่งเรื่องราวในเวทีสาธารณะที่ว่าด้วยการจัดการความรู้ หรือการสกัดความรู้จากงานวิชาการรับใช้สังคมสู่การเป็นบทความวิชาการเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ในสื่อสาธารณะ ทั้งเพื่อการเผยแพร่องค์ความรู้และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อที่จะพัฒนาร่วมกันอย่างไม่รู้จบ ทั้งนี้เชื่อว่ายังจะอีกหลายต่อหลายเรื่องในมหาวิทยาลัยมหาสารคามที่กำลังเจริญรอยตามในทำนองเดียวกัน เพียงแต่ยังต้องถูกบ่มเพาะอีกสักระยะเท่านั้นเอง




http://abcjournal.trf.or.th/chabub/n04.aspx

http://knit.or.th/th/sites/default/files/upload/13...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

แต่ที่คณะและที่จัดกิจกรรมบริการวิชาการที่มีคุณค่ามากๆ

ขอบคุณมากๆครับ

เขียนเมื่อ 

ครับ ดร.ขจิต ฝอยทอง

อย่างไรเสียก็ยังยืนยันว่าที่นี่ยังมือใหม่ และใหม่กับเรื่องเหล่านี้ ยังต้องทำไปเรียนรู้ไปอย่างไม่หยุดหย่อนครับ

ถึงต้องวางระบบขั้นตอนทั้งการเขียนแบบเรื่องเล่า เขียนแบบ RE และขึ้นสู่เขียนบทความ --

ก้หนุนกันยกใหญ่เหมือนกันครับ