ขับเคลื่อน PLC เทศบาลเมืองมหาสารคาม _๔๙ : ผลการประเมินโครงงานบ้านวิทย์น้อย เรื่อง "สเปรย์สมุนไพรปรับอากาศ"

อ.ต๋อย
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

โครงงานเรื่อง "สเปรย์สมุนไพรปรับอากาศ" ของนักเรียนชั้นอนุบาล ๓ จากโรงเรียนเทศบาลบ้านค้อ เป็นการประดิษฐ์ทดลอง ที่เรียกว่าเป็นโครงงานประดิษฐ์ เพราะต้องการประดิษฐ์สเปรย์สมุนไพร และที่เพิ่มคำว่า "ทดลอง" ด้วย เพื่อจะเน้นย้ำสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับโครงงานบ้านวิทยาศาสตร์ เพราะการทดลองวิทยาศาสตร์เท่านั้นที่จะปลูกฝังนักวิทย์น้อยได้

เคยมีคนไปตั้งคำถามกับ ศาสตราจารย์ ริชาร์ด ฟายน์แมน (Richard Feynman) นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล ว่า วิธีการทางวิทยาศาสตร์มีกี่ขั้นตอน ... นักการศึกษาสอนวิทยาศาสตร์จะสอนกันทั่วโลกว่า มี ๔ ขั้นตอนคือ ตั้งคำถาม->ตั้งสมมติฐาน->พิสูจน์สมมติฐาน->สรุปและอภิปรายผล .... แต่ฟายน์แมนกลับตอบว่า มีเพียงขั้นตอนเดียว คือ การลงมือทำการทดลอง (ปฏิบัติ) ... (่ผมฟังเรื่องนี้จาก อ.เนรมิตร นักวิทยาศาสตร์ที่เป็นปราชญ์ที่ผมให้ความเชื่อถือท่านหนึ่ง)

ภาพรวมของโครงงาน (ดาวน์โหลดได้ที่นี่ครับ)

นักเรียนสังเกตพบว่า มีผลและใบมะกรูดวางอยู่ในห้องน้ำและที่บ้านบ่อย เลยเกิดความสงสัยว่า จะสามารถใช้สมุนไพรชนิดใดบ้างที่สามารถนำมาดับกลิ่นในห้องน้ำได้ดีกว่ามะกรูดหรือไม่ เป็นที่มาของตัวแปรต้น ๓ ชนิด คือ มะกรูด ตะไคร้ และใบเตย นำมาทำสารสกัดด้วยแอลกอฮอล์ แล้วเปรียบเทียบความแรงของกลิ่น โดยควบคุมปริมาณของสมุนไพรแต่ละชนิด และปริมาณแอลกอฮอล์ ให้เท่ากัน

ผลการประเมินตามเกณฑ์วัฏจักรนักวิทย์น้อย (ดาวน์โหลดเกณฑ์ได้ที่นี่)
ผมจะเขียนผลการประเมินเป็นข้อ ๆ เพื่อให้เห็นเหตุและผลของการให้คะแนนในแต่ละข้อของเกณฑ์ประเมินตามความเห็น เมื่อพิจารณาจากหลักฐาน ทั้งที่ได้อ่านจากเล่มและทั้งจากที่ได้ฟังการนำเสนอเมื่อครั้งไปลงพื้นที่ โรงเรียน

๑) เป็นโครงงานหรือไม่
วิธีให้คะแนนข้อนี้ เกณฑ์กำหนดให้ดูว่ามีวัฏจักรวิจัย ๖ ขั้นตอนและต่อเนื่องเพียงพอหรือไม่ ถ้าไม่ให้หยุดตรวจ ถือว่าไม่ผ่านเกณฑ์ ถ้าใช่... ให้ ๑ คะแนน และหากครบกระบวนต่อเนื่องมากกว่า ๒ วงรอบ ให้ ๓ คะแนน
โครงงานนี้ผมให้คะแนน ๑ คะแนน ผ่านเกณฑ์การประเมิน ถือเป็นโครงงานทดลอง มีการฝึกทักษะตามวัฏจักรนักวิทย์น้อยครบถ้วนทั้ง ๖ ขั้นตอน ๑ วงรอบ ดังนี้
..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/609484

ผลการประเมินตามเกณฑ์วัฏจักรนักวิทย์น้อย (ดาวน์โหลดเกณฑ์ได้ที่นี่)

ผมจะเขียนผลการประเมินเป็นข้อ ๆ เพื่อให้เห็นเหตุและผลของการให้คะแนนในแต่ละข้อของเกณฑ์ประเมินตามความเห็นเมื่อพิจารณาจากหลักฐาน ทั้งที่ได้อ่านจากเล่มและทั้งจากที่ได้ฟังการนำเสนอเมื่อครั้งไปลงพื้นที่โรงเรียน


๑) เป็นโครงงานหรือไม่
วิธีให้คะแนนข้อนี้ เกณฑ์กำหนดให้ดูว่ามีวัฏจักรวิจัย ๖ ขั้นตอนและต่อเนื่องเพียงพอหรือไม่ ถ้าไม่ให้หยุดตรวจ ถือว่าไม่ผ่านเกณฑ์ ถ้าใช่... ให้ ๑ คะแนน และหากครบกระบวนต่อเนื่องมากกว่า ๒ วงรอบ ให้ ๓ คะแนน

โครงงานนี้ผมให้คะแนน ๑ คะแนน ผ่านเกณฑ์การประเมิน ถือเป็นโครงงานทดลอง มีการฝึกทักษะตามวัฏจักรนักวิทย์น้อยครบถ้วนทั้ง ๖ ขั้นตอน ๑ วงรอบ ดังนี้

  • ชี้ชวนให้สงสัย (ตั้งคำถาม) : มีคำถามการทดลองชัดเจน ... สมุนไพรชนิดใดจะดับกลิ่นได้ดีกว่ากัน ?
  • พาให้คาดเดาคำตอบ (รวบรวมความรู้และตั้งสมมติฐาน) : ครูให้นักเรียนวาดภาพสมุนไพรที่ตนเองคิดว่าดับกลิ่นได้ดีที่สุด เด็ก ๑๑ คน บอกว่ามะกรูด ๖ คนบอกตะไคร้ และ อีก ๔ คนบอกว่าใบเตย
  • พิสูจน์ตรวจสอบคำตอบนั้น (สำรวจตรวจสอบ พิสูจน์สมมติฐาน) : ครูพาเด็ก ๆ ทำน้ำสกัดกลิ่นสมุนไพรทั้ง ๓ ชนิด
  • แบ่งปัน อธิบาย (อธิบายอภิปรายผลการทดลอง) : ครูใช้คำถามนำให้เกิดการคิดอภิปรายว่า สเปรย์สมุนไพร สามารถดับกลิ่นได้หรือไม่
  • ระบาย บันทึก (จดบันทึกผลการทดลอง) : ในขั้นการบันทึกผล ครูให้เด็กวาดรูปสะท้อนผลการลงความเห็นของตนเอง
  • สรุปผลและนำเสนอ (สรุปการทดลองและนำเสนอ) : ครูใช้เทคนิคนำเพื่อให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการสรุปผลการทดลอง

๒) ที่มาของคำถามในการทำโครงงาน

เกณฑ์กำหนดว่า ถ้าเกิดจากครู ๑ คะแนน ถ้าเป็นเด็กและครูช่วยกันตั้งคำถาม ได้ ๒ คะแนน และถ้าเป็นเด็กตั้งคำถามเอง จะได้ ๓ คะแนน

<p “=”“>ผมให้ ๒ คะแนนครับ
</p>

๓) การะบวนการในการสำรวจตรวจสอบ

เกณฑข้อนี้มี ๒ ข้อย่อย ๑) ดูที่การได้มีส่วนร่วมในการออกแบบกระบวนการสำรวจตรวจสอบ ถ้าครูคิดให้ ๑ คะแนน เด็กและครูร่วมกันให้ ๒ คะแนน และถ้าเป็นเด็กคิดให้ ๓ คะแนน

ข้อนี้ผมให้ ๒ คะแนน เด็ก ๆ ได้มีส่วนร่วมในการคิดถึงสมุนไพรที่สามารถดับกลิ่นได้ และครูมอบหมายให้เด็ก ๆได้มีส่วนร่วมในการจัดสมุนไพร

เกณฑ์ข้อย่อย ๒) เด็กทำเองหรือไม่ ถ้าใช่!! ให้ ๓ คะแนน ถ้าเด็กมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมได้ ๒ คะแนน และถ้าครูพานำทำตลอด จะได้ ๑ คะแนน

ข้อนี้ผมให้ ๑ คะแนนครับ เด็ก ๆ ได้ลงมือทำตามครูในแต่ละขั้นตอน ... โครงงานยากเกินไปเลยทำให้เด็กมีส่วนร่วมในการคิดเองทำเองทั้งหมดได้ยาก

๔) การรายงานผลและการบันทึกการสำราวจตรวจสอบ

เกณฑ์บอกว่า มีการบันทึกหรือไม่? ถ้ามี ให้ดูต่อว่าสอดคล้องกับสมมติฐานหรือไม่ ถ้าใช่ ให้ ๒ คะแนน ถ้าไมสอดคล้องให้ ๑ คะแนน ถ้าไม่มีการบันทึกให้ไม่ให้คะแนน

ข้อนี้ ๑ คะแนน มีการให้นักเรียนวาดภาพประกอบและสะท้อนการลงความเห็น... ให้เริ่มปลูกฝังการบันทึกด้วยตัวเลขจำนวนเลยครับ คณิตศาสตร์คือภาษาของวิทยาศาสตร์

๕) การสรุปและอภิปรายผลการตรวจสอบ

ข้อย่อย ๕.๑) เกณฑ์กำหนดว่า ถ้าสิ่งที่สรุปสอดคล้องกับคำถามและผลการสำรวจให้ ๑ คะแนน ถ้าไม่ให้ ๐ คะแนน ส่วนข้อย่อย ๕.๒) ถามว่าใครเป็นนสรุปถ้าเป็นครูให้ ๐ คะแนน เด็กต้องมีส่วนร่วมในการสรุป ถึงจะได้ ๑ คะแนน

ข้อ ๕.๑) ให้ ๑ คะแนน และ ๕.๒) ให้ ๑ คะแนนครับ เด็กได้มีส่วร่วมตลอดทุกกิจกรรม

๖) การส่งเสริมทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

เกณฑ์กำหนดว่า ถ้าเด็กได้ฝึกการสังเกต การวัด การจำแนก การเปรียบเทียบ การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับสเปส และสเปสกับเวลา การคำนวณ การจัดกระทำกับข้อมูลและสื่อความหมายข้อมูล การลงความเห็นจากข้อมูล การพยากรณ์ ฯลฯ เหล่านี้ อย่างน้อย ๔ ทักษะขึ้นไป ให้ ๓ คะแนน ถ้า ๓ ทักษะให้ ๒ คะแนน และถ้า ๒ ทักษะให้ ๑ คะแนน

ข้อนี้ได้ไป ๒ คะแนนครับ ได้แก่ สังเกต การพยากรณ์ และการลงความเห็นจากข้อมูล

๗ การส่งเสริมพัฒนาการหรือทักษะด้านอื่นๆ

เกณฑ์ข้อนี้ส่งเสริมการบูรณาการวัฏจักรนักวิทย์น้อยกับการฝึกทักษะด้านอื่นๆ เช่น ด้านภาษาและการสื่อสาร ทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง ด้านสังคมเช่นการทำงานร่วมกัน ด้านการเคลื่อนไหวหรือฝึกร่างกายให้กล้ามเนื้อมัดเล็กมัดใหญ่ให้แข็งแรง หรือ ด้านอารมณ์และจิตใจให้เด็ก ๆ มีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น ทักษะชีวิต ฯลฯ โดยกำหนดว่า ถ้ามี ๔ ด้าน ขึ้นไปให้ ๓ คะแนน ถ้ามี ๓ ด้านให้ ๒ คะแนน ถ้ามี ๒ ด้านให้ ๑ คะแนน

ข้อนี้ให้ ๒ คะแนนครับ ได้แก่ ด้านการเรียนรู้ ด้านการเคลื่อนไหว และด้านการสื่อสาร

๘) ความริเริ่มสร้างสรรค์ของโครงงาน

โครงงานมีความแปลกใหม่หรือไม่ ถ้าคัดลอกหรือปรับเปลี่ยนโครงงานจากผู้อื่นโดยไม่ได้ทำจริง ให้ปรับตก แต่ถ้านำหัวเรื่องคนอื่นมาทำเองให้ ๑ คะแนน ถ้าครูและเด็กริเริ่มขึ้น ให้ ๒ คะแนน แต่ถ้าเป็นโครงงานที่แปลกใหม่จริงๆ ให้ ๓ คะแนน

ข้อนี้ผมให้ ๑ คะแนน ครับ เป็นการนำหัวเรื่องที่มีอยู่ทั่วไปในมาทดลองทำ

สรุปผลการประเมิน

สรุปทั้ง ๘ ข้อ โครงงานนี้ได้คะแนนรวม ๑๔ คะแนน ผ่านเกณฑ์ประเมิน เหมาะสมที่ได้รับตราพระราชทานครับ

ผมจะสรุปคอมเมนต์ไว้เป็นภาพรวมของทั้ง ๗ โรงเรียน ในบันทึกต่อไปนะครับ

จบเท่านี้ครับ ... สู้ครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ชุมชนเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์



ความเห็น (0)