๔๑๙.. วันที่รู้สึกภาคภูมิใจในตนเอง

ผมกล่าวชมวิสัยทัศน์ของโรงเรียนว่า เยี่ยมมาก กล่าวได้ครอบคลุมบริบทโรงเรียน แต่ทำไมยาวจัง ยาวเกิน ๑๐ บรรทัด...ขอได้ไหม...ตัดให้เหลือเพียง ๒ ถึง ๓ ประโยค หรือ บรรทัดเดียว เขียนแบบเร้าใจ ให้อยากทำไปสู่เป้าหมายของโรงเรียน...

ผมได้รับคำสั่งจากต้นสังกัดให้ไปประเมินโรงเรียนขนาดใหญ่ ที่เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา เปิดสอนถึงชั้น ม.๓ ซึ่งผมจะต้องทำหน้าที่นิเทศ ติดตาม และประเมินผลในโครงการสถานศึกษาต้นแบบพอเพียง ประจำปี ๒๕๕๙

นัดหมายกับคณะกรรมการที่เป็่นคณะทำงานด้วยกัน...ที่เวลา ๐๙.๓๐ น. ผมจึงพอมีเวลา ขอเข้าโรงเรียนก่อน เพื่อไปสอนซ่อมเสริมนักเรียนชั้น ป.๒ ตั้งใจว่าจะให้นักเรียนเขียนตามคำบอกและแต่งประโยค..พอถึงโรงเรียน..ทุกอย่างก็ต้องเปลี่ยนแปลง.....

ครูผู้สอนชั้น ป.๑ เดินมาบอกว่า..”ผอ.คะ หนูไปขุดดินจะปลูกต้นไม้ข้างห้อง พอดีจอบไปโดน ท่อประปาแตกค่ะ” “ไม่เป็นไร ครับ เดี๋ยวให้เด็กไปบอกช่างมาซ่อมให้ครับ” สักครู่เด็กนักเรียนกลับมาบอกว่า ช่างไม่อยู่บ้าน...งานนี้ ถ้าปล่อยไว้ อาจไม่มีน้ำใช้ทั้งวัน เดือดร้อนกันทั้งโรงเรียน

ผมถอดรองเท้า พับขากางเกง และเตรียมอุปกรณ์ เครื่องมือพร้อม แล้วลงมือซ่อมท่อประปาทันที ตัดส่วนที่แตกออก แล้วนำท่อที่ใหญ่กว่า ที่เรียกว่าท่อต่อตรง ทากาวสวมเข้าไป แต่ด้วยความรีบร้อน จึงคำนวณความยาวผิดพลาด และท่อก็ฝังดินอยู่ ทำให้ยกสวมยาก จึงต้องตัดต่ออยู่หลายครั้ง....แต่สุดท้ายก็สำเร็จ...แบบหมดหล่อไปเลย มือแขนเลอะเทอะไปหมด

ผมแต่งตัวเตรียมออกเดินทาง..ก่อนขับรถออกจากโรงเรียน แวะไปดูผลงานการซ่อมท่อประปาว่ามีน้ำรั่วซึมหรือไม่..ยืนกอดอกมองดูอย่างภาคภูมิใจ..เราก็ทำได้เหมือนกัน..วันนี้ เริ่มรู้ซึ้งถึงคุณค่าในตนเอง..ชีวิตนี้...ได้ทำประโยชน์อย่างหลากหลาย ใช้คุ้มจริงๆ...

เดินทางถึง..โรงเรียนที่จะประเมินเศรษฐกิจพอเพียง ๐๙.๓๐ น. ได้เวลาประเมินพอดี คุณครูวิชาการมาต้อนรับ แล้วพาเข้าไปในห้องประชุมเล็ก สักครู ประธานนักเรียน ก็กล่าวต้อนรับและบรรยายสรุป....

ราว ๑๐ นาที ข้อมูลที่นำเสนอบนจอภาพ เกี่ยวกับโรงเรียนและภาพผลงาน ที่นำเสนอโดยนักเรียนมัธยมที่ฝึกซ้อมมาอย่างดี มีความกล้าหาญ พูดจาชัดเจน ก็ผ่านไปอย่างเรียบร้อย คราวนี้ก็ถึงเวลา ที่คณะกรรมการ จะวิพากษ์ ติชม และเสนอแนะ...

ผมกล่าวชมวิสัยทัศน์ของโรงเรียนว่า เยี่ยมมาก กล่าวได้ครอบคลุมบริบทโรงเรียน แต่ทำไมยาวจัง ยาวเกิน ๑๐ บรรทัด...ขอได้ไหม...ตัดให้เหลือเพียง ๒ ถึง ๓ ประโยค หรือ บรรทัดเดียว เขียนแบบเร้าใจ ให้อยากทำไปสู่เป้าหมายของโรงเรียน....คุณครูนั่งยิ้ม ผมก็คิดว่า ครูคงเข้าใจในจุดนี้

ผมขอดูอัตลักษณ์ของโรงเรียนอีกครั้ง ที่เห็นว่า...โรงเรียนเน้นวิถีไทย จึงให้นักเรียนยกตัวอย่าง ซึ่งมีมากมาย ทั้งที่เป็นกิจกรรมที่เป็นรูปธรรม การละเล่น และการแสดง..

ผมขอชมสักรายการหนึ่ง...แต่โรงเรียนไม่ได้เตรียมอะไรเลย..ผมจึงแนะนำว่า ถ้ามีคณะกรรมการในระดับกระทรวงฯมาประเมินในคราวหน้า ควรมีเวทีเล็กๆ ให้นักเรียนได้แสดงออกซึ่งความสามารถด้านศิลปวัฒนธรรม..ซึ่งเป็นมิติที่สำคัญ...

คณะครูพาผมไปชมนิทรรศการทางวิชาการ โดยมีนักเรียนสาธิตผลิตภัณฑ์ ตรงนี้ผมก็ได้ชื่นชมโรงเรียนว่าจัดได้ดี มีข้อแนะนำเพียงเล็กน้อย เช่น บางอย่างมีการจัดทำเป็นกระบวนการมีขั้นตอน ควรมีแผ่นพับแจกให้ผู้ที่มาชม และการบรรยายเรื่องการปลูกผักปลอดสารพิษ ก็ควรมีผักจริงๆ จัดวางให้เห็นด้วย จะดูน่าสนใจยิ่งขึ้น

ครับ...เดินทางกลับเข้าโรงเรียน..รู้สึกหัวใจพองโต...ที่ได้ไปประเมินงานที่โรงเรียนใหญ่..ภูมิใจนิดๆ และอดจะคิดไม่ได้ว่า เราก็ศักยภาพไม่เบา..เหมือนกันนะ...

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๒ กรกฎาคม ๒๕๕๙







บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่า....จากโรงเรียนเล็ก



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ที่สำคัญคือข้อเสนอแนะที่ดีมีแนวทางในการทำนี่แหละค่ะ เยี่ยมจริงๆ

ขอบคุณครับ