“พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก แลนด์มาร์กจังหวัดยโสธร”

“พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก แลนด์มาร์กจังหวัดยโสธร”

เราจะพาไปรู้จักกับแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดยโสธร นั่นก็คือ “พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก” (คันคากเป็นภาษาอีสานแปลว่า คางคก ) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับตำนานบั้งไฟ ซึ่งเป็นประเพณีที่โดดเด่นของ จ.ยโสธร เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สอดแทรกตำนานเกี่ยวกับพญาคางคกและบั้งไฟ ซึ่งนอกเหนือจากเรื่องราวอันเป็นตำนานพื้นเมืองของชาวอีสานแล้ว ยังสอดแทรกเรื่องราวด้านวิทยาศาสตร์และ ความหลากหลายทางชีวภาพ

สำหรับ "พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก" หรือบางคนอาจจะเรียกว่า "พิพิธภัณฑ์พญาคางคก" ตั้งอยู่ริมแม่น้ำทวน มีลักษณะโดดเด่นสุด ๆ ด้วยตัวตึกคางคกสูงเท่าตึก 5 ชั้น ถือเป็นพิพิธภัณฑ์รูปร่างสุดแปลกในประเทศไทยที่สอดแทรกตำนานเกี่ยวกับพญาคางคกและบั้งไฟ ที่เป็นเรื่องเล่าที่เป็นตำนานพื้นเมืองของชาวอีสาน



ตามตำนานชาวอีสาน เชื่อว่าโลกมีโลกมนุษย์และโลกเทวดา โดยโลกมนุษย์อยู่ใต้โลกเทวดา และเรียกเทวดาว่า “แถน” ส่วนฟ้าฝนหรือลมนั้นเป็นอิทธิพลของแถน การที่พญาแถนไม่ปล่อยฝนให้ตกลงบนโลกมนุษย์ทำให้พญาคันคากอาสานำสัตว์ต่างๆ อาทิ ช้าง ม้า วัว ควาย ปลวก ผึ้ง ต่อแตน ขึ้นไปรบกับพญาแถนจนชนะ และปล่อยให้ฝนตกตามเดิม แต่มีข้อแม้ว่าต้องจุดบั้งไฟขึ้นไปบอกกล่าว จึงเป็นที่มาของประเพณีบั้งไฟ


พิพิธภัณฑ์พญาคันคากเป็นพิพิธภัณฑ์ 1 ใน 3 พิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับประเพณีบุญบั้งไฟ โดยพิพิธภัณฑ์ที่เหลือคือ พิพิธภัณฑ์พญาแถน และพิพิธภัณฑ์พญานาค ซึ่งตามตำนานนั้นพญาคันคากเป็นโอรสของกษัตริย์ แต่มีผิวพรรณเหมือนคางคก ซึ่งภาษาอีสานบ้านเฮาเรียกว่า “คันคาก” แต่ด้วยมีบุญญาธิการมากจึงได้รับการช่วยเหลือจากพระอินทร์และเป็นที่นับถือ ของชาวบ้าน จนลืมเซ่นสรวงบูชาพญาแถน ทำให้พญาแถนไม่ปล่อยฝนลงมาบนโลก

พิพิธภัณฑ์พญาคันคากก่อสร้างเป็นรูปคางคก เป็นอาคารสูง 5 ชั้น หรือประมาณ 19 เมตร พื้นที่ประมาณ 835 ตารางเมตร และนิทรรศการภายในจะบอกเรื่องเกี่ยวกับที่มาของบั้งไฟ โดยจัดฉายเป็นภาพยนตร์ 4 มิติ และนิทรรศการเกี่ยวกับคางคกชนิดต่าง ๆ ที่พบได้ในเมืองไทยที่มีอยู่กว่า 20 ชนิด ซึ่งเป็นงานวิจัยที่ อพวช. ร่วมศึกษากับมหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมไปถึงคางคกชนิดต่าง ๆ ที่พบได้ทั่วโลกซึ่งมีกว่า 500 ชนิด และมีการรวบรวมของดีทางด้านเกษตรกรรมของเมืองยโสธรไว้ภายในพิพิธภัณฑ์ รวมถึงเกล็ดเล็กเกล็ดน้อย อาทิ จังหวัดยโสธรเป็นจังหวัดที่เกิดขึ้นก่อนจังหวัดอื่นๆ ในอีสานใต้ ในสมัยรัชกาลที่ 4 มีชื่อว่า “ยศสุนทร” ก่อนเปลี่ยนเป็นยโสธร หรือเป็นจังหวัดที่มีข้าวหอมมะลิอร่อยที่สุดในประเทศไทยนัยยะจากตำนานบอกเราเกี่ยวกับเรื่องการเกษตร วัฒนธรรมและความหลากหลายทางชีวภาพ


(พญานาค)


ขอฝากสถานที่ท่องเที่ยงแห่งใหม่ของจังหวัดยโสธร ซึ่งฉันได้มีโอกาสไปเที่ยวชมหลายครั้งเพราะยโสธรเป็นบ้านเกิดของฉันเอง จึงอยากจะฝากพิพิธภัณฑ์พญาคันคาก เป็นเหมือนแลนมาร์กของยโสธร ที่เป็นการรวบรวมประเพณี วัฒนธรรมของชาวยโสธรไว้ด้วยกัน ให้ท่านได้ศึกษาและชมวิวสวยๆของสถานที่แห่งนี้ได้อีกด้วย


ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://travel.kapook.com/view119838.html

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าที่น่าสนใจ



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

https://www.gotoknow.org/posts/472548

เอามาฝาก ลองเข้าอ่านดูครับ