ชีวิตที่พอเพียง ๒๖๙๕. ไปสวิส ๒๕๕๙ : ๑๐. ร่วมประชุมสมัชชาสุขภาพโลก ครั้งที่ ๖๙


บันทึกเรื่อง WHA 63 เมื่อ ๖ ปีที่แล้ว ที่นี่ และ ที่นี่

คราวนี้ผมไปร่วม 69th World Health Assembly เพียง ๒ วัน คือวันที่ ๒๓ และ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๙ โดยไม่ได้ติดตามสาระทางวิชาการ ทั้งๆ ที่ได้รับอีเมล์จากวงอีเมล์ของทีมไทยที่ไปร่วมประชุม WHA 69 ล่วงหน้าเกือบเดือน เมื่อเขาจัดประชุมฝึกคนใหม่ที่ไปร่วมประชุมนี้ โดยที่ทีมไทยใช้การประชุมนี้เป็นที่ทำงานทางวิชาการ นำไปสู่การเสนอ ท่าทีของประเทศไทย รวมทั้งเข้าร่วมกับผู้แทนประเทศสมาชิกของ SEARO (สำนักงานองค์กรอนามัยโลกภูมิภาคตะวันออก เฉียงใต้) เพื่อให้ได้ ROV – Regional One Voice) ที่หนักแน่นเสนอต่อที่ประชุม แสดงความสมานฉันท์ และการทำงานวิชาการล่วงหน้า

รายละเอียดของการประชุม และเอกสารการประชุม ดาวน์โหลดได้ ที่นี่

ผมถาม นพ. วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร (หนึ่งในซือแป๋ไทย ที่ไปทำหน้าที่ครูใหญ่ ฝึกสมาชิกทีมไทยให้ทำงานวิชาการ ในประเด็นที่ได้รับมอบหมาย) ว่า ปีนี้มีประเด็นร้อนอะไรบ้าง ได้คำตอบว่า เรื่องยา เกี่ยวกับการเข้าถึงยา เชื่อมโยงกับ สิทธิทางปัญญาเกี่ยวกับยา ซึ่งประเทศรวย นำโดยสหรัฐอเมริกา ต้องการให้ยอมรับระบบสิทธิทางปัญญาที่เอื้อประโยชน์ ต่อบริษัทยา แต่ประเทศรายได้ปานกลาง รวมทั้งไทย ต้องการให้คำนึงถึงประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นหลัก

จะเห็นว่า เรื่องสุขภาวะของคน มีรายละเอียดเชื่อมโยงกับธุรกิจการค้า เรื่องยายังดีที่มีทั้งผลประโยชน์ร่วมกันและขัดกัน แต่เรื่องบุหรี่มีแต่อันตรายต่อสุขภาพ แต่ก็ยังมีการต่อสู้กันเพื่อหาทางลดจำนวนผู้บริโภค โดยอุตสาหกรรมบุหรี่หาทางสู้ ทุกรูปแบบ

ผมแปลกใจที่ไม่เห็นมาตรการควบคุมอุตสาหกรรมอาหาร ที่เป็นต้นเหตุของการระบาดของโรคอ้วน ดัง บันทึกนี้

เพราะเป็นคนที่ความจำไม่ดี เวลาผ่านไปเพียง ๖ ปี ผมนึกไม่ออกเลยว่าสภาพสถานที่ประชุมเป็นอย่างไร แต่เมื่อเข้าไปในสถานที่ (องค์การสหประชาชาติ) และที่ห้องประชุมต่างๆ ก็พอนึกออก

ทีมไทยไปคราวนี้ ๕๙ คน เป็นที่รู้กันว่า เราจะไปตั้ง Thai Village ใกล้ๆ ห้องประชุม Committee A ที่เป็นที่เสนอเรื่องที่ต้องการเสนอต่อประเทศสมาชิก ให้ประเทศสมาชิกให้ความเห็น และเป็นที่ๆ ทีมไทยใช้เป็นที่ฝึกงาน เพื่อเรียนรู้ สร้างนักวิชาการด้านนโยบายสุขภาพรุ่นใหม่

ปีนี้ไทยเสียแชมป์การเป็นทีมที่ใหญ่ที่สุดที่ไปร่วม WHA เพราะจีนขนกันไปกว่าร้อยคน

เช้าวันที่ ๒๓ Prof. Roger Glass รองผู้อำนวยการใหญ่ของ US NIH ก็มาเยี่ยมพวกเรา ตรงบริเวณใกล้ๆ กับสถานที่ที่เคยใช้เป็น Thai Village เพื่อนัดหมายรายละเอียดกับ อ. บุ๋มเรื่องการจัดกิจกรรมต้อนรับ Prof. Francis Collins ผู้อำนวยการใหญ่ ของ US NIH ที่จะไปเยือนประเทศไทยตอนกลางเดือนมิถุนายน

ปีนี้ต้องหาที่ตั้ง Thai Village ใหม่ หมอเมฆที่ไปทำงานเป็นผู้บริหารของ SEARO ช่วยชี้สถานที่ที่สะดวกสบาย กว่าที่เดิมมาก สำหรับนั่งทำงาน และกินอาหารเที่ยง

การประชุมในห้องใหญ่ช่วงเช้า เป็นพิธีกรรมล้วนๆ และเสร็จก่อนเวลามาก ทีมไทยไปรวมตัวกันกินอาหารเที่ยงที่มี เชฟใหญ่หลายคนจัดมา เช่น อ. บุ๋มทำข้าวแกงไตปลา อ. วิมทำข้าวมันไก่ และเมี่ยงคำ อ. หมอปิยะมิตรทำเนื้อตุ๋น เป็นต้น

กินอาหารเสร็จก็ได้เวลาไปช็อบปิ้งที่ Safi ร้านขายของดีลดราคา ที่เราไปซื้อกันทุกปี เพราะได้ลดภาษีมูลค่าเพิ่ม ๗% และลดราคาเนื่องในวันเกิดอีก ๑๓% รวมแล้วได้ลดราคาจากราคาที่ป้าย (ซึ่งราคาต่ำกว่าราคาในตลาดอยู่แล้ว) เกือบ ๒๐% คนที่วันเกิดตรงกับวันประชุมทุกปีคือหมอภูษิต คนไทยที่ไปประชุมได้อาศัยใบบุญของหมอภูษิตทุกปี

ตอนบ่ายผมไปเข้าฟังห้อง Committee A ประชุมเรื่อง WHO Reform ซึ่งดำเนินการมาหลายปี มีทั้งความสำเร็จและไม่ก้าวหน้า ประเด็นสำคัญคือ governance และเรื่อง non-state actor ฟังนานๆ ก็เบื่อ เพราะประเทศสมาชิกกล่าวซ้ำๆ

เกือบห้าโมงเย็นผมก็ชวน อ. หมออุดมและปิยะมิตรกลับ โดยนั่งรถเมล์สาย ๘ กลับไปที่สถานีรถไฟ ค่ำนี้ ท่าน รมต. ปิยะสกล สกลสัตยาทร เลี้ยงทีมไทยที่ร้านอาหารจีน ผมขอตัวอยู่ทำงานที่ห้องพัก เพราะโดนเร่งงานที่จะต้องเขียนบทคัดย่อ ให้แก่การประชุม


วันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๙

ทีมไทยนัดกันไปประชุม AAR งานที่ตนรับมอบหมายไปร่วมประชุมเมื่อวาน และทีม โค้ช อธิบายว่าวันนี้มีกิจกรรมอะไรบ้าง ใครจะรับมอบหมายไปร่วมประชุมห้องใด

ตอนเช้าผมไปนั่งฟังที่ห้อง Committee A อีก จริงๆ ต้องเริ่ม ๙.๐๐ น. แต่รออะไรไม่ทราบกว่าจะเริ่มก็เลย ๙.๓๐ น. พูดเรื่อง การการบรรลุปัจจัยด้านสุขภาพใน MDG ประเทศต่างๆ ยกป้ายขอพูดมากมาย จนเวลาประมาณ ๑๑ น. ไทยขอพูด พอเริ่มพูดผมนึกในใจว่าทำไมต้องให้ฝรั่งมาพูด แต่ฟังไปอีกหน่อยก็จับได้ว่าเป็นเสียงท่าน รมต. ปิยะสกล

อาหารเที่ยงยิ่งเป็นการเป็นงานกว่าเมื่อวาน เพราะ รมต. มาทานด้วย อาหารอร่อยหลายอย่าง ที่พิเศษคือลูกพีชรูปร่างแบนๆ ที่ อ. บุ๋มซื้อมา หอมอร่อยมาก

มีการประชุมที่เรียกว่า Technical Briefings ตอน 12.30 – 14.15 น. ที่ห้อง XII เรื่อง Health in the 2030 Agenda for Sustainable Development : intersectoral action มีท่าน รมต. ปิยะสกล เป็นหนึ่งในผู้ให้ความเห็นหลังจากรองผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก Marie Paul นำเสนอหลักการแล้ว แต่ท่านพูดเป็นคนหลังๆ และห้องคนเต็ม ผมไปช้าต้องยืน ห้องร้อน ผมจึงออกมาก่อนได้ฟังท่านรัฐมนตรี

ช่วงบ่ายเริ่มจาก ๑๔.๓๐ น. ผมไปเข้าห้อง Committee A ฟังการเสนอความเห็นเรื่อง Promoting health through life course (ส่งเสริมสุขภาวะตลอดทางชีวิต) ถึงตอนสุขภาวะของผู้หญิง เด็ก และวัยรุ่น ผมมีความเห็นว่าผู้แทนของไต้หวันพูดดีที่สุด คือบอกว่าประเทศตนทำอะไร ทำอย่างไร เห็นผลอะไร ผู้แทนประเทศต่างๆ มักพูดหลักการซึ่งซ้ำๆ กัน น่าเบื่อ

เกือบ ๑๖ น. ผมก็ออกจากที่ประชุม นั่งรถเมล์กลับโรงแรม เพื่อขึ้นแท็กซี่ไปสนามบินกับ อ. หมอปิยะมิตร นัดแท็กซี่ไว้ ๑๗ น. ถึงเวลากลับบ้านแล้ว

ผม AAR ว่า ทีมไทยที่ไปร่วมการประชุม WHA เพื่อเรียนรู้ ทำงานอย่างแข็งขัน และได้เรียนรู้มากกว่าที่ผมไปเห็น ครั้งที่แล้วเมื่อ ๖ ปีก่อน



วิจารณ์ พานิช

๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๙

ห้องรับรองสวิสแอร์ สนามบินเจนีวา

เพิ่มเติม ๕ มิถุนายน ๒๕๕๙

ศ. พญ. วณิชา ชื่นกองแก้ว ได้ AAR การไปร่วม ทำเป็นบันทึก อ่านได้ ที่นี่


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)