เรื่อง ประเพณีก่อเจดีย์ทราย(ตบบรรทาย)
ประเพณีก่อเจดีย์ทราย(ตบบรรทาย)เป็นประเพณีสำคัญประเพณีหนึ่งในชุมชน ชาวบ้านคางฮุง ตำบลผักแว่น อำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ดถึงอานิสงส์ที่พระโพธิสัตว์ก่อพระเจดีย์ทรายเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา
ในประเทศไทยนั้น ประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายถือว่าเป็นประเพณีหนึ่งที่มีที่มาเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาโดยตรง โดยคนไทยผูกโยงประเพณีนี้เข้ากับคติความเชื่อเรื่องเวรกรรมในพระพุทธศาสนา มีการก่อพระเจดีย์ทรายถวายวัดเพื่อนำเศษดินทรายที่ติดเท้าออกจากวัดไปมาคืนวัดในรูปพระเจดีย์ทราย และเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาให้เป็นกุศลอานิสงส์ และนอกจากประเพณีเพื่อเป็นพุทธบูชาแล้ว ยังเป็นกุศโลบายของคนในอดีตให้มีการรวมตัวของคนในชุมชนเพื่อร่วมกันจัดประเพณีรื่นเริงเป็นการสังสรรค์สร้างความสามัคคีของคนในชุมชนด้วย
ปัจจุบันประเพณีนี้พบเพียงในประเทศไทยและลาวเท่านั้น โดยจัดในช่วงเทศกาลสำคัญเป็นการเฉลิมฉลองการเปลี่ยนศักราช เช่นในวันตรุษและวันสงกรานต์ เป็นต้น โดยในบางหมู่บ้านอาจเป็นประเพณีบุญคูนลาน บุญขวัญข้าว (ก่อเจดีย์ข้าวถวายเป็นพุทธบูชา) ก็อาจนับว่าเป็นประเพณีก่อเจดีย์ทรายได้เช่นเดียวกัน เพราะไม่ได้สร้างเป็นพุทธศาสนสถานถาวรวัตถุใหญ่โต แต่เป็นเพียงเจดีย์ชั่วคราวเพื่อมุ่งถวายเป็นพุทธบูชาในการประเพณีหนึ่ง ๆ เท่านั้น
แต่ที่บ้านคางฮุง ตำบลผักแว่น อำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด การตบบรรทาย เป็นประเพณีโบราณของชาวบ้านที่มีมาช้านานกว่าเกือบ 300 ปีแล้ว อีกอย่างการตบบรรทายของชาวบ้านเป็นความเชื่อทางพุทธศาสนา ที่ตรงที่โนนตึง คงเป็นวัดเก่าแก่ เพราะเวลาคนเดินผ่านที่โนนตึงจะได้ยินเหมือนฆ้องดัง ชาวบ้านจึงมาก่อเจดีย์ทราย(ตบบรรทาย)เพื่อเป็นพุทธบูชาสืบต่อกันมาทุกปี อีกอย่างการตบบรรทายเป็นการการเบิกฟ้าเข้าหน้าฝนก่อนที่จะมีการทำบุญเบิกบ้าน เพื่อพบปะกันสร้างความสามัคคีต่อชุมชนชาวบ้าน สร้างความเบิกบานใจแก่กันและกันก่อนที่จะมีการลงทำนา
ฉะนั้นการก่อเจดีย์ทราย(ตบบรรทาย)จึงเป็นประเพณีของชาวบ้านมาตลอดจนถึงปัจจุบันนี้
อ้างอิง : จากพระสมุห์บรรจง ปญฺญาวุโธ/คำแหงพล



เอาเรื่องก่อเจดีย์ทรายในสงกรานต์ มมส มาฝาก
https://www.gotoknow.org/posts/566816