ชีวิตที่พอเพียง ๒๖๙๐. ไปสวิส ๒๕๕๙ : ๕. ประชุม Coordinator ของ PMAC 2017


วันที่ ๑๗ - ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๙

การประชุม PMAC มีผู้จัดร่วมมากมายราวๆ ๑๐ หน่วยงาน รวม ๓๑ คน มาช่วยกันคิด ช่วยกันจัด ทำให้ได้สติปัญญา และความเอาใจใส่ชั้นเลิศ มาจัด PMAC ได้การประชุมเชิงนโยบายด้านระบบสุขภาพ ที่ยกย่องกันว่าเป็นที่ ๑ ในโลก

เป็นการประชุมที่ผมมีบุญได้ร่วมงาน โดยได้รับยอกย่องให้เป็นประธานของคณะกรรมการใหญ่ ที่เรียกวว่า IOC – International Organizing Committee และผมได้ใช้ความไม่ประสีประสา/ไม่รู้เรื่อง ด้านนโยบายสุขภาพระดับประเทศ และระดับโลก ในการทำหน้าที่นี้ และพบว่าใช้ได้ผลดีมาก อย่างน้อยก็ในบริบทนี้ เป็นข้อเรียนรู้ว่า ความแก่ + ความไม่รู้ + ความเอาใจใส่เรียนรู้ ช่วยการทำหน้าที่นี้ได้ดีมาก ผมเรียกว่าทำหน้าที่ “พระประธาน” คือแค่ไปปรากฏตัว นั่งเฉยๆ และคอยชมหรือให้ข้อมูลแก่น้องๆ ทีมไทยในภายหลัง ก็ทำให้เงานเดินดี

การประชุมนี้ต่อจากการประชุมที่โตเกียวเมื่อวันที่ ๖ เมษายน ที่โตเกียว ตามบันทึกนี้ เป็นการมาตกลงรายละเอียด ของการประชุม ที่หัวข้อใหญ่ของการประชุมคือ Addressing the Health of Vulnerable Populations for an Inclusive Society และตกลงกันแล้วว่ามี 3 Subthemes

Subtheme 1 : คนยากลำบากเป็นใคร อยู่ที่ไหน ทำไมยากลำบาก

Subtheme 2 : การดำเนินการเพื่อเข้าถึงคนยากลำบาก เน้นตัวอย่างที่ชัดเจน

Subtheme 3 : เศรษฐศาสตร์สาธารณสุขของความยากลำบากและการคุ้มครองสุขภาพถ้วนหน้า เน้น how ในมหภาค

เรื่องเหล่านี้มีความซับซ้อนยิ่งนัก จึงมีการเสนอมุมมองที่หลากหลาย นอกจากนั้น การแบ่งเป็น 3 subtheme ก็เพื่อ ให้การประชุมเดินได้ ต้องหาทางเชื่อมร้อย 3 subtheme และรายละเอียดเพื่อให้ภาพใหญ่ชัด และนำไปสู่การดำเนินการ

ยิ่งซับซ้อน เมื่อ Tatiana จาก UNAIDS ชี้ว่า การมองกลุ่มที่มีปัญหาแบบหยุดนิ่งตายตัว เป็นปัญหาในตัวของมัน เพราะจริงๆ แล้วกลุ่มที่มีปัญหาหรือเป็นตัวปัญหา เช่นกลุ่มติด HIV เวลานี้หลายกลุ่มไม่เป็นผู้ถูกกระทำ (object) อีกต่อไป แต่ได้ลุกขึ้นมาเป็นผู้กระทำ (subject) กลายเป็นผู้ร่วมแก้ปัญหาด้านสุขภาพ

ในการประชุมกลุ่ม มีผู้ชี้ว่า PMAC ครั้งนี้ สาระออกไปนอกวงการสุขภาพมากกว่าครั้งก่อนๆ

ผมอยู่ในการประชุมกลุ่มที่ ๒ ที่เน้น intervention ที่เป็นรูปธรรม โดยมี 1 Pleanry, 6 Parallel Session มีอยู่หนึ่ง session กล่าวถึงบทบาทของฝ่ายรับบริการต่อการทำให้ระบบสุขภาพเป็นระบบที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น มีคนถูกกันออกไปน้อยลง (หรือไม่มีเลย ซึ่งในทางอุดมคติคงจะทำไม่ได้) ผมนึกถึงระบบ สปสช. ที่เราออกแบบให้ฝ่ายผู้รับบริการเข้าไปมีส่วนเป็นทั้งบอร์ด และคณะกรรมการสิทธิประโยชน์ และในขณะเดียวกัน ฝ่ายผู้ให้บริการ และฝ่ายวิชาชีพก็เข้าไปด้วย เพื่อช่วยกันนำความรู้ จากหลากหลายมุม เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดระบบ และการตัดสินใจ

การประชุมที่แสนซับซ้อนนี้ดำเนินไปได้ดีเพราะ นพ. วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร รับเป็นประธาน ท่านทำการบ้านมาอย่างดี ทำให้ฝรั่งที่มาร่วมประชุมประทับใจและเกรงใจ ยิ่งมี ดร. ชื่นฤทัย กาญจนจิตรา ทำหน้าที่เป็นแม่งานที่รู้งาน ตอบคำถามกรรมการ ที่เป็นคนใหม่ไม่คุ้นกับการจัด PMAC ได้หมด ทำให้กรรมการใหม่ได้เข้าใจว่า ที่เล่าลือกันว่าการประชุม PMAC มีคุณภาพสูงยิ่งนั้น มาจากการเตรียมการณ์อย่างละเอียด

การอภิปรายแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นลงรายละเอียดมาก มีการวางแผนดำเนินการให้ผู้ยากลำบาก หรือถูกกีดกันออกไป เป็นผู้เล่าเรื่องราวของเขา และที่ผมประทับใจมากคือมีการเสนอให้เอาเรื่องราวที่กลุ่มผู้ยากลำบากเอง ลุกขึ้นมาดำเนินการริเริ่ม สร้างสรรค์เพื่อแก้ปัญหาเอง หรือร่วมมือกับภาคี ในการแก้ปัญหา

ที่น่าประทับใจคือ กรรมการที่มาจาก co-host ทำงานอย่างเอาจริงเอาจังมาก ทำให้ได้ข้อคิดเห็นที่มาจากหลากหลายแง่มุม

จบการประชุม ๒ วัน ได้ข้อตกลงว่า การประชุมสองวันครึ่งจะมี 4 plenary session, และ 19 parallel session มีข้อตกลงกำหนดเวลาส่งรายละเอียดต่างๆ จากผู้รับผิดชอบแต่ละ subtheme

วันรุ่งขึ้นก็ได้รายงานการประชุม ดังนี้


บรรยากาศในห้องประชุม

อีกมุมหนึ่ง



วิจารณ์ พานิช

๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๙

บนเครื่องบิน ออสเตรียนแอร์ไลน์ จากเวียนนา กลับกรุงเทพ



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)