​ถอดบทเรียนจากโครงการหอมดอกผักกะแยง ตอนที่ 1

เด็กมหัศจรรย์กับใบไม้มหัศจรรย์ :

เด็กบางคนเกิดมาเพื่อท้าทายโลกใบนี้ ความสุข ความมั่นใจ ความรัก คอยแต่จะห่างเขาออกไปหนึ่งก้าวเสมอ ไม่ไกลแต่ก็ยากจะเอื้อมถึง การที่ทุกคนพร่ำเรียกเขาว่า "เอเลี่ยน สัตว์ประหลาด" แทนชื่อของเขา มันรุนแรงยิ่งกว่าโดนรุมชกซ้ำแล้วซ้ำอีก สามปีที่ฉันเห็นเขา ยังไม่เห็นเขามองสบตากับใครเกินวินาที เขามักจะมองใครเพียงแว๊บเดียว ไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากมองแต่เป็นเพราะเขาไม่อยากเห็นว่าถูกมองอย่างไร เขาพร้อมจะก่อเรื่องปวดหัวได้ตลอด สามปีฉันรับฟังเรื่องเลวร้ายของเขามากกว่าความดี เขาก้าวร้าวเกเร และเป็นปัญหาเสมอ ความโศกเศร้าและวอนขอในดวงตาของเขาเหมือนภาพลวงตามากกว่าความจริง เขาร่วมกิจกรรมที่ผ่านมาแบบไม่เต็มใจ ไม่มีความสุข และคอยจะกวนกระบวนการเราเสียเป็นส่วนมาก



แต่ใบไม้มหัศจรรย์ ได้สร้างสิ่งมหัศจรรย์ให้เกิดขึ้นได้แล้วจริงๆ เด็กๆ มีใบไม้ หลากรูปแบบในมือ คนละสิบใบ หันหลังชนกัน เมื่อวิทยากร (พี่มหา นิคมอาชา ไร่กล้าฝัน) ออกคำสั่ง เช่น เลือกใบไม้ที่ใหญ่ที่สุด ทุกคนก็เลือกหยิบใบไม้ของตัวเองและหันหน้าประชันกันว่าใบไม้ของใครใหญ่ที่สุด เป็นเพราะการเล่นเกมส์นี้ต้องหันหลังให้กันรึเปล่านะ เขาจึงคลี่คลายและสนุกสนานกับการเล่นฉันคิดว่าสามปีมานี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เขานิ่งฟังคำสังและเพ่งพิจารณาใบไม้ของตัวเองอย่างรอบคอบ และมีสติเงี่ยหูฟังสัญญาณ และเมื่อหันหน้ามาหากันฉันเห็นเขาหัวเราะอย่างมีความสุข พวกเขาก็สนใจที่ใบไม้ของกันและกันมากกว่าจะมองหน้ากัน เกมส์นี้เล่นอยู่ประมาณ สิบนาที ช่างเป็นสิบนาทีที่มหัศจรรย์จริงๆ คำสั่งที่ใช้ในวันนั้นเช่น ให้เลือกใบไม้ทีเล็กที่สุด เลือกใบไม้ที่ยาวที่สุด หรือเลือกใบไม้ที่สีเข้มที่สุดฯ ประมาณนั้น คำถามง่ายๆและความสุขก็เกิดขึ้นง่ายๆเช่นกัน ใบไม้มหัศจรรย์ ความสุขเท่านั้นที่เปลี่ยนคนได้


เด็กบางคนก็ใช้เวลานานกว่าเด็กคนอื่นๆ เพื่อจะค้นพบและได้สัมผัสกับความสุข ใบไม้มหัศจรรย์เป็นกิจกรรมที่ดีมาก พี่คิดว่าจุดเปลี่ยนในใจเด็กๆ เกิดขึ้นจากอานิสงฆ์ของสมาธิในขั้นตอนที่พวกเขาได้เพ่งพิจารณาไบไม้นั้น ไม่เฉพาะเด็กที่พี่พูดถึง แต่เด็กทุกคนก็ตกอยู่ในอาการเดียวกัน พวกเขามีสมาธิกับการเล่นเกมส์นี้มากๆ ใบไม้มหัศจรรย์อยากให้คุณครูได้เอาไปใช้จริงๆ

นี้เป็นบันทึกจากพี่รุ่ง ที่ได้เล่าให้ผมฟังในวันแรกที่พาเด็ก ๆ ทำกิจกรรม ซึ่งกว่าผมจะเดินทางไปถึงก็ดึกพอสมควร พอผมได้ฟังเรื่องราวดังกล่าว หัวใจผมเต้นแรง ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไม่รู้ว่ามันหายไปตอนไหน ใจก็อยากให้ถึงพรุ่งนี้เช้าเร็ว ๆ เพื่อที่จะได้เจอเด็ก ๆ ตลอดช่วงเวลาที่วงสนธนาดำเนินไปนั้นผมเห็นพลังศรัทธาที่ทุก ๆ คนมุ่งมั้นที่ร่วมกันทำฝันเล็ก ๆ ให้เด็ก ๆ กลุ่มนี้เป็นจริงขึ้นมา และการมาถึงของเรานั้นผมเห็นความยินดีของชาวบ้านที่มารอต้อนรับเราตั้งแต่หัวค่ำ จนดึกกว่าที่เราจะเดินทางมาถึง ก่อนที่เราจะรับประทานอาหาร เราก็ได้รับการกล่าวต้อนรับจากผู้นำชุมชน ทั้งอดีผู้ใหญ่บ้าน สอบต. ที่เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนพัฒนาชุมชน ระหว่างที่รับประทานอาหาร ผู้ใหญ่บ้านก็ได้เล่าถึงประวัติความเป็นมาของหมูบ้าน บริบทความเป็นอยู่ของชุมชน ไม่จะเป็นความเป็นอยู่ ป่าชุมชน ลำน้ำซึ่งเป็นดังสายโลหิตของชุมแห่งนี้ ค่ำคืนนั้นผมนอนหลับไปด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง แต่ในส่วนลึกของสมองยังคงครุ่นคิดถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่เราพูดคุยกันตอนค่ำ เช้าวันใหม่เราคงได้เจอกันนะเด็ก ๆ




บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการทำงาน



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

พี่รุ่งคือใคร?.... อยากรู้จักครับ ... ขยายความคนดี คือสิ่งที่ CADL เราทำครับ

จะรออ่านต่อไปอย่างจดจ่อ ..... ส่งตรงมาที่ [email protected] เลยจะดีมากครับ