ผมได้เล่าให้หมอนวดแผนไทยฯ ฟังว่า มีคนเมืองพูดว่า โครงการนี้ (โครงการพัฒนาหมอนวดแผนไทยตามหลักเวชศาสตร์ฟื้นฟูฯ ที่ชุมชนเกาะเรียน) เป็นโครงการที่ทำลายศักดิ์ศรีหมอนวดแผนไทย เพราะเป็นการเอาราชการมาคลอบแผนไทย หมอนวดแผนไทยฯ ที่เข้ารับการอบรมคิดอย่างไรบ้าง ซึ่งผมก็ได้อธิบายต่อว่าได้ปรับความเข้าใจกับเขาแล้ว ถึงแนวคิดหลังที่ทีมงานไตรภาคีฯ ได้ให้การสนับสนุนโครงการนี้ (จะเล่าเสริมตอนหลัง)

     หมอนวดหลายคนแสดงอาการไม่เห็นด้วยเพราะเห็นว่าเป็นโครงการที่ดี และมุ่งที่จะทำให้เกิดประโยชน์กับคนพิการ และหมอนวดฯ ที่มาอบรมในวันนี้ก็ไม่คิดจะไปไหน คิดว่าได้สืบต่ออาชีพที่ดี ที่จะเป็นประโยชน์กับสังคม ที่ประชุมยังยกตัวอย่างหมอนวดฯ ที่ราชการอบรมให้ 372 ชม. แล้ว เข้าไปอยู่ในเมือง ไปให้บริการคนรวย ๆ เพราะรายได้ดี บางคนได้วันนึงเป็นพันบาท มีหลายคนเหมือนกันที่ไปอยู่ตามกระบี่ ภูเก็ต รวยไปเลย ได้ทิปเยอะ แต่พวกเราทั้ง 13 คนนี้ ไปไม่ได้ เพราะยังมีภาระพ่อแม่ที่อายุมาก มีครอบครัว ลูกยังเล็ก ๆ อีกอย่างไปแล้วกลัวอยู่ไม่ได้เพราะไม่เหมือนบ้านตัวเอง ผมปล่อยให้ที่ประชุมได้พูดกันอย่างกว้างขวาง และเห็นว่าสอดคล้องกับแนวคิดของแผนงานหลักของกองทุนฯ ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้คนพิการเข้าถึงสิทธิฯ และได้รับบริการฟื้นฟูฯ โดยเฉพาะคนจน ๆ ที่เป็นคนชายขอบ

     ในตอนท้ายที่ประชุมได้สรุปถึง "การสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายหมอนวดแผนไทยฯ" จะเป็นหนทางเดียวที่จะช่วยให้กลุ่มสามารถเผชิญกับแรงกระแทกต่าง ๆ ยกตัวอย่างวันนี้ที่ผมเล่าให้ฟัง เป็นกรณีแรก วันต่อไปไม่รู้ว่าจะเจออะไรอีก และทุกคนเริ่มเห็นด้วยในประเด็นนี้ ซึ่งมีรายละเอียดที่จะได้กล่าวถึงในอีกบันทึก ก่อนจะปิดประเด็นนี้มก็ได้เล่าให้ฟังเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นตามที่ได้บันทึกไว้ที่ เวทีแห่งปัญญา และ ถึง คนพิการ ฉบับที่ 4 แล้วครับ